Follow us

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกสี่เดือน นิตยา ม่วงกลาง นักสิทธิที่ดินชัยภูมิ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2019-05-15
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
น.ส.นิตยา ม่วงกลาง (เสื้อขาว) นักสิทธิที่ดิน รับการผูกข้อมือสู่ขวัญ ก่อนฟังคำพิพากษาคดีบุกรุกป่า วันที่ 15 พฤษภาคม 2562
น.ส.นิตยา ม่วงกลาง (เสื้อขาว) นักสิทธิที่ดิน รับการผูกข้อมือสู่ขวัญ ก่อนฟังคำพิพากษาคดีบุกรุกป่า วันที่ 15 พฤษภาคม 2562
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

วันพุธนี้ ศาลจังหวัดชัยภูมิ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก น.ส.นิตยา ม่วงกลาง นักสิทธิที่ดินเป็นเวลา 4 เดือน และสั่งให้ น.ส.นิตยา จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย 4 หมื่นบาท จากข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าในบริเวณอุทยานแห่งชาติไทรทอง ด้านทนายระบุว่า กำลังศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียดก่อนยื่นฎีกา และขอประกันตัวในภายหลัง

นายสมนึก ตุ้มสุภาพ ทนายความของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เปิดเผยกับเบนาร์นิวส์ว่า น.ส.นิตยา ถูกตัดสินจำคุก 4 เดือน และสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 4 หมื่นบาท เนื่องจากอุทยานแห่งชาติไทรทอง ฟ้องร้องว่า น.ส.นิตยา บุกรุกเข้าไปในพื้นที่อุทยาน และสร้างความเสียหาย ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ จะอ่านคำพิพากษาคดีบุกรุกป่าของ น.ส.นิตยา อีกคดีหนึ่งในเดือนมิถุนายน ศกนี้ ซึ่งมีอีก 13 คน ที่ต่างถูกแยกดำเนินคดีด้วย

“น.ส.นิตยา ถูกกล่าวหาบุกรุกที่ดินป่าไม้ โดยเป็นการดำเนินคดีตามนโยบายทวงคืนผืนป่า คำสั่ง คสช. ที่ 64/57 ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินว่ามีความผิดจริง ทนายได้อุทธรณ์ โดยใช้ คำสั่ง คสช. ที่ 66/57 ว่า การดําเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทํากิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคําสั่งนี้มีผลบังคับใช้” นายสมนึก กล่าว

“ศาลท่านมองว่าคำสั่งต้องอิงกับการประกาศเขตป่าด้วย ซึ่งตัวจำเลยได้รับที่ดินมาจากพ่อ-แม่ ส่วนพ่อ-แม่ได้มาจากคนอื่นอีกทอดนึง ไม่ได้อยู่มาแต่เดิม ก็เลยไม่ได้รับประโยชน์จากคำสั่ง 66/57… เรายังไม่ยื่นประกัน เพราะโทษเพียง 4 เดือน ห้ามฎีกา” นายสมนึก ระบุ

“แต่ถ้าหากฎีกาจำเป็นต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมจริง ซึ่งต้องศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียด หากยื่นฎีกาและศาลรับฎีกา จึงจะยื่นประกันได้” นายสมนึกกล่าวเพิ่มเติม

นายสมนึก กล่าวอีกว่า หากยื่นประกันโดยไม่มีเหตุผล และศาลไม่ให้ประกัน การยื่นขอประกันในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้น ทนายความมีเวลา 1 เดือน ในการยื่นฎีกา จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี และใช้เหตุผลอย่างเหมาะสมที่สุดก่อนยื่นฎีกา

ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษา น.ส.นิตยา ถูกนำตัวไปควบคุมที่ เรือนจำจังหวัดชัยภูมิทันที

ในปี 2559 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.นิตยา และชาวบ้านเขต ตำบลห้วยแย้ และ ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว ชัยภูมิ รวม 14 ราย ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ 2507 และ พ.ร.บ.อุทยานฯ 2504 คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นในปี 2560 และอ่านคำพิพากษาจำคุกชาวบ้าน รวมถึงนิตยาในปี 2561 โดย น.ส.นิตยา เป็นจำเลยคนแรกที่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ และรายอื่นๆ จะมีนัดฟังคำพิพากษาอีกในต้นเดือนมิถุนายน 2562

ด้าน นางอรนุช ผลภิญโญ นักสิทธิที่ดินเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กล่าวต่อเบนาร์นิวส์ว่า การดำเนินคดีกับ น.ส.นิตยา จะไม่สร้างความหวาดกลัวให้กับเครือข่ายฯ แต่จะทำให้การเคลื่อนไหวมีความรอบคอบมากขึ้น

“ตั้งแต่มีปัญหาปี 57 จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน พี่น้องไทรทอง ไม่ใช่แค่นิตยา ได้รวมตัวต่อสู้ พอคุยกันแล้ว พอจะมีกลไกที่จะแก้ไขปัญหาได้ กลับถูกหัวหน้าอุทยาน (นายวรพล ดีปราสัย) มาฟ้อง 14 คน ก็ต้องต่อสู้มากกว่าเดิม นอกจากจะสู้เรื่องนโยบายที่ดินทำกินแล้ว ก็ต้องสู้เรื่องคดีความด้วย เหมือนถูกกระทำสองเท่า ขณะที่นายทุนในบริเวณนั้นไม่ถูกดำเนินคดีอะไร” นางอรนุช กล่าว

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านใช้หลักรัฐศาสตร์ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้นิติศาสตร์ เราไม่กลัวที่จะต่อสู้ต่อไป มันยิ่งจะทำให้เราต่อสู้เข้มข้นมากขึ้น และละเอียดรอบคอบมากขึ้นเพราะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราไม่เป็นธรรม ต้องทำให้เห็นข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่รัฐทำตอนนี้ไม่ถูก เรื่องนี้คือ ประเด็นเชิงสาธารณะ ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ไม่ใช่แค่ไทรทอง แต่ทั่วประเทศ” นางอรนุช กล่าวเพิ่มเติม

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ