Follow us

ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรชี้ขาดสภาพ ส.ส. ของ นวัธ เลขาสภาฯ ระบุ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2019-09-25
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย อ่านแถลงการณ์นโยบาย การดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่สอง ต่อหน้ารัฐสภา กรุงเทพฯ วันที่ 25 กรกฎาคม 2562
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย อ่านแถลงการณ์นโยบาย การดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่สอง ต่อหน้ารัฐสภา กรุงเทพฯ วันที่ 25 กรกฎาคม 2562
เอพี

ในวันพุธนี้ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นหน่วยงานที่มีสิทธิชี้ขาด สภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย หลังจากวานนี้นายนวัธถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิต จากความผิดฐานจ้างวานฆ่า นายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 15 คน ประชุมเพื่อพิจารณา กรณี สถานะ ส.ส.ของนายนวัธ ซึ่งแม้เสียงส่วนมากของที่ประชุมจะเห็นว่า นายนวัธควรพ้นสภาพ ส.ส. แต่ก็ชี้ว่า องค์กรที่มีสิทธิชี้ขาดคือ ศาลรัฐธรรมนูญ มิใช่สภาผู้แทนราษฎร

“เสียงข้างมาก 11 เสียงเห็นว่า ต้องพ้นจากสถานะ ส.ส. ส่วนเสียงข้างน้อยอีก 4 เสียงเห็นว่า ยังไม่พ้นสถานะเป็น ส.ส. แต่สิ่งที่ทุกเสียงเห็นตรงกันคือ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการชี้ขาดเรื่องการสิ้นสุดสถานะ ส.ส. แต่เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดระบุให้สภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดเรื่องสถานะ” นายสรศักดิ์ กล่าว

“ช่องทางที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้คือ การให้ ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 1 หรืออีกช่องทางคือ หาก กกต.มีข้อสงสัยเรื่องการสิ้นสภาพสถานะ ส.ส.สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะนำข้อสรุปของทีมกฎหมายรายงานให้นายชวนทราบในวันที่ 26 กันยายน ต่อไป" นายสรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวแก่สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ในความเห็นของตนเองนายนวัธ สิ้นสภาพการเป็น ส.ส. ทันทีหลังมีคำพิพากษา แม้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ตาม โดยขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องแจ้งมายังรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งซ่อมในเขตดังกล่าวต่อไป

“ก็ตรงไปตรงมา เมื่อมีคำพิพากษาว่า มีความผิดอาญา แม้แต่จะรอการลงโทษก็ยังไม่ได้ ก็จบไปตามนั้น ไม่ต้องสิ้นสุดคดี ถ้าเป็นเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งจะต้องนำมาคำนวณ (บัญชีรายชื่อ) ถ้าเรื่องอื่นไม่ต้องมาคำนวณ” นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ผ่านมา ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.929/61 ซึ่งพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น เป็นโจทก์ ฟ้อง นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส. จังหวัดขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหาก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาระบุว่า พยานให้การสอดคล้องเชื่อมโยงกันรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ให้ลงโทษประหารชีวิต และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป

คดีนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 198/45 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 5 คน คือ ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล, พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม, นายประพันธ์ ศรีพิลัย, นายบุญช่วย จูงกลาง และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง เป็นจำเลยที่ 1-5

คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ กระทั่ง ศาลฎีกาพิพากษาให้ประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิตร จำเลยที่ 3 และยกฟ้องนายปิยะพงษ์ จำเลยที่ 5 ส่วนจำเลยอีก 3 คนที่เหลือให้จำคุกตลอดชีวิต ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า คดีนี้ นายนวัธ เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง สาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ในวันที่ 3 เมษายน 2561 จึงได้ออกหมายจับนายนวัธ ในข้อหากระทำความผิดฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทั่งนำมาสู่การตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิตของศาลชั้นต้นวานนี้

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ