Follow us

ทนายความไทยรับรางวัลสตรีกล้าหาญ จากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

อวยพร สถิตย์ปัญญาพันธุ์
วอชิงตัน
2018-03-23
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา (ล่างซ้าย) ส่งยิ้มให้นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ หลังจากพิธีมอบรางวัลสตรีกล้าหาญสากล วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561 ที่กระทรวงการต่างประเทศ กรุงวอชิงตัน ซิสเตอร์มาเรีย เอลีนา เบอรินี จากอิตาลี (บนซ้าย) ไอมาน อูมาโรวา จากคาซัคสถาน และ ดร.เฟอริด รูชิทิ จากโคโซโว
นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา (ล่างซ้าย) ส่งยิ้มให้นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ หลังจากพิธีมอบรางวัลสตรีกล้าหาญสากล วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561 ที่กระทรวงการต่างประเทศ กรุงวอชิงตัน ซิสเตอร์มาเรีย เอลีนา เบอรินี จากอิตาลี (บนซ้าย) ไอมาน อูมาโรวา จากคาซัคสถาน และ ดร.เฟอริด รูชิทิ จากโคโซโว
เอพี

สหรัฐอเมริกาได้จัดพิธีมอบรางวัลยกย่องความกล้าหาญให้แก่ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนชาวไทย ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศที่รัฐบาลทหารยึดอำนาจการปกครอง

นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (Thai Lawyers for Human Rights - TLHR) เป็นหนึ่งในสตรีสิบคนจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลสตรีกล้าหาญสากล ประจำปี 2561 โดยมี นางเมลาเนีย ทรัมป์ ร่วมในพิธีที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ ที่กระทรวงการต่างประเทศ

"ศูนย์ทนายความฯ ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายทางคดีแก่นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองนับกว่า 100 คดี นับตั้งแต่มีการรัฐประหารโดยทหาร" ตามแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศ "เนื่องจากองค์กรทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากคดีที่มีความอ่อนไหวและเหตุจูงใจทางการเมือง ทนายความและพนักงานของศูนย์ทนายความฯ... จึงมักถูกคุกคาม ข่มขู่ให้เกรงกลัว ถูกดำเนินคดีอาญาตลอดมา"

ในช่วงเช้าก่อนพิธีรับรางวัล นางสาวศิริกาญจน์ ทนายความสิทธิมนุษยชน วัย 31 ปี ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ เกี่ยวกับประสบการณ์ในการร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในเดือนพฤษภาคม 2557 ทันที ภายหลังการรัฐประหารนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

"เราได้ก่อตั้งเพื่อตอบสนองต่อการบังคับใช้กฎอัยการศึกโดยทันที เนื่องจากทนายความของเราบางคนเคยมีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรารู้ว่า ทนายความสิทธิมนุษยชนจะต้องออกมาช่วยกัน" ทนายศิริกาญจน์กล่าว โดยระบุถึงเหตุการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบ

"เรารู้ว่านี่ไม่ใช่ภารกิจชั่วคราว และเราก็รู้ว่าการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องมีการจัดเก็บข้อมูลเอกสารที่ชัดเจน เพื่อใช้สนับสนุนในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย ดังนั้นเราจึงได้จัดตั้งทีมเพื่อตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชน"

"เราไม่ได้ปกป้องพลเรือนเท่านั้น เราปกป้องทั้งระบบ เราปกป้องหลักนิติรัฐ เพื่อไม่ให้ถูกทำลาย"

ทนายศิริกาญจน์กล่าวต่อว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายถึง 140 คดี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ครึ่งหนึ่งเป็นคดีในศาลทหาร และอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ศาลพลเรือน

"ในจำนวนคดีเหล่านั้น คดีละเมิดพรบ.การชุมนุมสาธารณะตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ที่ยังคงมีผลกระทบ พรบ.ที่สั่งห้ามนี้ มีผลกระทบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติและเสรีภาพการเคลื่อนไหวของเยาวชน คำสั่งห้ามนี้ จะต้องถูกยกเลิก" ทนายศิริกาญจน์กล่าว

ทนายศิริกาญจน์กล่าวว่าในห้วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมจากการรวมตัวประท้วง เพื่อให้ประชาชนมีพลังเอาชนะอำนาจของรัฐบาลทหารที่มีอย่างล้นเหลือภายใต้รัฐธรรมนูญ

“เราได้เห็นการปราบปรามเมื่อช่วงต้นปีนี้ แสดงถึงว่า มีการรณรงค์เคลื่อนไหวมากขึ้น" เธอกล่าว

นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน [อวยพร สถิตย์ปัญญาพันธุ์/เบนาร์นิวส์]
นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน [อวยพร สถิตย์ปัญญาพันธุ์/เบนาร์นิวส์]

 

ทนายศิริกาญจน์กล่าวทันทีโดยไม่ลังเล กับคำถามที่ถูกถามว่า คิดอย่างไรที่บางคนคิดว่า กลุ่มผู้ประท้วงอาจมีท่อน้ำเลี้ยงคอยหนุนอยู่

"พวกที่ออกมารวมตัวประท้วง เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ... พวกเขาออกมาเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย เพื่อ[ให้ประเทศ]กลับคืนสู่สภาวะปกติ กลับคืนสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กลับคืนสู่หลักนิติรัฐ เมื่อคุณวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร คุณก็เดือดร้อน ใครจะอยากเดือดร้อน ถูกจำคุก ถูกจับกุม – เสี่ยงชีวิต เพื่อเงินของคนบางคนหรือ"

เบนาร์นิวส์ถามทนายศิริกาญจน์ต่อว่า คิดว่าคนหนุ่มสาวไทยต้องการให้ประเทศของเขาเป็นอย่างไร

"มีหลักการที่นักศึกษาได้เรียกร้องคือ ... ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของประชาชน คิดว่า นี่เป็นสิ่งที่เยาวชนในประเทศไทยต้องการ" ทนายศิริกาญจน์กล่าว

'ผู้หาญกล้า “ฮีโร่” ด้านสิทธิมนุษยชน'

ทนายความศิริกาญจน์ เป็นคนไทยคนที่สองที่ได้รับรางวัลสตรีกล้าหาญ หลังจาก รจเรข วัฒนพาณิชย์ ได้รับรางวัลนี้ในเดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2559

ในเวลานั้น รจเรขเป็นเจ้าของผู้ร่วมก่อตั้งร้านหนังสือ บุ๊ครีพับลิก (Book Re:public) ในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรการสร้างความตระหนักรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย หรือ โครงการคาเฟประชาธิปไตย (Creating Awareness for Enhanced Democracy - Café Democracy) ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศเพื่อการสร้างความตระหนักรู้ทางการเมือง ความเข้มแข็งของพลเมือง และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางความคิดอย่างเสรี

นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ได้กล่าวถึง รจเรข ก่อนมอบรางวัลให้ว่า

“รจเรข ดำเนินตนตามแนวทางที่ว่า "ปากกามีอานุภาพกว่าอาวุธ" ในฐานะเจ้าของร้านหนังสือร่วมและผู้ร่วมก่อตั้งคาเฟประชาธิปไตยในประเทศไทย เธอได้ใช้ฐานะนี้ในการส่งเสริมประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงออก โดยต้องเสี่ยงกับการถูกคุกคาม”

“เธอถูกทหารเรียกตัวไปปรับทัศนคติ ถูกกักขัง และซักถาม ในค่ายทหารถึงสองครั้ง ซึ่งเป้าหมายของทหาร คือการคุกคามตัวเธอ แต่รจเรขปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อความกลัว ตรงกันข้าม เธอได้เปิดร้านหนังสืออีกครั้ง และได้จัดให้มีการสัมมนาในเรื่องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตลาดเสรี และประชาธิปไตย”

เมื่อปีที่แล้ว แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ได้มอบรางวัลความสำเร็จตลอดชีพ (Lifetime Achievement Award) แก่นางสาวศิริกาญจน์ และเรียกเธอว่าเป็นหนึ่งในสี่ "ฮีโรด้านสิทธิมนุษยชน"

นางสาวศิริกาญจน์ ปัจจุบันถูกดำเนินคดีรวม 3 คดี รวมถึงคดียุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากการทำงานในหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มประชาธิปไตย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า เธอน่าจะเป็นทนายความคนแรกในประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ ที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหานี้ ภายใต้อำนาจปกครองของรัฐบาลทหาร อย่างไรก็ตามเธอยังคงทำงานของเธออย่างต่อเนื่อง ตามที่บางกอกโพสต์ระบุ

“รู้สึกเป็นเกียรติที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้”  ทนายศิริกาญจน์กล่าวกับ เบนาร์นิวส์ เกี่ยวกับรางวัลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกามอบให้กับเธอ ว่า มิใช่เป็นเพียง การยอมรับการทำงานของเรา แต่เพื่อที่สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ จะไม่ลืมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

"เรายังไม่ได้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตยตามที่ควรจะเป็น" ทนายศิริกาญจน์กล่าวทิ้งท้าย "ซึ่งคิดว่า ตรงนี้สำคัญมาก"

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ