กรมฝนหลวงฯ ทำฝนเทียมล้างมลภาวะทางอากาศในกรุงเทพ

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช และ นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2019.01.15
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
190115-TH-pollution-800.jpg ชาวกรุงเทพสวมหน้ากากกันมลพิษ ในระหว่างการเดินทาง วันที่ 15 มกราคม 2562
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันอังคารนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ส่งเครื่องบินทำฝนเทียมออกปฏิบัติการ เพื่อช่วยแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นวันแรก หลังจากที่กรมควบคุมมลพิษได้ออกประกาศว่าคุณภาพอากาศบริเวณริมถนน 18 พื้นที่ และพื้นที่ทั่วไป 11 พื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่ นายกรัฐมนตรีให้รองนายกประชุมแก้ปัญหา ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานว่าอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีคุณภาพแย่ลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2561 จนอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ทำการติดตามและรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (2.5 PM) รายวัน โดยในการเปิดเผยรายงานในวันนี้ ระบุว่า ฝุ่นละออง 2.5 พีเอ็ม อยู่ในระดับเกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่

กรมควบคุมมลพิษ ระบุสาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศในกรุงเทพฯต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากสภาพอากาศปิด มลพิษจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ และการเผาขยะและวัชพืช

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า ฝุ่นละออง 2.5 พีเอ็ม ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือแม้แต่โรคหัวใจวายได้ เพราะอนุภาคเล็กๆ สามารถผ่านจมูก แล้วซึมเข้าสู่ปอดและเส้นเลือดฝอยของมนุษย์ได้

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดี กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในวันนี้ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เริ่มทำฝนเทียมเพื่อสลายมลพิษในกรุงเทพ เป็นวันแรก โดยดำเนินการทำฝนเทียมเหนือท้องฟ้าจังหวัดระยองเพื่อให้ตกลงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

“หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยองได้วางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนที่ 1 เวลาประมาณ 10.30 น. ที่บริเวณทิศตะวันออก อ.บางปะกง ถึงบริเวณทิศเหนือ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยเครื่องบินคาซ่า 2 ลำ ใช้สารโซเดียมคลอไรด์รวม 2,000 กิโลกรัม พร้อมทั้งประสานไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าไปปฏิบัติการฝนหลวงให้ใกล้พื้นที่กรุงเทพฯ มากที่สุด” นายสุรสีห์ กล่าว

“ได้จัดตั้งวอร์รูม ขึ้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป เพื่อประสานการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค และกำชับให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำในการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งจะต้องไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต้องการฝนในขณะนี้ด้วย” นายสุรสีห์ ระบุ ซึ่งในตอนบ่ายวันนี้ ได้มีฝนเทียมตกลงในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครแล้ว

ในวันนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์มลภาวะว่า สถานการณ์ พีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 15 มกราคม 2562 พื้นที่ริมถนนเกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. รวม 18 พื้นที่ และในพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 11 พื้นที่ โดยรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

สำหรับพื้นที่ริมถนนซึ่งมีค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน ได้แก่  ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน  ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง  ริมถนนพญาไท เขตราชเทวี  ริมถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร  ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน เป็นต้น ขณะที่พื้นที่ทั่วไป ได้แก่ เขตบางนา เขตดินแดง เขตบางซื่อ เขตสาทร และหลายพื้นที่ แม้กระทั่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก็ถือว่ามีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานด้วยเช่นกัน รายงานของกรมควบคุมมลพิษระบุ

นางสาวนิศานาถ ไทรทองคำ พนักงานบริษัท อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า ตนรู้สึกได้ถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากสภาพอากาศ แม้จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ชานเมืองระหว่างกรุงเทพฯ-นนทบุรี

“รู้สึกว่าอากาศแย่มาตั้งแต่ช่วงก่อนสิ้นปี ซึ่งปกติก็จะสังเกตด้วยสายตาและความรู้สึก อากาศมันดูเลวร้ายแบบที่เราหายใจไม่สะดวก ออกนอกบ้านก็น้ำมูกไหล ปกติมักจะป่วยเป็นหวัดช่วงหน้าร้อน ก็ป่วย 2 รอบติดๆ กัน ระยะห่างไม่เกิน 10 วัน พักผ่อน กินยาตามสูตร ก็ไม่หายง่าย เหมือนเมื่อก่อน” นางสาวนิศานาถ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ขณะเดียวกัน นายดนุวัฒน์ ศรีไสว อายุ 33 ปี พนักงานธนาคารซึ่งอาศัยอยู่ในเขตดินแดง กล่าวว่า ตนเองเป็นภูมิแพ้ และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยหมอบอกว่ามีโพรงจมูกบวมมาก เยื่อบุจมูกอักเสบมาก ซึ่งหมอต้องให้กินยาเพิ่มเติม จากที่เดิมใช้เพียงยาพ่นจมูก

“รัฐควรมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้แล้ว ถ้ามองว่า ปัญหามีภาวะที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีแผนแก้ปัญหาระยะยาว ถ้ารู้ว่ากรุงเทพฯ มันมีความเสี่ยง ต้องมีมาตรการแล้ว อย่างรถยนต์ไฟฟ้า ประเทศเราราคาแพงกว่ารถปกติ แต่ต่างประเทศเขาถูกกว่า อะไรเป็นหลักคิดสำคัญ คุณเห็นสิ่งแวดล้อมสำคัญ หรือเก็บเงินภาษีสำคัญกว่ากัน” นายดนุวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงเรื่องมลภาวะ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ในจังหวัดลำปางว่า ตนได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมในวันที่ 16 ม.ค. นี้ เพื่อบูรณาการทุกฝ่ายในการหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหานี้ให้ได้อย่างยั่งยืน

ด้านหน่วยงานต่างๆ ในกรุงเทพ ได้แจกหน้ากกากันมลพิษแก่ประชาชน แต่หน้ากาก N95 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาดเล็กอากาศได้ดีกลับขาดแคลน นอกจากนั้น ยังได้มีการพ่นน้ำและทำความสะอาดถนน เพื่อชะล้างมลพิษอันเป็นการช่วยแก้ปัญหาอีกมาตรการหนึ่งด้วย

ฝุ่นพีเอ็ม 2.5

ปัญหาคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาแล้ว โดยรายงานสถานการณ์ พีเอ็ม 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 มีค่าเฉลี่ย 59-116 มคก./ลบม. ในพื้นที่ริมถนน และในพื้นที่ทั่วไปเฉลี่ย 61-102 มคก./ลบม. และยังมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง

กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศในกรุงเทพฯต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากสภาพอากาศปิด มลพิษจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ และการเผาขยะและวัชพืช โดยฝุ่นละออง 2.5 พีเอ็ม เป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 20 เท่า มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยทำให้ผู้ที่ได้รับมีอาการไอ จาม แสบจมูก หายใจติดขัด แน่นหน้าอก

ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศนี้ คือ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งการป้องกัน คือ ผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีคุณภาพอากาศต่ำ หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่มลพิษให้ใช้หน้ากากปิดจมูกเพื่อป้องกัน และหากพบว่าร่างกายมีอากาศผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง