Follow us

อัยการส่งฟ้องผู้ชุมนุมอยากเลือกตั้ง 40 คน ฐานขัดคำสั่ง คสช.

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2018-04-05
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ประชาชนและผู้สื่อข่าว ติดตามการชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ที่ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561
ประชาชนและผู้สื่อข่าว ติดตามการชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ที่ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561
วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช/เบนาร์นิวส์

อัยการนำตัวกลุ่มผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งจำนวน 40 คน ส่งฟ้องต่อศาลแขวงดุสิต ในวันพฤหัสบดีนี้ ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน จากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ คสช.ยุติการสืบทอดอำนาจและให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ที่บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีเงื่อนไข

ในคดีนี้ อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 41 ราย แต่ผู้ต้องหา 1 ราย แจ้งผ่านทนายความว่าไม่สามารถเดินทางมาศาลได้เนื่องจากติดภารกิจ อัยการจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 40 คน ส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งทุกคนปฏิเสธข้อกล่าวหา

ทีมทนายความ ได้ยื่นร้องต่อศาลขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมดเนื่องจากเป็นคดีที่ไม่ร้ายแรง มีอัตราโทษไม่สูง จำคุกไม่เกินหกเดือน ต่อมาศาลได้ออกนั่งบัลลังก์ อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีเงื่อนไข โดยนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 มิถุนายน ศกนี้

“ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี อีกทั้งจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว” คำสั่งศาลตอนหนึ่งระบุ

นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ต้องหา 41 คนนี้ และยังเป็นแกนนำคนสำคัญในการจัดกิจกรรม We Walk เดินเพื่อมิตรภาพ ซึ่งโดน คสช. แจ้งความเอาผิดในข้อหาเดียวกัน ให้สัมภาษณ์กับ เบนาร์นิวส์ทางโทรศัพท์ในวันนี้ว่า ตนได้ร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมายาวนาน ตั้งแต่การคัดค้านรัฐประหาร การรณรงค์ไม่รับประชามติ จนกระทั่งสถานการณ์บ้านเมืองงวดเข้ามา เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นทางที่จะทำให้สังคมกลับไปเป็นปกติได้ แต่คนในอำนาจกลับมีท่าทีผัดวันประกันพรุ่ง และอาจจะไม่รักษาคำพูด จึงตัดสินใจออกร่วมชุมนุมกดดันให้คนที่อยู่ในอำนาจทำตามสิ่งที่พูดไว้คือการจัดการเลือกตั้ง หรืออย่างน้อยก็ทำตามโรดแมปที่วางไว้

คณบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุด้วยว่า แม้ว่าตนจะถูกดำเนินคดีถึงสองคดี อีกคดีหนึ่งอยู่ถึงปทุมธานี แต่ไม่ได้ทำให้ชีวิตของตนลำบากขึ้นเพียงแค่ยุ่งยากมากขึ้น เพราะมีภาระในการไปพบพนักงานสอบสวน อัยการ และตอนนี้ขึ้นศาล แต่ก็ไม่ทำให้ตนหยุดทำกิจกรรมได้

“ถึงชีวิตจะยุ่งยากขึ้น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคให้เรายุติการทำกิจกรรมทางการเมืองที่เราออกมาต่อต้านสิ่งที่มิถูกมิควรแต่อย่างใด” นายอนุสรณ์ กล่าว

ส่วนแกนนำที่จัดการเดินขบวนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์นั้น จำนวนเจ็ดรายนั้น เช่น นายรังสิมันต์ โรม นั้น ถูกแจ้งความดำเนินคดี และอัยการจะนำตัวไปฟังคำฟ้องที่ศาล ในวันที่ 11 เมษายนนี้

นายกรัฐมนตรีตอบโต้กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งแก่ผู้สื่อข่าว ในระหว่างการเดินทางไปยังจังหวัดปัตตานี เมื่อวานนี้ว่า ตนในฐานะรัฐบาลก็ต้องเข้ามาจัดการนักศึกษาทำผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิคนอื่นจนทำคนอื่นเดือดร้อนไปหมด

“พูดว่าเราไปละเมิดเด็กๆ นักเรียนนักศึกษา แต่ก็ผิดกฎหมายทุกตัว... ผิดแล้วผิดอีก ให้อภัยแล้วให้อภัยอีก บางครั้งก็เกินไป จนเคยตัว จนคนอื่นเดือดร้อนไปหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่มองแต่เจ้าหน้าที่ละเมิด ต้องมองว่า คนทำ ไปละเมิดคนอื่นเขาหรือเปล่า รัฐบาลอยู่ต้องนี้ต้องดูแลให้เท่าเทียมกัน อย่ามาอ้างไปอ้างมา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้กล่าวย้ำว่าจะเดินหน้าเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง โดยจะปักหลักชุมนุมใหญ่แบบค้างคืนในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเดือนครบรอบการรัฐประหารปีที่สี่

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ