เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีค้ามนุษย์เผย สามนายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องหาค้ามนุษย์ยังไม่เข้ามอบตัว

นาซือเราะ

2015-10-06
Share
TH-trafficking-620 เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชาวโรฮิงญาที่หนีออกมาจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา ภาพเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2558
เบนานิวส์

ในวันอังคาร (6 ตุลาคม 2558) นี้  พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวถึง ความคืบหน้าของหมายจับที่ออกไปแล้ว และการฟ้องร้องนักค้ามนุษย์ ว่า สามนายทหารผู้ต้องหาคดีค้ามุนษย์ยังไม่มามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกัน สำนวนคดีการค้ามนุษย์และคดีการฟอกเงินทั้งหมด ร่วมเกือบ 700 กล่อง ได้ส่งให้อัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอผลจากพนักงานอัยการสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะคดีการค้ามนุษย์มีผู้ร่วมกระบวนการเป็นจำนวนมาก

“สำหรับนายทหารที่ได้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ พ.อ.ณัฐสิทธิ์ มากสุวรรณ สังกัด กอ.รมน. จ.สตูล  ร.อ.สันทัด เพชรน้อย สังกัด กอ.รมน. จ.ชุมพร และ น.ท.กัมปนาท สังข์ทองจีน สังกัดทัพเรือภาคที่ 3  ยังไม่ได้รับการติดต่อมาขอมอบตัวแต่อย่างใด” พล.ต.ต. ปวีณ กล่าว

พนักงานสอบสวนและสำนักงานอัยการนาทวี ได้เสร็จสิ้นกับการจัดทำสำนวนคดีการค้ามนุษย์ เป็นคดีอาญาที่ 148/2558 ของ สภ. ปาดังเบซาร์ มีผู้ต้องหา 155 คน เสียชีวิตแล้ว 2 คน คือ นางจันทา ปั้งซวด และ พ.อ. กัณตภล เจริญพร ศาลได้อนุมัติหมายจับ 153 หมาย อยู่ภายใต้การควบคุมตัว 91 คน แยกเป็นถูกจับกุม 55 คน มอบตัว 33 คน ถูกอายัดตัว 3 คน และยังคงเหลือหลบหนีอีก 62 ราย

ส่วนในคดีฟอกเงิน เป็นคดีอาญาที่ 231/2558 ของ สภ. ปาดังเบซาร์ มีผู้ต้องหาจำนวน 81 คน เสียชีวิตแล้ว 2 คน ได้มีการออกหมายจับ 79 คน อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่แล้ว 40 คน และหลบหนีอยู่ 39 คน

นอกจากนั้น พล.ต.ต. ปวีณ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ศาลนาทวีจะอ่านคำสั่งว่าจะโอนสำนวนคดีการค้ามนุษย์ทั้งหมด มาดำเนินการที่ศาลอาญากรุงเทพมหานครหรือไม่

ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดในเครือข่ายเจ๊ง้อ

ในวันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2558  พล.ต.ท. เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการป้องการการฟอกเงิน นำหมายศาลจังหวัดนาทวี จ.สงขลา เข้าตรวจสอบบริเวณ อาคารเลขที่ 356/143 ต. มะขามเตี้ย อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี สามารถอายัดรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า สีขาว ทะเบียน 2กบ7345 กทม. แล รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน 1กฐ 7075 กทม. ของนายภูษณ ตันสุเมธ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/13 หมู่ 3 ต. ม่วงกลวง อ. กะเปอร์ จ. ระนอง ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์เครือข่ายของนางจันทรา ปั้งซวด หรือ เจ๊ง้อ

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8  กล่าวว่า การดำเนินการเข้าอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินครั้งนี้ เป็นการดำเนินการระยะที่ 2 ซึ่งกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 8 นำโดย พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก. ได้ดำเนินการสืบทรัพย์ จนสามารถออกหมายเพื่ออายัดได้ทั้งสิ้น จำนวน 58 หมาย แยกเป็น 4 พื้นที่ ประกอบด้วยนครบาล ภูธรภาค 7, 8 และ 9 โดยในส่วนของภาค 8 มีทั้งสิ้น จำนวน 30 หมาย อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนอง

“การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการเข้าอายัดทรัพย์ส่วนหนึ่งของนายภูษณ ส่วนใหญ่จะนำเงินที่ได้จากการค้ามนุษย์เข้ามาลงทุนทำธุรกิจหลายอย่างในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังเข้าอายัดทรัพย์ในธุรกิจร้านอาหาร ชื่อฟลิ้นต์แอนด์บริสโทร มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนการดำเนินการอีก 29 หมายนั้น ได้เร่งรัดให้ บก.สส.ภ.8 เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว"

นายหน้าค้ามนุษย์ยังคงพยายามพาผู้หญิงและเด็กชาวโรฮิงญาหนี

ในวันอังคารนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดพังงาได้จับกุมตัว ผู้หญิงและเด็กชาวโรฮิงญาเข้าเมืองผิดกฎหมายที่พยายามหลบหนีไปประเทศที่สามโดยความช่วยเหลือของนายหน้า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ครบแล้วทั้ง 14 คน

นายอนันต์ ดนตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพังงา กล่าวว่า ในวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชาวโรฮิงญา ซึ่งประกอบ ด้วยผู้หญิงชาวโรฮิงญา จำนวน 12 คน และเด็กอีก 2 คน เด็กผู้หญิงอายุ 5 ขวบ และ เด็กผู้ชายอายุ 7 ขวบ โดยชุดแรก เจ้าหน้าที่ได้นำไปฝากขังที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา ส่วนเด็กอีกสองคน อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว

นายอนันต์ กล่าวว่า “หลังจากที่มีเหตุชาวโรฮิงญา 14 คน หนีออกจากบ้านพักเด็กและครัวจังหวัดพังงา ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้ออกตามหา เป็นเวลา 1 วัน จนสามารถจับกุมทั้งหมดได้ ตอนนี้ อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว”

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา ต. คึกคัก อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา มี ชาวโรฮิงญาทั้ง 14 คน ได้หลบหนีออกจากบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดพังงา โดยการแหกลูกกรงห้องนอนชั้น 2 ของอาคารความสูงประมาณ 3 เมตร ก่อนใช้ผ้าห่มมัดต่อเป็นเชือกโรยตัวลงมาด้านล่าง และหลบหนีออกไปทางกำแพงด้านข้าง ในขณะเดียวกันที่มีรถตู้สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่มาจอดรอรับอยู่บนถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า–เขาหลัก และกลุ่มชาวโรฮิงญาที่หนีออกมาได้รีบวิ่งขึ้นรถ นอกจากนั้น ยังมีอีกส่วนหนึ่งได้วิ่งหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะ ห่างจากที่เกิดเหตุแห่งแรกประมาณ 800 เมตร

นายอนันต์ คาดว่าเหตุที่เกิดขึ้น น่าจะมีกลุ่มนายหน้ามารับเพื่อจะไปประเทศที่สามที่ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ ต้องการหลบหนีไป และทำให้นายหน้าพยายามหาช่องทางในการพาหลบหนี

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ