Follow us

ศาลจังหวัดสงขลายกฟ้องผู้เดินขบวนต้านโรงไฟฟ้าเทพา

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
2018-12-27
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ผู้ประท้วงโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเทพาแสดงความดีใจ หลังจากที่ศาลจังหวัดสงขลายกฟ้องข้อหาละเมิดกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ วันที่ 27 ธ.ค. 2561
ผู้ประท้วงโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเทพาแสดงความดีใจ หลังจากที่ศาลจังหวัดสงขลายกฟ้องข้อหาละเมิดกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ วันที่ 27 ธ.ค. 2561
มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์

ในวันพฤหัสบดีนี้ ศาลจังหวัดสงขลา ได้พิพากษายกฟ้องชาวบ้านกลุ่มเทใจให้เทพา รวม 17 คน ในข้อหาละเมิด พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดได้เดินขบวนพร้อมชาวบ้านนับร้อยคนจากอำเภอเทพา เพื่อไปพบนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมายังจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเทพา

นายเอกชัย อิสระทะ จำเลยที่ 1 และ เลขาธิการ สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดสงขลา พิพากษายกฟ้องชาวบ้าน 17 คน หลังจากได้มีการสืบพยานทั้งหมด 100 ปาก โดยในวันนี้ มีชาวบ้านนับร้อยคนมาให้กำลังใจ และต่างแสดงความดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม

“ศาลได้พิพากษาคดีเทพา เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน สืบเนื่องจากเครือข่ายฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ในโอกาสที่เดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา จนนำไปสู่เหตุการณ์สลายการชุมนุม และจับกุมเครือข่ายทั้ง 17 คน เพื่อดำเนินคดี ด้วยการตั้งข้อกล่าวหาถึง 4 ข้อหานั้น ศาลพิพากษาไม่เป็นความผิด ตามที่อัยการส่งฟ้อง” นายเอกชัยกล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านและเรียกร้องให้ยุติโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินเทพา ที่มีกำลังผลิต 2,200 เมกะวัตต์ มีมูลค่าโครงการนับแสนล้านบาท เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตในการทำประมงดั้งเดิมของชาวบ้านจำนวน 4,000 คน และหากมีโครงการขึ้นมาจะมีประชาชน 1,000 คน ถูกโยกย้ายออกนอกพื้นที่

ในการเดินขบวนเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 มีผู้ประท้วงถูกจับกุมตัว 17 คน รวมทั้งเด็กอายุ 16 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหาละเมิด พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มีอาวุธไว้ในครอบครอง และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

ทางเครือข่ายเทใจให้เทพา หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ว่า เป็นการประกาศชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของประชาชน ในยุคอำนาจเผด็จการ ผลการพิจารณาคดีเทพาได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ในคราวที่ท่านเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา จนนำไปสู่เหตุการณ์สลายการชุมนุม และจับกุมพวกเราทั้ง 17 คน เพื่อดำเนินคดี ด้วยการตั้งข้อกล่าวหาถึง 4 ข้อหานั้น ไม่ถือว่าเป็นความผิด ตามเหตุผลที่ศาลได้ตัดสินในวันนี้ อันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่พวกเราทุกคนพร้อมยอมรับด้วยความเชื่อมั่นในเจตนาอันบริสุทธิ์ของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

“นี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของประชาชน ท่ามกลางอำนาจเผด็จการ” ที่พยายามปิดปากและปิดกั้นการแสดงออกของพวกเราทุกวิถีทาง ที่ได้ออกมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต วัฒนธรรมในชุมชนของพวกเราเอง และถือเป็นการพิสูจน์ให้สังคมโดยรวมได้ประจักษ์ชัดขึ้นด้วยว่า “ความยุติธรรมยังมีอยู่จริง” เสมือนเป็นการยอมรับด้วยว่า พวกเรามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะกระทำเช่นนั้นได้ แม้จะอยู่ภายใต้บริบททางสังคมและการเมืองที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยก็ตาม" ข้อความในแถลงการณ์ส่วนหนึ่งกล่าว

โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ประกอบด้วยเครื่องผลิตไฟฟ้าจำนวนสองเครื่อง กำลังผลิตติดตั้งเครื่องละ 1,100 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตติดตั้ง 2,200 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินประเภทซับบิทูมินัสหรือบิทูมินัส

ขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment - EHIA) โดยคาดว่าจะได้รับอนุมัติโครงการฯ ประมาณปลายปี 2559 และเริ่มดำเนินก่อสร้างได้ประมาณเดือนเมษายน 2560 โดยใช้พื้นที่ประมาณ 2,960 ไร่

ตามแผนกลยุทธ์ (Road Map) โรงไฟฟ้าเทพา เครื่องที่ 1 จะก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบได้ในปี 2564 จากนั้นในปี 2567 จะเริ่มใช้งานเครื่องที่ 2 ได้ รวมทั้งโครงการคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 134,660 ล้านบาท ล่าสุด รัฐบาลได้ชะลอโครงการศึกษาผลกระทบให้ละเอียด

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ