เจ้าหน้าที่เร่งติดตามอุยกูร์ 20 คน เจาะห้องกักตม.สะเดา หลบหนีไปได้

มารียัม อัฮหมัด
2017.11.20
สงขลา
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
171120-TH-sadao-detention-620.jpg เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผนังห้องกักต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดา จ. สงขลา วันจันทร์ 20 พฤศจิกายน 2560
เบนาร์นิวส์

ชาวอุยกูร์ ซึ่งถูกควบคุมตัวในห้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้เจาะผนังห้องแล้วใช้เสื้อโรยตัวหลบหนีออกไปได้ จำนวน 20 คน เหลืออยู่อีก 5 คน ที่หลบหนีไม่ทัน ในเวลาประมาณสองนาฬิกาของวันจันทร์ (20 พฤศจิกายน 2560) นี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เร่งค้นหาตามสวนยางที่ทอดตัวไปทางชายแดนมาเลเซียแล้ว

ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ศิริพันธ์ รองสารวัตร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ชาวอุยกูร์ได้เจาะผนังห้องกักเพื่อหลบหนีไปในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. โดยใช้เสื้อผ้าและเสื่อต่อเป็นบันได โรยตัวลงสู่พื้นด้านหลังห้องกักที่สูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร

“มันเคยหนีไปแล้วครั้งหนึ่ง จับมาได้แล้ว ครั้งนี้คือครั้งหลัง พวกที่มีอยู่เดิมมีอยู่แล้ว ก็ไปด้วย เส้นทางหนีถ้าไปทางมาเลเซีย ไปทางป่ายางข้างหลัง แต่ว่าถามชาวบ้านแล้ว เขาบอกเขาไม่เห็น เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้ตัดยาง ฝนตก ดูรอยเท้าที่พื้นแล้วก็ไม่เจอ เพราะว่าฝนตกรอยเท้าก็หาย” ร.ต.อ.สุรศักดิ์กล่าว

“ชาวอุยกูร์ที่หลบหนีไปทั้งหมด 20 คน จาก 25 คน เหลืออยู่อีก 5 คน ที่หลบหนีไม่ทัน และถูกควบคุมตัวไว้ ขณะนี้ กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด และนำกำลังส่วนหนึ่งติดตาม ตรวจสอบเส้นทางที่หลบหนี” ร.ต.อ.สุรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติม

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ใช้สุนัขตำรวจ จากค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ทหารจากกองร้อย ร.5021 ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจจากสถานีตำรวจภูธร อ.สะเดา ติดตามค้นหาในบริเวณใกล้เคียงกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดาแล้ว โดยเชื่อว่าชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ น่าจะใช้พื้นที่สวนยางพาราหลังห้องกัก เพื่อเป็นเส้นทางไปยังชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากห้องกักนัก เป็นระยะทางประมาณเกือบสองกิโลเมตร

ชาวเชื้อสายอุยกูร์ เป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม ใฃ้ภาษาตระกูล Turkic อาศัยอยู่ในแคว้นซินเจียง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งชาวอุยกูร์ถูกกดขี่ข่มเหงโดยทางการจีน ได้หลบหนีออกจากประเทศ โดยในห้วงปี 2557 ได้มีชาวอุยกูร์กว่า 400 คน หนีออกนอกประเทศ เข้าไทยทางชายแดนกัมพูชา ผ่านลงภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังมาเลเซีย โดยมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศตุรกีที่มีภาษาคล้ายคลึงกัน และมีชาวอุยกูร์ลี้ภัยอยู่จำนวนมาก

สำหรับชาวอุยกูร์จำนวน 25 คนนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ไทยควบคุมตัวได้ ในปี 2558 ที่น้ำตกโตนงาช้าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเป็นกลุ่มที่ไม่ถูกส่งกลับไปยังประเทศจีน หรือส่งต่อยังประเทศตุรกี เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้

ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวแก่สำนักข่าวเดอะเนชั่น ในกรุงเทพฯ ในวันจันทร์นี้ว่า การที่ชาวอุยกูร์หลบหนี น่าจะช่วยปลดปล่อยประเทศไทยจากความกดดันของประเทศจีน ที่ต้องการให้ส่งพวกเขากลับ - ชายชาวอุยกูร์พยายามหลบหนีเพื่อไปพบภรรยาและลูกๆ

ดร.วิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่า ว่าชุมชนมุสลิมในประเทศไทยได้เรียกร้องรัฐบาลไทยไม่ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศ แต่ให้ยินยอมให้พวกเขาเดินทางไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะตุรกี

ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาล กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ปีนี้ โดยไม่ประสงค์จะออกนามว่า "ทางการไทยลำบาก ไม่ว่าจะกักตัวไว้ หรือส่งตัวไปที่ไหน ก็ไม่ดีต่อเราทั้งนั้น

ส่วน เจ้าหน้าที่เอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คาดว่ายังมีชาวอุยกูร์ที่ตกค้างในประเทศไทยอยู่ประมาณ 60 ราย และทางการไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับชาวอุยกูร์เหล่านี้ เพราะปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับจีนและตุรกีในปลายเดือนมิถุนายน 2558 ทางการไทยได้ส่งชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัวจำนวน 173 คน ไปยังตุรกี จากนั้นในต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558 รัฐบาลไทยได้ส่งชาวอุยกูร์ จำนวน 109 คน กลับประเทศจีน คนเหล่านี้ รัฐบาลจีนกล่าวว่าคนเหล่านี้เป็นพลเมืองสัญชาติจีน และกล่าวหาว่ากำลังเดินทางไปรวมตัวกับนักรบญิฮาด

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวอุยกูร์ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทำลายสถานกงสุลไทยที่นั่น และเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ของปีเดียวกัน ได้เกิดระเบิดศาลท้าวมหาพรหมที่สี่แยกราชประสงค์ ที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว เชื้อสายจีน มีผู้เสียชีวิต 20 คน บาดเจ็บกว่า 120 ราย หลังเกิดเหตุ ทางการไทยได้ดำเนินคดีจำเลยชาวอุยกูร์สองราย

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กล่าวต่อสื่อมวลชน หลังทราบข่าวการหลบหนีของผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ที่สะเดาว่า ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรภาค 9 เร่งติดตามจับกุมตัวผู้หลบหนีทั้งหมดแล้ว เพราะถือเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง

นอกจากนั้น กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้มีคำสั่งให้ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสงขลา ย้ายมาช่วยราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 แล้ว

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ