Follow us

อัยการยุติฟ้อง 3 นักสิทธิ คดีรายงานซ้อมทรมานภาคใต้

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2017-11-02
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ (ซ้ายมือ) และนางสาวอัญชนา หีมมีหน๊ะ ในงานขององค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2559
น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ (ซ้ายมือ) และนางสาวอัญชนา หีมมีหน๊ะ ในงานขององค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2559
ภาพโดย น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ

ในวันพฤหัสบดี (2 พฤศจิกายน 2560) นี้ นายสมชาย หอมลออ เปิดเผยต่อเบนาร์นิวส์ว่า สำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ได้ยุติการดำเนินคดีกับตนเอง และนักสิทธิมนุษยชน อีก 2 คน ในคดีที่ กอ.รมน. ฟ้องหมิ่นประมาท จากการเผยแพร่รายงานที่กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทหารซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในระหว่างการถูกควบคุมตัวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

นายสมชาย หอมลออ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นโจทย์ฟ้องนายสมชาย น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และน.ส.อัญชนา หีมมีหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ ในข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่โดยการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ในห้วงปี พ.ศ. 2557-2558

“ผมทราบเรื่องเมื่อวาน กอ.รมน. โดยนายกรัฐมนตรี ถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่แก้ไขใหม่ ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป พนักงานอัยการมีคำสั่งเป็นอันยุติ ขอบคุณ กอ.รมน. นายกรัฐมนตรี ที่รับฟังเสียงเรียกร้องอันนี้ ขอบคุณองค์กรสิทธิ และสื่อมวลชนที่ร่วมเรียกร้องให้ยุติ” นายสมชายกล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“ถือว่าเป็นประเด็นที่รัฐบาลไม่ควรจะดำเนินการ เพราะสิ่งที่เราทำนั้นเป็นการทำในฐานะเป็นนักสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ทำในนามส่วนตัว เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ อย่างไรก็แล้วแต่ เห็นว่ายังมีนักสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมอีกไม่น้อยที่ยังถูกดำเนินคดีจากภาคธุรกิจ หรือหน่วยงานรัฐ อยากให้กรณีของเรา เป็นกรณีตัวอย่างในพิจารณากับคดีอื่นๆ” นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติม

ต่อการยุติการดำเนินคดีครั้งนี้ นายเจมส์ โกเมซ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุผ่านแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า ต้องการให้รัฐบาลไทยยกเลิกการดำเนินคดีกับนักสิทธิมนุษยชนทั้งหมดในทุกกรณี เพื่อเป็นการปกป้องการทำหน้าที่ของพวกเขา

“ทางการไทยต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรยากาศที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนสามารถทำหน้าที่ของพวกเขาได้ โดยไม่กลัวการตอบโต้หรือเอาคืน ทางการไทยยังควรยกเลิกการดำเนินคดีทั้งหมดต่อบุคคลที่ถูกจำคุก หรือต้องเข้ารับการไต่สวนเพียงเพราะใช้สิทธิมนุษยชนของพวกเขาอย่างสันติด้วย” นายโกเมซ กล่าว

ขณะที่ นายคิงสลีย์ แอ๊บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโส ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า รู้สึกยินดีกับการยุติคดีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการซ้อมทรมานในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

“การดําเนินคดีที่ได้ผ่านมาแล้วนั้น ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อผู้ที่ร้องเรียนว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เช่น การทรมานและการปฎิบัติที่โหดร้ายต่อภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จําเป็นต้องได้รับการแก้ไข สิ่งสําคัญที่จําเป็นจะต้องกระทําคือการออกกฎหมายที่กําหนดให้การทรมาน และการปฎิบัติอย่างทารุณเป็นความผิดทางอาญา และให้ความคุ้มครองต่อผู้ที่ต้องการดําเนินการร้องเรียนการละเมิดดังกล่าวอย่างจริงจัง” นายแอ๊บบอตกล่าว

รายงานการซ้อมทรมานฯ ที่นำมาสู่การฟ้อง

รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี พ.ศ. 2557-2558 ถูกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในเว็บไซต์ https://voicefromthais.wordpress.com โดยการจัดทำรายงานฉบับนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อเหยื่อจากการทรมานแห่งสหประชาชาติ (United Nations for Victims of Torture) และถูกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559

การรวบรวมข้อมูลทำรายงานชิ้นนี้ เป็นการรวมข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ตกเป็นเหยื่อของการทรมาน ระหว่างปี 2547-2558 มาบันทึกไว้ อายุ 19-48 ปี รวม 54 ปาก โดยมีจุดมุ่งหวังเพื่อแสวงหาความเป็นธรรมและเยียวยาให้กับเหยื่อที่ถูกทรมาน โดยใช้แบบประเมินผลกระทบจากการทรมานเพื่อประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งออกแบบโดย Physicians for Human Rights (PHR) และ American Bar Association Rule of Law Initiative (ABAROLI) ในกระบวนการรวบรวมใช้ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ผ่านการฝึกอบรม ในการใช้แบบสอบถามดังกล่าวหลายครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

ผู้จัดทำชี้แจงว่า ในการเขียนรายงาน มิได้ประสงค์ที่จะระบุชื่อของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทรมาน เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรม วิธีการ สถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อมของการกระทำทรมาน ความรู้สึกและผลกระทบที่เกิดกับผู้เสียหายจากการทรมานเป็นสำคัญ

กระทั่ง กอ.รมน.ยื่นเรื่องถอนฟ้องต่อพนักงานสอบสวน และสำนักงานอัยการมีคำสั่งถอนฟ้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ