นายกฯยืนยันแต่งตั้งพล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และ นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2018.10.16
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
181016-TH-prayuth-1000.jpg พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 16 ตุลาคม 2561
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันในวันอังคารนี้ว่า ได้มีการแต่งตั้งพลเอกอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่สี่ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขแทนพลเอกอักษรา เกิดผล เพื่อให้คนที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ได้เข้ามาดำเนินการพูดคุยกับฝ่ายกลุ่มก่อความไม่สงบต่อไป ในขณะที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งได้เปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาแล้วเช่นกัน จะเดินทางมาพบปะกับตนในสัปดาห์หน้า

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในทำนองว่าฝ่ายผู้เห็นต่างได้กดดันให้ทางฝ่ายไทยเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยฯ แต่ทางพล.อ.ประยุทธ์ ให้ยกเหตุผลว่า การเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะนั้น เพื่อให้คนใหม่ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่เข้ามาทำหน้าที่แทน

“เรื่องของการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ที่ผ่านมาท่าน พล.อ.อักษรา เกิดผล ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และก็มีความก้าวหน้าในหลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามก็พยายามเอามาเป็นเงื่อนไข ในการที่จะกดดันฝ่ายเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

“ทั้งนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงก็เพราะว่าท่านก็ทำงานหนักมาพอสมควรหลายปีมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็เปลี่ยนคนใหม่ไปดู เป็นคนในพื้นที่ เป็นแม่ทัพภาคที่สี่เก่า และก็คงจะได้ทำงานได้ตามนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้น เราก็ต้องเอานโยบายของรัฐบาลเป็นหลักการ ในการพูดคุยสันติสุข มันเป็นวิถีทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงภาคใต้ที่เกิดขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เพิ่มเติม

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอีกว่า นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเดินทางมาพบปะกับตนในวันที่ 24 และ 25 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการพูดคุยเรื่องการสร้างสันติสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ที่ดำเนินมากว่าสี่ปีแล้ว ทั้งนี้ หลังจากการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งสมัยนายมหาเธร์ ได้แต่งตั้งนายอับดุล ราฮิม นูร์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจ และ ผบ.ตำรวจสันติบาล เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติสุขระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มมาราปาตานี แทนดาโต๊ะซัมซามิน คนของอดีตนายกรัฐมนตรีราจิบ ราซัค

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนที่เกิดเหตุที่คู่แม่และลูกสาวถูกยิงเสียชีวิต ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส วันที่ 11 สิงหาคม 2561 (เอเอฟพี)
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนที่เกิดเหตุที่คู่แม่และลูกสาวถูกยิงเสียชีวิต ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส วันที่ 11 สิงหาคม 2561 (เอเอฟพี)

 

มาราปาตานีพลัส

ในปี 2556 รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้พยายามดำเนินการเจรจากับฝ่ายกองกำลังแบ่งแยกดินแดน โดยการสนับสนุนของรัฐบาลของนายนาจิบ ราซัค ในขณะนั้น โดยมาเลเซียรับเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาให้กับทั้งสองฝ่าย จนกระทั่งถึงสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ฝ่ายขบวนการส่วนหนึ่ง ได้ก่อตั้งองค์กรร่มขึ้นมาชื่อว่า มาราปาตานี เพื่อเจรจากับรัฐบาลไทย เมื่อปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งการเจรจาได้สะดุดลงเป็นช่วงๆ

เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายอาบู ฮาฟิซ อัล-ฮากิม โฆษกองค์กรมาราปาตานี ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “การเจรจาถึงทางแยกอีกครั้ง” ว่าทางฝ่ายคณะพูดคุยฯ ของไทย ปฏิเสธที่จะเซ็นเอกสารเรื่องการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย เซฟเฮ้าส์ และคณะกรรมการทำงานร่วมในพื้นที่ ซึ่งจะส่งต่อให้คณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุข (Joint Working Group-Peace Dialogue Process - JWG-PDP) รับรองต่อไปก่อนที่จะลงมือจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยขึ้นจริงๆ ซึ่งฝ่ายไทยกำหนดไว้ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มมาราปาตานี นำไปสู่การไม่ยอมรับ พล.อ.อักษรา

ในวันนี้ นายอาบู ฮาฟิซ กล่าวว่า มาราปาตานี ซึ่งเดิมมีสมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดน 5 กลุ่ม ได้ปรับชื่อเป็น มาราปาตานีพลัส เพราะมีกลุ่มใหม่เข้าร่วมอีกสามกลุ่ม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง ทั้งนี้ กลุ่มที่อ้างว่าเป็น สำนักประชาสัมพันธ์ของขบวนการบีอาร์เอ็น ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเจรจากับฝ่ายตนโดยตรง

“เดิมมารา มีสมาชิกเป็นองค์กรต่างๆ 5 องค์กร แต่ตอนนี้มีองค์กรอื่นต้องการเข้าร่วมกับเราด้วย ฉะนั้นเราจึงตั้งชื่อกลุ่มชั่วคราวว่า มาราพลัส” นายอาบู ฮาฟิซ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

นายอาบู ฮาฟิซ ยังได้กล่าวยอมรับว่ามีความขัดแย้งกันภายในกลุ่มมาราปาตานี ซึ่งสมาชิกได้พยายามปรับตัวเข้าหากันจนเป็นผลสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้

“เราใช้เวลาพักหนึ่งในการปรับตัวองค์กรเป็นการภายใน และเพิ่งสำเร็จไปเมื่อเร็วๆ นี้ เราสามารถรวมตัวเพื่อจุดประสงค์หนึ่งเดียวกันได้ และเมื่อมีกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา ก็ต้องมีการปรับตัวกันต่อไป” นายอาบู ฮาฟิซ กล่าว และได้เพิ่มเติมว่า จะมีการสรุปข้อเรียกร้องของฝ่ายกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเพื่อเสนอต่อทางรัฐบาลไทยชุดใหม่

“ในการเจรจาในชั้นถัดไป เรากำลังสรุปข้อเรียกร้องของเราที่มีต่อรัฐบาลไทย แต่ละกลุ่มจะนำเสนอทัศนะของตนแล้วเราจะสรุปรวมเป็นข้อเสนอเดียวกัน เราจะไม่เสนอข้อเรียกร้องใดๆ จนกว่าจะมีรัฐบาลประชาธิปไตย หลังจาการเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ศกหน้า” นายอาบู ฮาฟิซ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเรื่องกลุ่มต่างๆ ที่จะเข้าได้กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวว่า การพูดคุยเพื่อสันติสุขไม่ได้เป็นการเจรจา เพราะไม่ใช่การรบราต่อกัน และการพุดคุยจะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย

มุซลิซา มุสตาฟา ในกัวลาลัมเปอร์ มีส่วนร่วมในรายงานฉบับนี้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง