Follow us

ครม.มติเห็นชอบ คลายล็อคกัญชา-กระท่อมใช้ทางการแพทย์ 5 ปี

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2018-11-13
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ขณะหยอดน้ำมันกัญชาเพื่อใช้เป็นยา ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ขณะหยอดน้ำมันกัญชาเพื่อใช้เป็นยา ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
เอพี

ในวันนี้ คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้คลายล็อคกัญชาและกระท่อม เพื่อใช้ทางการแพทย์ โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุม ครม. ย้ำว่า เป็นเพียงการคลายล็อค เพราะกัญชายังเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 แต่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

ปัจจุบัน จากการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า โรคที่วิจัยชัดเจนแล้วว่า สามารถใช้กัญชารักษาได้มี 4 กลุ่มโรค คือ รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด โรคลมชักดื้อต่อการรักษาในเด็ก โรคปลอกประสาทอักเสบ และอาการปวดรุนแรงที่เดิมต้องใช้มอร์ฟีนในการบรรเทาอาการปวด  และพบว่า ในทางการแพทย์แผนไทย มีการใช้กัญชาเพื่อการรักษากว่า 100 ตำรับยา

“เป็นการคลายล็อค ไม่ใช่ปลดล็อค กัญชายังเป็นยาเสพติดในประเภทที่ 5 อยู่ เพียงแต่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการศึกษาและการรักษาโรค และจะใช้เป็นบทเฉพาะกาลในระยะเวลา 5 ปี ก่อน ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องส่งกลับไปให้ สนช. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และการประชุมคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ที่เรียกว่า พ.ร.บ.กัญชา ฉบับนี้ เป็นร่างที่ สนช. ส่งมาให้ครม.พิจารณา โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้สามารถนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดประเภท 5 ซึ่งรวมถึงกัญชา และกระท่อม ได้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางราชการ โดยได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต เพื่อกรณียกเว้นให้มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครอง ไม่เกินจำนวนที่จำเป็นสำหรับการใช้รักษาโรคเฉพาะ หรือสำหรับใช้ในการปฐมพยาบาล หรือกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ใช้ยาเสพติดประเภท 5 ได้ หากกระทำเพื่อการรักษาโรคตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลป์ หรือเพื่อการศึกษาวิจัย กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตสามารถจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้ เฉพาะสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น

โดย ร่าง พ.ร.บ.กัญชา ยังระบุให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีอำนาจในการกำหนดเขตพื้นที่ เพื่อทดลองปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตที่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ผลิต และทดสอบยาเสพติดประเภท 5 ได้ตามพื้นที่ที่กำหนด โดยให้ รมว.สาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. อาจจะประกาศเห็นชอบให้ท้องที่ใด เป็นท้องที่ที่เสพพืชกระท่อมได้ โดยไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว

“เป็นการปลดล็อกเฉพาะในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้อง คือหมอและคนไข้ ยกเว้นให้ว่าจะไม่มีความผิด โดยในที่ประชุมเน้นย้ำว่า เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นว่าทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อการรักษาและใช้ในการทางการแพทย์เท่านั้น โดยในเรื่องของพื้นที่ปลูกคณะกรรมการ ป.ป.ส. จะเห็นชอบร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ใครจะไปปลูกหลังบ้านตัวเองได้ และกระบวนการผลิตก็ต้องระบุว่า ใครจะสามารถนำไปผลิตได้ และนำมาจากที่ไหน มีการควบคุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่นำไปปลูกและนำไปใช้ได้อย่างอิสระ” นายพุทธิพงษ์ ระบุ

นายพุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า พืชกระท่อมได้ปรับจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 มาอยู่ที่ประเภท 2 และหลังจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้กำกับดูแลการใช้ การนำไปผลิต นำไปใช้ประโยชน์ การนำไปใช้ของแพทย์ ในระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นจึงจะมาทบทวนอีกครั้ง ว่าควรปรับปรุง อนุญาตหรือปรับลด เพิ่มเติมอะไรได้บ้าง

ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการพิจารณา การนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ร่วมกับ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้านโรคมะเร็ง ด้านประสาทวิทยา ด้านสุขภาพจิต และการแพทย์ทางเลือกเข้า นัดแถลงแนวทางการควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ในวันพรุ่งนี้

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ