Follow us

ชาวทวิตเตอร์ไทยสู้ศึกไซเบอร์โต้ 'ชมพูน้อย' กลุ่มชาตินิยมจีน

บุษบา ศิวะสมบูรณ์
กรุงเทพฯ
2020-04-15
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
ภาพจากจอคอมพิวเตอร์แสดงข้อความ พวก 'ชมพูน้อย' เปิดศึกกับชาวทวิตเตอร์ไทย หลังจากที่ชาวเน็ตจีนรุมถล่ม วชิรวิชญ์ ชีวอารี หรือ ไบรท์ และ วีรญา สุขอร่าม หรือนิว แฟนของไบรท์
ภาพจากจอคอมพิวเตอร์แสดงข้อความ พวก 'ชมพูน้อย' เปิดศึกกับชาวทวิตเตอร์ไทย หลังจากที่ชาวเน็ตจีนรุมถล่ม วชิรวิชญ์ ชีวอารี หรือ ไบรท์ และ วีรญา สุขอร่าม หรือนิว แฟนของไบรท์
RFA

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียไทย ไต้หวันและฮ่องกงรวมตัวเป็นพันธมิตรเพื่อโต้ตอบกับ “พวกชมพูน้อย” ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมไซเบอร์ของจีน โดยสาเหตุนั้นเริ่มมาจากการโต้เถียงในกลุ่มนิยมดาราจากนั้นก็บานปลายมาเป็นปัญหาภูมิภาค

วชิรวิชญ์ ชีวอารี หรือไบรท์ นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์วายสุดฮิตทั้งในไทยและจีน เรื่อง “เพราะเราคู่กัน” (2gether ) เคยนำภาพของคนอื่นมารีโพสต์ในอินสตาแกรมของตน ซึ่งมีข้อความระบุว่า ฮ่องกงและไต้หวันเป็น “ประเทศ” ทำให้กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งมีสมญาว่า “ชมพูน้อย” เข้าไปกล่าวหาเขาว่า ข้อความของเขาข้อความแสดงนัยไม่ยอมรับนโยบายจีนเดียวที่บอกว่าไต้หวันและฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ในขณะที่ นิว วีรญาก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน เพราะเธอเคยรีโพสต์ข้อความของคนอื่นว่า โควิด-19 เกิดจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่น

จากเหตุการณ์ทั้งสองนี้ ทำให้ชาวอินเตอร์เน็ตจีนที่เป็นแฟนคลับซีรีย์เรื่องนี้ของไทยขู่ว่า จะเลิกดูละครของไทย รวมทั้งไม่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยอีก หลังจากที่โควิด-19 หยุดระบาดไปในอนาคต รวมทั้งเข้ามาต่อว่าทั้งสองคน โดยเฉพาะ นิว วีรญา อย่างมากมาย

ชาวทวิตเตอร์ไทย ที่เรียกกันว่า ทวิตเตี้ยน ต่างก็พากันเข้ามาแสดงความคิดเห็น เพื่อช่วย นิว วีรญา โดยบางคนพยายามอธิบายว่าสิ่งที่โจมตีนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แต่ต่อมาเมื่อทางฝ่ายจีนโจมตีหนักขึ้น ทวิตเตี้ยนไทยจึงตอบโต้ด้วย meme ต่าง ๆ ที่แฝงอารมณ์ขัน อย่างเช่น โพสต์วิดีโอคลิปภาพนักท่องเที่ยวจีนแย่งอาหารกันในภัตตาคารบุฟเฟต์ของไทย หรือกล่าวถึงการปราบปรามนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมินที่เกิดขึ้นในปี 1989 หรือล้อเลียน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง โดยเปรียบเขาเป็น วินนี่ เดอะ พูห์ ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในจีนเป็นต้น

จากนั้น ชาวทวิตเตอร์ไต้หวันและฮ่องกงก็มาร่วมกับไทยเปิดศึกกับ กลุ่มชมพูน้อยด้วย ภายใต้ #nnevvy อันเป็นบัญชีทวิตเตอร์ของ วีรญา ทำให้แฮชแท็กได้รับความนิยมติดอันดับท็อปเท็นในลิสต์แฮชแท็กยอดนิยมของไทย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

กลุ่มชาวทวิตเตอร์จีนหันมาโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ทั้งบอกว่าประเทศไทยยากจน ล้าหลัง  แต่ไทยก็โต้ตอบด้วยอารมณ์ขัน อย่างเช่น ขอบคุณที่ชาวจีนสนใจปัญหาของไทย และนำไปเปิดเผยให้โลกรู้ รวมทั้งทำ meme ตึกถล่มที่แสดงนัยถึงตึกที่สร้างไม่ได้มาตรฐานในจีน และการคอร์รัปชันในจีนด้วย

เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวจีนต่างออกมาอ้างว่า ไต้หวันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวไทยถามกลับว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมพลเมืองจีนจึงต้องขอวีซ่า เพื่อไปไต้หวันด้วย และเมื่อกลุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวจีนระบุว่า รัฐบาลไทยไร้ความสามารถ ทวิตเตี้ยนไทยก็ตอบด้วยอารมณ์ขัน เช่นว่า “พูดให้ดัง ๆ หน่อย” หรือ “เรารู้มานานแล้ว เป็นต้น

“พันธมิตรชานม”

ศึกออนไลน์ระหว่างชาวทวิตเตอร์ของไทยและจีนนี้ เริ่มดึงดูดชาวทวิตเตอร์ในประเทศอื่น ๆ ที่มักโดนพวกชมพูน้อยโจมตีเสมอมา ซึ่งพวกนี้ มักจะเข้าไปถล่มคนที่พูดเรื่องไต้หวันเป็นอิสระจากจีนหรือเรื่องอื่น ๆ ที่จีนไม่ชอบใจด้วยคำว่า NMSL ที่มาจากประโยคที่ว่า “ni ma si le” ซึ่งแปลว่า ขอให้แม่แกตาย

“ไต้หวันไม่ใช่จีน” ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า Amazing เขียน “ปลดแอกฮ่องกง ซินเจียง และทิเบต! ขอบคุณชาวไทย ปลดแอกจีนแผ่นดินใหญ่… ระเบิดกำแพง! #nnevvy #freechina”

ชาวทวิตเตอร์ในไต้หวัน และฮ่องกง กล่าวชื่นชมคนไทยที่พูดแทนพวกเขา

นอกจากคนทั่วไปแล้ว ก็ยังมีพวกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้ามาร่วมด้วย อย่างเช่น โจชัว หว่อง ผู้นำประท้วงในฮ่องกง เขาโพสต์ความเห็นโดยใช้ meme “พันธมิตรชานม” ที่วาดเป็นชานมสามแบบที่แทนฮ่องกง ไทย และไต้หวัน

โจชัว หว่อง ยังได้โพสต์เซลฟี่ในขณะที่ดูซีรีย์เรื่อง “เพราะเราคู่กัน”  และก็เรียกร้องให้คนฮ่องกง “ยืนเคียงข้างเพื่อนชาวไทยที่รักในเสรีภาพ”

เขายังได้เขียนอีกว่า “บางทีเราอาจจะสร้างความร่วมมือในเอเชียแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีจุดประสงค์ต่อต้านอำนาจนิยมทุกรูปแบบ”

ในขณะที่ เฉิง เวิ่น จ้าน นายกเทศมนตรีเมืองเทาหยวน ในไต้หวัน ก็ออกมาสนับสนุนพันธมิตรในอินเตอร์เน็ตนี้ “ขอบคุณเพื่อนของเราจากประเทศไทย” เขาทวีต พร้อมทั้งติดธงไทยและไต้หวันคู่กัน

“ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไต้หวันอยู่แล้ว และหลังจากโควิด-19 เราจะไปมาหาสู่กัน”

“อคติและความไม่รู้”

เมื่อวันอังคาร โฆษกสถานทูตจีนในประเทศไทยออกแถลงการณ์ในหน้าเฟซบุ๊กของสถานทูต ระบุว่ารัฐบาลไทยและประชาชนไทยนั้นสนับสนุนนโยบายจีนเดียว นโยบายนี้นับเอาไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนด้วย

“ความคิดเห็นส่วนบุคคลบนโลกออนไลน์สามารถสะท้อนอคติและความไม่รู้ของตนเท่านั้น แต่ไม่สามารถแสดงถึงจุดยืนที่มั่นคงของรัฐบาลไทยและความคิดเห็นกระแสหลักของประชาชนชาวไทยได้” และก็ยังได้กล่าวถึงคนบางกลุ่ม ที่พยายามจะทำลายความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างไทยกับจีนที่มีมาเนิ่นนาน “คนบางกลุ่มบนโลกออนไลน์ใช้โอกาสนี้ทำให้เรื่องขยายใหญ่โตลุกลามออกไป พยายามวางแผนมุ่งร้าย ยุแยง เพื่อทำให้ผู้คนผิดใจกัน ซึ่งความคิดนี้จะไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”

คำแถลงนี้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในหมู่ชาวอินเตอร์เน็ตไทยมากมาย พวกเขาได้เข้าไปในหน้าเฟซบุ๊กของสถานทูตจีน และวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ตลอดจนท่าทีของสถานทูตจีน หนึ่งในนั้นก็คือ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มีบทบาทในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไทยหลายเรื่อง

“สถานทูตจีนนั้นล้ำเส้นอย่างมาก ด้วยการมาบอกคนไทยว่า ควรคิดอย่างไรในกรณีนี้” เธอกล่าวกับเบนาร์นิวส์ “นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวไทยโกรธ”

“ทวิตเตี้ยนไทยส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น มีความคิดเสรีนิยม และไม่ชื่นชอบอำนาจนิยม พวกเขาต่อต้านรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และพวกเขาก็ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรัฐบาลจีนและไทย” เธอกล่าว

ในขณะเดียวกัน ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล จากภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าการโต้ตอบกันทางทวิตเตอร์ในครั้งนี้ เริ่มมาจากเรื่องเล็ก ๆ แต่ในที่สุดก็กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ แสดงถึงปมปัญหาที่มีอยู่เนิ่นนาน จากการที่จีนเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นในภูมิภาค และใช้อิทธิพลของตนเองเพื่อทำให้ประเด็นต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เป็นไปในทางที่ตนเองต้องการ

“กรณีที่เกิดขึ้นนี้ได้เปิดโอกาสให้คนในภูมิภาคนี้พูดถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากการที่จีนเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้มากขึ้น” ผศ.วรศักดิ์ชี้ และเสริมว่า “จีนมักจะกล่าวว่าตัวเองรักสันติภาพ และอยากจะร่วมมือกับทุกประเทศในฐานะที่เท่าเทียมกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ชี้ให้เห็นเป็นอย่างอื่น”

เขายังได้หยิบยกเรื่องเขื่อนแม่น้ำโขงขึ้นมา “การที่จีนจัดการกับเรื่องนี้นั้นเป็นตัวอย่างที่ดีว่า จีนใช้อำนาจอย่างไรเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์”

เท่าที่ผ่านมาจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนถึง 11 แห่ง และในขณะที่เกิดความแห้งแล้งในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง แม่น้ำโขงตอนกลางที่ไหลผ่านไทยและลาวแห้งผิดปกติ ทำให้หลายฝ่ายออกมากล่าวหาว่า ต้นเหตุก็คือ จีนกักน้ำไว้ในเขื่อนเป็นจำนวนมหาศาล

สนับสนุนโดยรัฐบาลจีน

แฮชแท็กต่อต้านจีน อย่างเช่น #Nnevvy, #savennevvy, , #Milk tea alliance #ชานมข้นกว่าเลือด, และล่าสุด #StopMekongDam กลายเป็นแฮชแท็กที่ติดอันดับท็อปเท็นในทวิตเตอร์ไทยอยู่หลายวัน และมีการรีทวีตและโพสต์รวมกันเป็นหลายล้านโพสต์

หวัง ต้าน ซึ่งเป็นผู้นำนักศึกษาในปี 1989 กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า “กลุ่มชมพูน้อย” อาจจะดูเหมือนเป็นบุคคลทั่วไปที่แสดงความคิดเห็น แต่จริง ๆ แล้วพวกนี้เป็นกลุ่มบัญชีโซเชียลมีเดียที่มีเป้าหมายแน่นอน และมีพฤติกรรมที่เหมือนกัน

“พวกเขาเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตชาวจีนที่เข้ามาถล่มผู้ที่แสดงความคิดเห็นในทางที่จีนไม่ชอบ และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน” หวังกล่าวกับเรดิโอ ฟรี เอเชีย

“นี่เป็นปฏิบัติการของรัฐบาลจีน อันเป็นหนึ่งในการปฏิบัติการเพื่อเสริมอิทธิพลของจีนในต่างประเทศ โดยการเผยแพร่แนวคิดจีนให้แก่ประชาชนในประเทศอื่น ๆ”

ส่วน โจว ชื่อกวง นักข่าวภาคประชาชน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ชาวไต้หวันระบุว่า ชาวอินเตอร์เน็ตไทยนั้นตอบโต้กับกลุ่มชมพูน้อยได้อย่างน่าสนใจ และดูจะมีชัยชนะในสงคราม #nnevvy นี้ “เพราะว่าพวกชมพูน้อยไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการพูดซ้ำ ๆ ว่า “ขอให้แม่แกตาย”

เรดิโอ ฟรี เอเชีย หน่วยงานในเครือเบนาร์นิวส์ ร่วมรายงาน

ความเห็น (1)
Share

กบในขวด

ไปเชียร์จีนทำไมทั้งที่จีนเอาโรคโควิท19มาสู่ไทยแล้วยังไปสัมพันธ์กับมันอีก ถามจริงเถอะมีเชื้อจีนรึเปล่า

May 05, 2020 08:41 AM

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ