Follow us

ศาลรับฟ้องคดีหมิ่นประมาท เว็บไซต์ผู้จัดการออกข่าวทหารซ้อมทรมาน

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2018-10-12
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายขุนทอง ลอเสรีวานิช(คนที่สองจากซ้าย) ผู้บริหารบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนที่ สภ. จังหวัดปัตตานี วันที่ 6 มิถุนายน 2561
นายขุนทอง ลอเสรีวานิช(คนที่สองจากซ้าย) ผู้บริหารบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนที่ สภ. จังหวัดปัตตานี วันที่ 6 มิถุนายน 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

ในวันศุกร์นี้ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 เปิดเผยว่า ศาลได้รับฟ้องคดีที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด และผู้บริหาร ข้อหาหมิ่นประมาท ในฐานะเป็นเจ้าของเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ซึ่งเผยแพร่ข่าว การซ้อมทรมานประชาชนในค่ายกรมทหารพรานที่ 43 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 เปิดเผยต่อเบนาร์นิวส์ว่า ศาลจังหวัดปัตตานี มีความเห็นรับฟ้องคดีที่ กอ.รมน. เป็นผู้สายหาย ฟ้องเอาผิดกับ บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำเลยที่ 1, นายขุนทอง ลอเสรีวานิช จำเลยที่ 2 และนายเพชร สมุทรวณิช จำเลยที่ 3 เป็นผู้ต้องหาร่วมในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการที่เว็บไซต์ข่าวผู้จัดการเผยแพร่ข่าว พาดพิงกรมทหารพรานที่ 43 ว่า มีการซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยในพื้นที่รับผิดชอบ

“ล่าสุดศาลรับฟ้อง ถือว่าเร็ว ปกติจะใช้เวลานานถึง  3 ปี โดยวันที่ 27 กันยายน 2561 ที่สำนักงานอัยการ จังหวัดปัตตานี นายสุรพันธ์ ชอบแต่ง พนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดี ได้ดำเนินการไกล่เกลี่ย และประนอมข้อพิพาท ระหว่างผู้เสียหาย กับทนายความ (สงวนชื่อและนามสกุล) ฝ่ายผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ อัยการจึงได้ส่งสรุปการไกล่เกลี่ยต่อศาล กระทั่งมีความเห็นรับฟ้อง” พ.อ.หาญพล กล่าว

“เหตุผลที่ยอมความไม่ได้ เพราะฝ่ายเขาส่งทนายมารับฟังแทน และให้เรายื่นข้อเสนอ แต่เราไม่มีอะไรเสนอ คิดว่า ถ้ากรรมการบริหาร 2 คน มาด้วยตัวเองจะสามารถคุยกันง่ายกว่า ตกลงไม่ได้ จึงต้องฟ้องไทยเดย์ ด็อทคอม ซึ่งเป็นผู้จดทะเบียนของเว็บไซต์ผู้จัดการ(Manager Online)” พ.อ.หาญพล กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เบนาร์นิวส์ได้สอบถามไปยัง นายปิยะโชติ อินทรนิวาส หัวหน้าศูนย์ข่าวเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ภาคใต้ เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวซึ่ง นายปิยโชติ ระบุว่ายังไม่ได้รับเอกสารแจ้งแต่อย่างใด

“ยังไม่ทราบเรื่องที่ศาลรับฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม และกรรมการบริหาร ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ทราบข้อมูลล่าสุดคือ อยู่ในชั้นอัยการ และผู้ถูกกล่าวหาได้ร้องขอความเป็นธรรมจากสำนักงานอัยการ” นายปิยะโชติ กล่าว

รายงานข่าวของเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เรื่อง “แฉ! อดีตผู้ต้องสงสัยเผยถูกซ้อมทรมานเหมือนตาย ระหว่างถูกคุมตัวในค่ายทหาร” ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่า ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นอดีตผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง และถูกซ้อมทรมาน ระหว่างเข้าสู่กระบวนการซักถามในค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ระหว่างช่วงปี 2550-2560 รวม 4 ครั้ง

“นายปะดอเลาะ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตัวเองโดนซ้อมมาตลอดตั้งแต่ปี 2550 ปี 2555 ปี 2556 และปี 2560 จำนวน 4 ครั้ง ที่ถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านไม่เจออะไรเลย บอกแค่ว่าจับตามหมาย พ.ร.ก. ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ระหว่างถูกควบคุมตัวถูกซ้อมตลอด พยายามเรียกร้องก็อ้างไม่ขึ้น ก็แค่ชาวบ้านค้านอำนาจรัฐไม่ขึ้นหรอก ครั้งสุดท้ายที่ถูกควบคุมตัวปี 2560 ที่ผ่านมา มือหัก และมีแผลตามตัวเต็มไปหมด ยังทำอะไรไม่ได้ รัฐบาล แม่ทัพไม่มีใครฟังเลย กลับมาว่า ชาวบ้านใส่ร้ายเจ้าหน้าที่อีก” ตอนหนึ่งของรายงานข่าวดังกล่าวระบุ

หลังจากเผยแพร่ข่าวดังกล่าว กอ.รมน. ได้ยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทต่อเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ที่สถานีตำรวจภูธร จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้สำนักงานอัยการพิจารณา กระทั่งสั่งฟ้องต่อศาล และศาลรับฟ้องวานนี้

ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาทคดีนี้ว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียนให้เข้าไปตรวจสอบการซ้อมทรมานในพื้นที่ทหาร แต่การตรวจสอบยังมีความยากลำบากอยู่มาก

“การตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการถูกซ้อมทรมาน นอกจากความยากลำบากในการหาพยานหลักฐานแล้ว การขอยุติเรื่องของผู้ร้อง โดยไม่ประสงค์ให้ กสม. ตรวจสอบอีกต่อไป เป็นอีกความยากลำบากในการพิสูจน์ความจริง วันนี้ พิจารณารายงานการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 เรื่อง ทุกเรื่อง กสม. ต้องยุติการตรวจสอบ เนื่องจากผู้ร้องไม่ประสงค์ให้ตรวจสอบอีกต่อไป ด้วยเหตุผลต่างๆกัน การบันทึกข้อมูลด้วยการรับฟังฝ่ายเดียวเป็นเรื่องง่าย แต่การตรวจสอบอย่างรอบด้านทำได้ยากมาก” นางอังคณา กล่าว

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ