Follow us

ศาลจำคุก 9 ปี ผู้บริหารบริษัทขาย GT200 ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2018-10-10
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ทหารลาดตระเวนพร้อมกับเครื่องตรวจจับระเบิด GT200 ที่โรงแรมในอำเภอชะอำ ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 วันที่ 22 ต.ค. 2552
ทหารลาดตระเวนพร้อมกับเครื่องตรวจจับระเบิด GT200 ที่โรงแรมในอำเภอชะอำ ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 วันที่ 22 ต.ค. 2552
เอพี

ในวันนี้ ศาลแขวงดอนเมืองสั่งจำคุกผู้บริหาร บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด ระยะเวลา 9 ปี ในข้อหาฉ้อโกง จากการขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมสั่งให้บริษัทคืนเงินจำนวน 6.8 ล้านบาทให้กับผู้เสียหาย โดยคดีนี้ ถือเป็นสำนวนที่สาม หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วในสำนวนที่กองทัพบก และกรมราชองครักษ์ เป็นผู้เสียหาย

สำหรับคดีนี้ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทย์ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด (AVIA SATCOM CO.,LTD.) เป็นจำเลยที่ 1 นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ เป็นจำเลยที่ 2 นางศศกร ปลื้มใจ และ น.ส.พันทวีทรัพย์ สุดยาใจ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทฯ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

“พฤติการณ์สรุปได้ว่า จำเลยได้ร่วมกันทุจริตหลอกลวง โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จปกปิดข้อความ ซึ่งเป็นข้อความตามจริง โดยเสนอขายเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิด และยาเสพติดรุ่น GT200 แก่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้เสียหาย มูลค่า 6.8 ล้านบาท พร้อมกับอวดอ้างสรรพคุณว่า หน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกก็ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว จนผู้เสียหายหลงเชื่อ แต่เครื่องจีที 200 ที่จำเลยเสนอขายกลับไม่ได้มาตรฐาน จนไม่สามารถใช้งานได้” คำพิพากษาตอนหนึ่งระบุ

ทั้งนี้ ในการพิจารณา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา และได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง โดยผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาระบุว่า ศาลพิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของ บจก.เอวิเอ แซทคอม, นายสุทธิวัฒน์ ผู้บริหาร บริษัทฯ ในการเสนอขายเครื่อง ซึ่งมีเอกสารแสดงประสิทธิภาพการใช้เครื่อง แต่เมื่อไม่สามารถใช้งานได้ตามสรรพคุณที่อวดอ้าง เป็นความผิดตามฟ้อง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับความเสียหาย และขอให้ลงโทษตามความผิดพร้อมให้จำเลยที่ 1-2 คืนเงินจำนวน 6.8 ล้านบาท แก่ผู้เสียหายด้วย และริบของกลางไว้

“พิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดตามโจทก์ฟ้องฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ให้ลงโทษทุกกรรม โดยปรับบริษัทจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวม 3 กระทง เป็น 18,000 บาท และให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 9 ปี โดยให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 รวมกับคดีจีที 200 ที่กองทัพบก และ กรมราชองครักษ์ เป็นผู้เสียหายรวม 2 สำนวนที่ศาลได้พิพากษาแล้วก่อนหน้านี้ด้วย” คำพิพากษาระบุ

สำหรับ จำเลยที่ 3-4 ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นเพียงพนักงานบริษัท พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า เป็นตัวการร่วม

หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายความของบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายสุทธิวัฒน์ จำเลยที่ 2 ด้วยวงเงินประกัน 680,000 บาท มีเงื่อนไข ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

“ลูกความของผมเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าดังกล่าว และบริษัทฯ ไม่เคยใช้สินค้าเอง แต่ที่นำมาจำหน่ายเนื่องจากมีรายงานอ้างอิงจากหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่ใช้ได้โดยไม่มีปัญหา จึงมีการสั่งนำเข้ามาจำหน่าย พร้อมที่จะอุทธรณ์ คดีต่อไป”  นายวรอรรถ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน 2561 ศาลได้พิพากษาจำคุก นายสุทธิวัฒน์ จำเลยที่ 2 จากคดีเดียวกัน สำนวนที่ 1 ซึ่งมีกองทัพบกเป็นผู้เสียหาย เป็นเวลา 10 ปี และ สำนวนที่ 2 ซึ่งมี กรมราชองครักษ์ เป็นผู้เสียหาย เป็นเวลา 9 ปี ซึ่งหากนายสุทธิวัฒน์ได้รับโทษจำคุก แล้วนับโทษรวมทั้งหมด 3 สำนวน จะมีโทษจำคุก 28 ปี

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ