Follow us

ชายแดนใต้ : หั่นงบความมั่นคง จากเหตุรุนแรงลด เพิ่มงบช่วยโควิด-19

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และ มารียัม อัฮหมัด
กรุงเทพฯ และ ปัตตานี
2020-07-13
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
กลุ่มราษฎรชาวพุทธ-มุสลิมเข้าร่วมเดินขบวนต่อต้านความรุนแรงที่ ในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562
กลุ่มราษฎรชาวพุทธ-มุสลิมเข้าร่วมเดินขบวนต่อต้านความรุนแรงที่ ในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562
เอเอฟพี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน นักวิชาการ และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ แสดงความเห็นว่าทางการควรเพิ่มงบประมาณ ในการดำเนินการเพื่อการพูดคุยสร้างสันติสุขในพื้นที่การพัฒนาให้มากขึ้น แทนการจัดสรรงบประมาณ เพื่อพัฒนาระบบข่าวกรอง ในการพยายามแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่ยืดเยื้อมากว่าทศวรรษ

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษภร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท วาระที่หนึ่ง ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคณะกรรมาธิการงบประมาณกำลังแปรญัตติ ให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนกันยายน ศกนี้ โดยยอดงบประมาณในปีหน้าซึ่งเป็นงบขาดดุล มียอดเพิ่มขึ้นกว่าปี 2563 หนึ่งแสนล้านบาท

ซึ่งเมื่อต้นเดือนมิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการชี้แจงถึงความจำเป็นของ ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. .... ในที่ประชุมสภาฯ เพื่อโอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของหน่วยรับงบประมาณ เป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนกว่า 8.8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายสนับสนุนแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

ตามเอกสารของสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี งบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมในปีหน้านี้ ลดลง 10,000 ล้านบาท เหลือ 223,000 ล้านบาท และงบบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ดำเนินการจ่ายหน่วยรับงบประมาณ 16 หน่วย เป็นจำนวน 9,731 ล้านบาท ลดลง 900 ล้านบาทจากปีก่อน ซึ่งกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นงบประมาณผ่านหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ส่วนงบประมาณในการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ อยู่ที่ 5.4 ล้านบาท มีสัดส่วนเทียบกับงบบูรณาการลดลงเล็กน้อย

ส.ส. ฝ่ายค้านติง การใช้งบบูรณาการจังหวัดชายแดนใต้ เป็นปัญหา

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการด้านกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับมอบหมายจากพรรคฯ ในการตรวจสอบงบประมาณ กล่าวว่า ปัญหาของการจัดทำงบประมาณบูรณการฯ คือ งบในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพข่าวกรอง

“ผมคิดว่า งบบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนที่เป็นปัญหาที่สุด คือ งบเพิ่มประสิทธิภาพข่าวกรอง เนื่องจากว่า มันเป็นการสร้างสายข่าว จะทำลายความไว้วางใจของคนในพื้นที่ที่อยู่อาศัยร่วมกัน วางใจภาครัฐน้อยลง เพราะไม่รู้ว่าใครทำงานให้กับรัฐบาลบ้าง” นายรังสิมันต์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“ทางออกที่ควรจะเป็น ควรให้ความสำคัญกับการเจรจามากกว่านี้ คือ งบเจรจามีอยู่ แต่เป็นส่วนน้อยมาก ถ้าเทียบกับงบด้านความมั่นคง ... เบื้องต้น ผมได้รับมอบหมายจากพรรค ให้ดูแลเรื่องนี้ ก็จะได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงบประมาณมาชี้แจง และให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็จะให้ความเห็นเชิงที่ว่า ควรลดงบส่วนไหน ตัดโครงการไหนที่ไม่จำเป็นออกไป” นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนั้น นายรังสิมันต์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นั้นเป็นปัญหา เพราะมีจุดประสงค์การล้างสมองเยาวชนตามสถานศึกษา มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียน คนอายุน้อย ประชาสัมพันธ์ให้เกิดความนิยมชมชอบในตัวกองทัพ

“โครงการนี้ เป็นโครงการของ กอ.รมน. วางกลุ่มเป้าหมาย 1-5 ขวบ โดยพยายามสร้างความนิยมกองทัพ ซึ่งเด็กเหล่านี้ยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจ หรือมีบทบาทที่จะเป็นภัยต่อรัฐได้” นายรังสิมันต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ เห็นด้วยกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการพูดคุยฯ แต่คิดว่าควรจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้มากขึ้น

“สำหรับงบเยียวยาฟื้นฟูสันติภาพ ปี 64 หรือ งบพูดคุย ก็ถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยที่สุด หากเทียบกับงบด้านความมั่นคงอื่นๆ” นายรังสิมันต์กล่าว

ด้านพลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงในระหว่างการประชุมสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วว่า การจัดทำงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น วางอยู่บนพื้นฐานของความสำเร็จที่ผ่านมา

“ในการจัดทำงบประมาณ 2564 มีการดำเนินการมีผลการดำเนินการเป็นรูปธรรมโดยด้านความมั่นคงสามารถลดระดับความรุนแรงลงได้ ถ้าเปรียบเทียบในห้วง ตุลาคม 62 - พฤษภาคม 63 (เกิดเหตุ 46 ครั้ง)  กับห่วงที่ผ่านมา (ช่วงเดียวกัน ปี 61-62  เกิดเหตุ 141 ครั้ง) เทียบกันแล้วก็มีเหตุการณ์ลดลง 67.37 เปอร์เซ็นต์ ผู้บาดเจ็บก็ลดลงในระดับ 43.46 เปอร์เซ็นต์” พลเอกชัยชาญ กล่าว

ทั้งนี้ งบประมาณเกือบ 4,500 ล้านบาท เป็นงบด้านความมั่นคง และ 5,200 ล้านบาท เป็นงานด้านการพัฒนา

นางกมลธิชา มักแท้ ทำธุรกิจขายอาหารขนาดเล็ก ในจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการพัฒนาของรัฐบาล ไม่ได้มีประโยชน์ถึงมือประชาชนหาเช้ากินค่ำ แต่เห็นด้วยกับการจัดเวทีเปิดรับความคิดเห็นของชาวบ้านเพื่อการพูดคุยสันติสุข

“ไม่เคยมีความหวังอะไรกับภาครัฐ เราคนหาเช้ากินค่ำ ทำงานเราก็ได้ไม่ทำเราก็อด งบประมาณมามากแค่ไหนอย่าหวังว่าจะถึงชาวบ้าน ส่วนคนที่ทำงานพัฒนาจริงๆ เขาไม่เคยได้งบประมาณจากรัฐหรอก แต่พองานดีสำเร็จรัฐจะเอาป้ายมาตั้งแล้วประทับตราเป็นผลงานของตน” นางกมลธิชา กล่าว

“ส่วนงบพูดคุยเพื่อสันติภาพก็ยังจำเป็น โดยเฉพาะการเปิดเวทีรับฟังชาวบ้านให้มากขึ้น ถ้าให้คนที่เขาไว้ใจมาเปิดเวที อย่างน้อยความสบายใจมันมีมาก ความปลอดภัยมันมีสูงกว่า” นางกมลธิชา กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า การลดงบประมาณลงนั้น ไม่ได้มีผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเพราะเป็นการดำเนินการระยะยาว

“จะต้องมองระยะยาว การที่จะลดเงินแล้วจะทำให้ลดปัญหาได้ไม่ถูกตัองเลย ยังไม่สามารถที่จะฟันธงว่าลดเงินแล้วจะแก้ปัญหาได้ งานเฉพาะหน้ามันไม่ใช่ง่ายอย่างนั้น ...

“การแก้ปัญหาเนื่องจากว่ามันมีหลายเรื่องหลายประเด็นเยอะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นในทางสังคมเศรษฐกิจ ความยากจน การศึกษา การพัฒนาเยอะไปหมด ต้องมีโครงการมีแผนที่ลงไปช่วยชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้มันต้องใช้งบประมาณใช้ทรัพยากร ที่ผ่านมาไปเน้นในเรื่องของการทหารอย่างเดียว เพราะฉะนั้น จะต้องเอาเงินที่ใช้ในเรื่องการทหารที่จะลดลง เอามาใช้เรื่องของการพัฒนาด้วยการสร้างคุณภาพชีวิต ประเด็นสังคมวัฒนธรรม อัตลักษณ์ มีอีกหลายเรื่องที่ยังรอการแก้ไข” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว

ในส่วนการพูดคุยนั้น พลเอก วัลลภ รักเสนาะ ได้กล่าวแก่เบนาร์นิวส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตนกำลังรอดูว่าจะมีการอนุญาตให้เดินทางระหว่างประเทศไทย และมาเลเซียได้เมื่อไหร่

“การพูดคุย เดือนสิงหา ก็เป็นสิ่งที่เราวางแผนไว้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด ถ้ารัฐบาลไม่ให้ออกประเทศ หรือถ้าออกแล้วต้องกลับมาควอรันทีน ก็อาจจะยังไม่ออก แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ถ้าสถานการณ์คลี่คลายก็คิดว่าน่าจะได้พูดคุยกัน” พลเอกวัลลภ กล่าว และระบุว่า ตนเองไม่ได้คิดคำนวณว่า สถานการณ์ความรุนแรงจะลดลงมากน้อยเท่าไหร่ แต่เท่าที่ผ่านมาสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ