Follow us

โรคหัดระบาดในยะลา เด็กเสียชีวิตแล้ว 5 ราย

มารียัม อัฮฮหมัด
ปัตตานี
2018-10-10
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลา ลงพื้นที่คัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้กับประชาชน ในอำเภอบันนังสตา วันที่ 10 ตุลาคม 2561
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลา ลงพื้นที่คัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้กับประชาชน ในอำเภอบันนังสตา วันที่ 10 ตุลาคม 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนานิวส์

ในวันพุธนี้ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดยะลาเปิดเผยว่า จังหวัดยะลามีการระบาดของโรคหัดในเด็กและเยาวชน โดยมีผู้ป่วยกว่า 340 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ปกครองไม่นำบุตรหลานไปรับวัคซีนป้องกัน กระทรวงสาธารณสุข และสำนักจุฬาราชมนตรีทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า การรับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในเด็กมุสลิมสามารถดำเนินการได้

นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า พบการระบาดของโรคหัดในเด็ก ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดได้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขแล้ว โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน

“มีการเกิดโรคหัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่มีการฉีดวัดซีนเด็กต่ำ จากการตรวจสอบ พบสัดส่วนการเกิดโรคหัดระบาดในกลุ่มเด็ก ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 2561 พบมีผู้ป่วยจำนวน 341 ราย ผู้ป่วยสูงสุดคือ ยะหา 93 ราย รอง ลงมาบันนังสตา 54 ราย ธารโต 52 ราย กรงปินัง และกาบัง 39 ราย อำเภอเมืองยะลา 38 ราย รามัน 21 ราย และเบตง 5 ราย โดยพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย แบ่งเป็นที่ กรงปินัง 3 ราย บันนังสตา 1 ราย และธารโต 1 ราย” นพ.สงกรานต์ กล่าว

“อาการของโรคหัดจะมีไข้ออกผื่น พบได้ทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก 1-6 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งพบได้ในจมูก และลำคอ ติดต่อจากการไอ จาม หรือพูดระยะใกล้ชิด เชื้อกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ โรคหัดอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ทำให้ป่วยเสียชีวิตได้” นพ.สงกรานต์ กล่าวเพิ่มเติม

นพ.สงกรานต์ ระบุว่า ผู้ป่วยโรคหัดจะมีอาการเริ่มต้น คือ มีไข้ มีน้ำมูก ไอ ตาแดง ตาแฉะ และกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับการมีไข้สูง และจะสูงขึ้นเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ลักษณะผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้น โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดโคนผม แล้วกระจายตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว ในเวลาประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นไข้จะลดลง ผื่นระยะแรกมีสีแดง แล้วเข้มขึ้นจนมีสีคล้ำ หรือน้ำตาลแดง บางครั้งจะพบผิวหนังลอกเป็นขุย การตรวจในระยะ 1-2 วัน ก่อนผื่นขึ้นจะพบจุดขาว เล็ก ขอบสีแดงในกระพุ้งแก้ม

“การควบคุมการระบาดโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลา ใช้มาตรการหาให้ครบ ฉีดให้ทัน ระดมสรรพกำลังบุคลากร และวัคซีน ลงพื้นที่เชิงรุกดำเนินการ วินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อลงสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบภายใน 2 วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน 3 วัน เรียกว่า มาตราการ 323” นพ.สงกรานต์ ชี้แจง

ปัจจุบัน จังหวัดยะลา ถือเป็นจังหวัดที่มีอัตราการระบาดของโรคหัดมากที่สุดในประเทศ โดยข้อมูลจาก สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เดือนกันยายน 2561 ทั้งประเทศพบมีผู้ป่วยโรคหัด 2,149 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ยะลา, ประจวบคีรีขันธ์, สมุทรสาคร, เชียงใหม่ และอำนาจเจริญ

ด้าน นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ปัตตานี มีผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 58 ราย โดยทั้งหมดเป็นเด็กเล็ก เบื้องต้น จังหวัดเริ่มมาตรการแก้ไขปัญหาแล้วเช่นกัน

“จังหวัดปัตตานี ปีนี้ มีผู้ป่วยโรคหัดจำนวน 58 ราย เป็นเด็กอายุ 0-4 ปี อำเภอทุ่งยางแดงพบผู้ป่วยสูงสุด รองลงมาอำเภอแม่ลาน, อำเภอหนองจิก, อำเภอยะรัง, อำเภอมายอ, อำเภอกะพ้อ, อำเภอโคกโพธิ์, อำเภอเมืองปัตตานี, อำเภอสายบุรี, ตามลำดับ” นายแพทย์ชัยรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคหัดระบาดว่า ได้ประสานกับจุฬาราชมนตรี สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคหัดให้กับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว

“ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการระบาดของโรคหัด และทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 รายในยะลา เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด มาก่อน เพราะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางพื้นที่มีปัญหาการต่อต้านการฉีดวัคซีนในเด็กมุสลิม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข และสำนักจุฬาราชมนตรี เคยทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่แล้วว่า การรับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในเด็กมุสลิมสามารถดำเนินการได้” พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ และผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่า วัคซีนทุกชนิดสามารถฉีดให้กับคนมุสลิมได้ ความเชื่อที่ว่า วัคซีนบางชนิดใช้กับคนมุสลิมไม่ได้ เป็นความเข้าใจผิด

“ไม่มีวัคซีนหะรอม หรือฉีดไม่ได้ในอิสลาม วันนี้ในการประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีคำถามเรื่องวัคซีน เนื่องจากเกิดปัญหาในภาคใต้ตอนล่าง ชาวบ้านไม่ยอมรับวัคซีนที่ทางการฉีดให้เนื่องจากกังวลว่า เป็นวัคซีนหะรอมหรือ ห้ามฉีดในอิสลาม บางหมู่บ้านถึงขนาดลือกันว่าเป็นวัคซีนที่มีองค์ประกอบของหมู” รศ.ดร.วินัย กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ