Follow us

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน: ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เสรีภาพสื่อถูกคุกคาม

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
วอชิงตัน
2019-04-18
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นักข่าวในกัวลาลัมเปอร์อ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่มีรายงานข่าว การสังหารชายเกาหลีเหนือ ที่เชื่อว่าเป็น คิม จอง นัม น้องชายต่างมารดาของจอมเผด็จการเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน วันที่ 17 ก.พ. 2560
นักข่าวในกัวลาลัมเปอร์อ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่มีรายงานข่าว การสังหารชายเกาหลีเหนือ ที่เชื่อว่าเป็น คิม จอง นัม น้องชายต่างมารดาของจอมเผด็จการเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน วันที่ 17 ก.พ. 2560
เอเอฟพี

ในวันพฤหัสบดีนี้ องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF ตามชื่อฝรั่งเศส) องค์กรสากลที่สนับสนุนและปกป้องเสรีภาพสื่อ เผยแพร่ดัชนีเสรีภาพสื่อประจำปี 2562 โดยมีการจัดอันดับเสรีภาพสื่อและความปลอดภัยของสื่อในปี 2561 ที่ผ่านมาจาก 180 ประเทศทั่วโลก พบว่ามีความเกลียดชังสื่อมวลชนมากขึ้น จนถึงระดับที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และสร้างความหวาดกลัวในการทำงานมากขึ้น

รายงานดัชนีเสรีภาพสื่อระบุว่า ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่เสรีภาพสื่อถูกคุกคาม โดยใช้ระบบควบคุมสื่อของจีนที่ก้าวเข้ามาเป็นต้นแบบเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศที่มีการปกครองเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งมีการควบคุมสื่อมากขึ้น และสื่อต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวและผู้เขียนบล็อก ในประเทศไทยถูกสอดแนม และเซ็นเซอร์

หลังจากการรัฐประหาร โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐบาลทหารใช้อำนาจในการปราบปราม ควบคุม และกักตัวผู้สื่อข่าวอย่างต่อเนื่อง ออกหมายเรียกเพื่อมาสอบสวน คุมตัวพวกเขาโดยพลการ จนทำให้สื่อหรือผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างน้อยสิบคน ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ การวิจารณ์ใดๆ ต่อรัฐบาลทหารมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การถูกตอบโต้อย่างรุนแรง รัฐบาลทหารได้ออกกฎหมายที่เข้มงวด และระบบยุติธรรมที่ใช้หลักปฏิบัติตามกฎหมาย รายงานดังกล่าวระบุ

รายงานระบุต่อไปว่า หลังจากการเลือกตั้งของไทย ที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน ได้จัดให้มีขึ้นในเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้สร้างความแตกต่างใดๆ รัฐบาลทหารได้ใช้อำนาจควบคุมเสรีภาพสื่อ อาทิ วอยซ์ทีวี ที่ถูกสั่งงดออกอากาศชั่วคราว ในช่วงเวลาของการหาเสียงเลือกตั้ง

รวมถึง กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาจำคุกสูงสุด 15 ปี ยังคงถูกนำมาใช้เป็นอาวุธต่อต้านสื่อมวลชนและผู้เขียนบล็อกที่ไม่เห็นด้วย

ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังมีมติผ่าน ร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเข้าถึง ตรวจค้นข้อมูลส่วนบุคคล ได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล

รายงานระบุอีกว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยกลับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อรัฐบาลจากประเทศอื่น ดังเช่น เจ้าหน้าที่ทางการจีนและเวียดนามได้รับอนุญาตให้เข้ามาจับกุมนักข่าวหรือผู้เขียนบล็อก ที่พลัดถิ่นจากประเทศของตน มาอยู่ในประเทศไทย เพื่อ “ส่งตัวกลับประเทศ” และโดนคุมขัง

ประเทศที่สื่อมีระดับเสรีภาพสูงที่สุด ในรายงานปีนี้ คือ นอร์เวย์ อยู่ในอันดับหนึ่ง ถึงสามปีซ้อน ตามด้วย ฟินแลนด์ อันดับที่สอง และสวีเดน อันดับสาม เนื่องจากมีการคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้น

ขณะที่ประเทศไทย อยู่ในอันดับ 136 ดีขึ้นจากอันดับ 140 เมื่อปีที่แล้ว แม้จะเลื่อนขึ้นมา 4 อันดับ แต่ยังคงอยู่ในโซนเกือบท้ายสุด ในกลุ่มประเทศที่สื่อประสบสถานการณ์ยากลำบากในการรายงานข่าวอย่างอิสระ

โดยมีประเทศระบอบเผด็จการทั้งหลาย อยู่ในกลุ่มล่างสุด ประเทศจีนอยู่อันดับที่ 177 เอริเทรีย 178 เกาหลีเหลือ  179 และเติร์กเมนิสถาน อยู่อันดับ 180 ต่ำสุด

ซึ่งมีเพียงร้อยละ 24 เท่านั้น ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่สถานการณ์เสรีภาพสื่อ อยู่ในเกณฑ์ดีหรือใช้ได้

ทั้งระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้เสรีภาพสื่อลดลง ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่มีผลกระทบเสรีภาพสื่อ รวมถึงการถูกควบคุมรวบอำนาจเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล การเซ็นเซอร์ การข่มขู่ การประทุษร้ายทางกาย และการควบคุมทางอินเทอร์เน็ต

ประเทศที่สื่อมวลชนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยจึงมีลดน้อยลง และรัฐบาลเผด็จการยังคงควบคุมเสรีภาพสื่ออย่างเข้มงวด จึงจำเป็นที่ผู้ทำงานด้านสื่อต้องอาศัยความกล้ามาก ในฐานะผู้ทำงานข่าวอย่างอิสระ ที่ต้องมีการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อีกทั้งต้องต้านทานการบิดเบือนข้อมูลที่มาในหลากหลายรูปแบบ

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ