แม่ทัพภาค 4 ยุติโครงการหมู่บ้านพาคนกลับบ้าน สุคิริน

มารียัม อัฮหมัด
2018.05.10
นราธิวาส
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
180510-TH-villagers-sukirin-800.jpg พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ ร่วมพูดคุยกับชาวบ้านที่คัดค้านโครงการหมู่บ้านพาคนกลับบ้าน วันที่ 10 พฤษภาคม 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมร่วมชาวบ้านลีนานนท์ ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยืนยัน ยุติโครงการสร้างบ้านให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ในพื้นที่ อ.สุคิริน หลังชาวบ้านสองพันกว่าคนพากันต่อต้าน ซึ่งในวันนี้ ชาวบ้านพอใจกับผลการประชุม

โดยผู้ร่วมโครงการ 105 คน คือสมาชิกขบวนการพูโลที่หนีไปอยู่ในประเทศมาเลเซียและสมาชิกครอบครัว ได้มอบตัวต่อทางการเพื่อร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เมื่อเร็วๆ นี้ และได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การประชุมร่วมครั้งนี้จัดขึ้น ในโรงทานวัดลีนานนท์ บ้านลีนานนท์ หมู่ 6 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ได้พบกับ ตัวแทนชาวบ้าน และพระภิกษุจากบ้านลีนานนท์ บ้านจุฬาภรณ์ 12 และบ้านรักธรรม โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ชาวบ้านในสามบ้านดังกล่าวกว่า 2,400 คน คัดค้านการตั้งหมู่บ้านและจัดสรรที่ดินทำกินใน ต.สุคิริน ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวหลังจากประชุมร่วมกับชาวบ้านกว่าหนึ่งชั่วโมง จนได้ข้อสรุปว่า โครงการสร้างหมู่บ้านและจัดสรรที่ดินทำกินจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการ จะไม่มีการนำผู้หลงผิดในโครงการพาคนกลับบ้านมาอยู่ในหมู่บ้านนี้

“โครงการที่จะพาผู้หลงผิดเข้ามาในหมู่บ้านนั้นเป็นเพียงแค่ความคิด เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทุกคนมีหน้าที่ดูแลประชาชน เมื่อมาพูดคุยพบว่า ชาวบ้านไม่มีความประสงค์ให้ทางกองทัพภาคที่ 4 ทำโครงการ ก็ยินดีที่จะยกเลิก” พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าว

“ทางกองทัพก็จะไปดูที่อื่น สิ่งที่คุยกับชาวบ้านวันนี้ก็ได้ข้อสรุป ข้อยุติหมดแล้ว จะไม่มีการพาคนกลับบ้านมาอยู่ที่นี่ ทุกคนก็จะใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่ตนเองต่อไปเหมือนเดิม คือปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด” พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นายแผ่นดินสยามฆ์ สวนสุวรรณ แกนนำชาวบ้าน บ้านลีนานนท์ ได้กล่าวว่า ชาวบ้านรู้สึกพอใจกับผลการประชุม และคำสัญญาของแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อการคัดค้านของชาวบ้าน

“..หลังจากมีการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 ทำให้ทุกคนสบายใจ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัญญาว่า หากชาวบ้านไม่เอา แม่ทัพภาคที่ 4 ก็จะไม่ดำเนินการต่อ นี่คือคำมั่นสัญญาที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ไว้กับชาวบ้าน” นายแผ่นดินสยามฆ์กล่าว

นายแผ่นดินสยามฆ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐนำงบประมาณมาสนับสนุนพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศมาเที่ยวสุคิรินมากขึ้น เพราะเชื่อว่า ที่นี่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สวยงาม และพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว

ขณะที่ นางนูรี บินดอเลาะ อายุ 27 ปี ชาวบ้านจากบ้านจุฬาภรณ์ 12 กล่าวว่า ชาวบ้านพอใจกับผลการพูดคุย

“ขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 4 ที่รับฟังความต้องการของคนในพื้นที่ และยกเลิกการนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านมาอยู่ในหมู่บ้าน อยากให้หน่วยงานภาครัฐมาสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวให้ดีกว่าเดิม หากเป็นไปได้อยากให้มีงบประมาณมาลงพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะชาวบ้านทุกคนต้องการให้หมู่บ้านเจริญ อยากให้อำเภอสุคิรินเจริญ เป็นที่รู้จัก และชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น” นางนูรีกล่าว

ในการพูดคุยครั้งนี้ ชาวบ้านลีนานนท์ ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวบ้าน ในหัวข้อ “คนไทยคิดอย่างไรกับโครงการพาคนกลับบ้านมาตั้งบ้านเรือนและจัดสรรที่ดินทำกินในพื้นที่รอบ 3 หมู่บ้านของ ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส” โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน พบว่า มีผู้เห็นด้วยกับโครงการ 111 คน คิดเป็นร้อยละ 4% และมีผู้ไม่เห็นด้วย 2,389 คน คิดเป็นร้อยละ 96% "

ด้าน พล.ต.วิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยสถิติในโครงการพาคนกลับบ้านว่า ผู้เข้าร่วมโครงการคือ กลุ่มผู้หลงผิด เข้าใจผิด และมีความคิดเห็นต่าง สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก 288 คน ที่มาจากการคัดเลือก ปี 2560-2561 คัดเลือกแล้วเหลือ 224 คน โดยได้ผ่านกระบวนการตามกฎหมายแล้ว สามารถเข้าสู่การรับการฝึกอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่แม่ทัพภาคที่สี่ประกาศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

และกลุ่มที่สอง อดีตสมาชิกพูโลและครอบครัว 105 คน จาก 23 ครอบครัว เป็นกลุ่มคนที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งปัจจุบันคนกลุ่มนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งทางการกำลังมองหาที่อยู่ใหม่ให้ต่อไป

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง