Follow us

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณเชื่อการให้อำนาจทหาร ตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
กรุงเทพฯ
2016-03-31
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 22 เมษายน 2559
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 22 เมษายน 2559
เบนาร์นิวส์

ในวันพฤหัสบดี (31 มีนาคม 2559) นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงการออกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารสามารถตรวจค้น และจับกุมประชาชนได้โดยไม่มีหมายศาลว่า คำสั่งนี้ออกมาเพื่อจัดการกับผู้มีอิทธิพล และไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่งเลขที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งบางตอนระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นเคหะสถานหรือสถานที่ใดๆ รวมถึงพาหนะของผู้ต้องสงสัยที่อาจกระทำความผิด และสามารถยึดทรัพย์สินของผู้ต้องสงสัยได้ โดยการกระทําตามคําสั่งนี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งหมายความว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหมายศาล ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์จากสังคมขึ้น

ช่วงบ่ายวันนี้ ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงเพิ่มเติม เกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวว่า การดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว จะดำเนินการเฉพาะกับบุคคลที่มีข้อมูลชัดเจนว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย และเป็นผู้มีอิทธิพล สำหรับคนที่ไม่ได้กระทำผิด จึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวคำสั่งนี้แต่อย่างใด และการออกคำสั่งดังกล่าว ไม่ใช่การกระทำเพื่อหวังผลทางการเมือง ในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

“ไม่มี ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย เพราะการทำประชามติ ถ้าใครเห็นชอบก็ลงไป ถ้าไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องลง" พล.อ.ประวิตรกล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรยังชี้แจงเกี่ยวกับการควบคุมตัว ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือร่างรัฐธรรมนูญว่า เหตุผลที่ต้องควบคุมตัว ก็เพื่อทำความเข้าใจกับบุคคลดังกล่าว

“ที่ทำอยู่อย่างนี้(การควบคุมตัวและปรับทัศนคติ) คือทำเพื่อที่สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันให้อยู่ร่วมกันได้คือ การปรองดอง ถ้าไม่อยากปรองดอง อยากเข้ากระบวนการยุติธรรมก็เข้าไป” รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติม

อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์แสดงความห่วงใยต่อการใช้อำนาจของ คสช.

ต่อการใช้อำนาจของ คสช. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความคิดเห็นผ่านรายการ “ต้องถาม” ซึ่งออกอากาศในช่องฟ้าวันใหม่ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2559 ว่า การใช้อำนาจของ คสช. ในการจับกุมคนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของ คสช. เอง และต่อสถานการณ์บ้านเมือง

“เวลาคนมีอำนาจแล้วสามารถใช้อำนาจแล้ว มันเกิดเลยขอบเขตไปได้ ผิดเพียงเพราะความเห็นไม่ตรงกันในทางการเมือง ถ้าวัฒนธรรมนี้ยังอยู่ บ้านเมืองจะกลับสู่วิกฤต” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“ผมคิดว่า รัฐบาล คสช. มีเครื่องไม้เครื่องมือในการชี้แจง หักล้างสิ่งที่คนเหล่านี้พูด พอทำอย่างนี้ (ควบคุมตัวผู้เห็นต่าง) ไม่ได้เป็นผลดีกับใคร ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไร แล้วจะเป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง โต้แย้ง แล้วถ้าเกิดทำต่อเนื่อง สุดท้ายการประชามติไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ งานของ คสช. ทั้งหมดจะไม่ประสบความสำเร็จเลย” นายอภิสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติม

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความคิดเห็นว่ารัฐบาลควรเปิดโอกาสให้คนที่เห็นต่างสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยไม่บิดเบือน

องค์กรสิทธิมนุษยชนติติงการกระทำของรัฐบาลทหาร

ด้านองค์การสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ติติงการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ โดยกล่าวว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าคณะรัฐบาลทหารของไทยไม่อดทนอดกลั้นต่อผู้ต่อต้านจนถึงระดับ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการคุกคามผู้ที่ต่อต้านอย่างสันติ และเรียกร้องประชาคมนานาชาติให้กดดันรัฐบาลไทย ให้กลับคืนสู่แนวทางประชาธิปไตยโดยเร็ว

“นานาประเทศและประเทศเพื่อนบ้านของไทย ควรจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่า การจับกุมอันไร้สาระที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้สถานะของรัฐบาลทหารของไทยในระดับโลกตกต่ำลงเรื่อยๆ และควรกดดันรัฐบาลทหาร ให้ยุติการข่มเหงผู้ที่คัดค้านอย่างสันติ และดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่กล่าวเป็นประจำ ว่าจะคืนกติกาที่เป็นประชาธิปไตย” นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการแผนกเอเชียขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวในแถลงการณ์

และอีกหนึ่งความเห็นจาก นายอานนท์ นำภา ทนายความ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้โพสต์ทางเฟซบุ๊คถึงคำสั่งคสช. ที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจทหารในการตรวจค้น จับกุม และคุมขัง โดยไม่ต้องมีหมายศาล และไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำ เช่น ในคดีเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท (เมื่อมีการแสดงความคิดเห็น หรือแสดงออกที่ไม่ตรงกับ คสช.) ว่า เป็นกลียุคโดยแท้ เมื่อคำสั่งทางการทหารกลายเป็นกฎหมาย บ้านนี้เมืองนี้ก็ปกครองด้วยระบอบทหารโดยสมบูรณ์

วัฒนา เมืองสุข ถูกปล่อยตัวแล้ว

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคเพื่อไทย ได้รับการปล่อยตัวจาก มณฑลทหารบกที่ 11 แล้ว หลังจากที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2559 จากการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และร่างรัฐธรรมนูญ

"โพสต์แรกเมื่อออกจากค่าย วันนี้ (31 มีนาคม) เวลา 12.30 น. ผมถูกปล่อยตัวออกจาก มทบ.11 แล้วครับ รวมเวลาที่ถูกควบคุมตัวทั้งสิ้น 73 ชั่วโมง ผมขอทำธุระส่วนตัวบางอย่าง พรุ่งนี้เช้าผมจะมีความเห็นทางการเมืองต่อไป ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและให้กำลังใจครับ” นายวัฒนาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจของตัวเอง (Watana Muangsook)

การควบคุมตัวนายวัฒนาครั้งนี้ ถือเป็นการควบคุมตัวครั้งที่ 2 ในรอบหนึ่งเดือน โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 นายวัฒนาเคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว และถูกปล่อยตัวภายในวันเดียวกัน โดยสาเหตุของการควบคุมตัวมาจากการที่นายวัฒนา แสดงความคิดเห็นวิพากษ์-วิจารณ์รัฐบาล

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ