12 วันค้นวัดพระธรรมกาย ยังไม่พบพระธัมมชโย

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
ปทุมธานี
2017-02-27
Share
TH-monks-1000 พระสงฆ์เข้าขัดขวางรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าสู่พื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงซึ่งลูกศิษย์และพระใช้เป็นพื้นที่สวดมนต์ 23 กุมภาพันธ์ 2560
เบนาร์นิวส์

ในวันจันทร์ (27 กุมภาพันธ์ 2560) นี้ นับเป็นเวลา 12 วันแล้วที่ปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตำรวจ และทหารในการค้นหาและจับกุมตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรยังไม่สำเร็จ ด้านตัวแทนวัดพระธรรมกายเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เพื่อควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเนื่องจากถือเป็นการปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ขณะที่รองอธิบดีดีเอสไอระบุข้อเรียกร้องของวัดเป็นเท็จ

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย และแม้จะมีการชุมนุมคัดค้านปฎิบัติการครั้งนี้โดยประชาชน แต่เชื่อว่า สถานการณ์จะไม่เกิดความรุนแรงขึ้น ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะปิดวัด ทำลายศาสนา ตามที่ถูกลูกศิษย์วัดกล่าวหา และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ

“สิ่งที่ทางวัด หรือสาวกได้ดำเนินการเป็นความเท็จทั้งสิ้น และพยายามที่จะยกมิติในทุกมิติขึ้นมาต่อต้านการปฎิบัติหน้าที่ของฝ่ายรัฐ เวลาปฎิบัติของเจ้าหน้าที่มีกรอบของกฎหมายเดินอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นมาตรา 44 แต่กระบวนการหรือขั้นตอนไม่ถึงขนาดไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีคนกลุ่มเดียวที่เสียประโยชน์ แล้วก็พยายามที่จะยกระดับเรื่องนี้ขึ้นมาในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งผมดูแล้วมันไม่ใช่” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

“ถ้าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบและเปิดเผย เราก็เฝ้าระวังอยู่ส่วนหนึ่ง ถ้าเกิดเข้าลักษณะความผิดในการฝ่าฝืนคำสั่ง เราก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีรายชื่ออยู่ 30 กว่าคนแล้ว ก็จัดเก็บหลักฐาน แม้ว่าเรื่องนี้จะยุติลงด้วยวิธีใดก็ตาม มาตราการนี้ก็ยังใช้บังคับอยู่ คนที่กระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เราจะร้องทุกข์กล่าวโทษจนถึงที่สุด” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์เพิ่มเติม

ขณะเดียวกันพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงต่อสื่อมวลชนว่า พระสงฆ์ และลูกศิษย์วัดได้รับผลกระทบจากปฎิบัติการค้นหาตัวพระธัมมชโยของเจ้าหน้าที่ในหลายด้าน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย

“คณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายสูญเสียเสรีภาพในการนับถือศาสนา และสูญเสียเสรีภาพในการปฎิบัติกิจทางพระพุทธศาสนา และไม่สามารถเผยแพร่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างเต็มที่” พระสนิทวงศ์กล่าว

พระสนิทวงศ์ระบุเพิ่มเติมอีกว่า วัดพระธรรมกายได้รับผลกระทบในหลายประเด็น เช่น กล้องวงจรปิดของวัดถูกทำลายโดยบุคคลที่ใส่ชุดดีเอสไอ อาหารสดที่โรงครัวของวัดซื้อไว้ และอาหารสดที่ประชาชนนำมาถวายถูกห้ามนำเข้าพื้นที่วัด อาหารบางส่วนถูกเจ้าหน้าที่ยึดเอาไว้ ประชาชนที่อยู่ในบริเวณวัดถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต พระภิกษุและสามเณรไม่สามารถเดินทางไปสอบบาลีได้ เป็นต้น

ปฎิบัติการค้นหาตัวพระธัมมชโยและปิดล้อมวัดพระธรรมกายของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ และทหารครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 ก.พ. 2560 หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย และห้ามบุคคลภายนอกเดินทางเข้าไปในเขตวัดเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่กว่า 4 พันนายได้กระจายกำลังค้นหาในส่วนต่างๆของวัด

หลังจากถูกห้ามเข้าพื้นที่วัด พระสงฆ์ และลูกศิษย์ของวัดบางส่วนได้ใช้พื้นที่โดยรอบวัดเป็นที่สวดมนต์ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกปฎิบัติการค้นหา บางช่วงเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้ากับพระและลูกศิษย์วัด เป็นเหตุให้มีลูกศิษย์วัดได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

23 ก.พ. 2560 พระสงฆ์บางส่วนประกาศอดอาหารประท้วงปฎิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย และในวันต่อมา รัฐบาลได้ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่วัด

25 ก.พ. 2560 ชายสูงวัยทำการผูกคอตนเองฆ่าตัวตายบนเสาสูงส่งสัญญาณวิทยุใกล้บริเวณวัดพระธรรมกาย หลังจากข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกการใช้อำนาจมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฯ ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายไม่เป็นผล ในวันถัดมา หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ ย้าย นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาให้ไปปฎิบัติราชการที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จากดีเอสไอทดแทน

27 ก.พ. 2560 การค้นหายังไม่ประสบผลสำเร็จ ด้านลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจำนวนหนึ่งเดินทางไปยื่นหนังสือยังที่ทำการสหประชาชาติ เรียกร้องประเด็นการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลจากการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ ควบคุมพื้นที่วัด

คดีฟอกเงินและรับของโจรของพระธัมมชโย

ในเดือนมีนาคม นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 32 ปี แต่ศาลลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 16 ปี ฐานยักยอกทรัพย์และจัดการทรัพย์ผู้อื่นโดยมิชอบ เป็นเงินกว่า 22 ล้าน ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของคดีนี้แล้ว พบว่ามีเงินบางส่วนเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอ ตรวจสอบว่าพระธัมมชโย รวมถึงเครือข่ายวัดพระธรรมกาย รับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รวม 21 ครั้ง เป็นเงิน 1,205,160,000 บาท โดยไม่มีมูลหนี้กับสหกรณ์ฯ และเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2559 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งสำนวนคดีฟอกเงินและรับของโจรของพระธัมมชโยให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ โดยพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องพระธัมมชโยในความคิดฐานฟอกเงินและรับของโจร

ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายถือป้ายเรียกร้องหน้าตลาดกลางคลองหลวงให้รัฐบาลยุติปฎิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 (เบนาร์นิวส์)

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ