Follow us

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ร้องไทยเผยที่อยู่ ลุงสนามหลวงและพวก

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2019-05-10
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ขวา) พูดคุยกับผู้ช่วย ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์ วันที่ 23 ตุลาคม 2560
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ขวา) พูดคุยกับผู้ช่วย ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์ วันที่ 23 ตุลาคม 2560
เอพี

ในวันศุกร์นี้ องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทย เปิดเผยที่อยู่ของ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ ลุงสนามหลวง นักจัดรายการวิทยุคนเสื้อแดง และพวกรวม 3 คน หลังจากที่มีรายงานว่า รัฐบาลเวียดนามส่งตัว ลุงสนามหลวงและพวกกลับมายังประเทศไทยแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า

ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์การสิทธิมนุษยชนสากล เผยแพร่แถลงการณ์บนเว็บไซต์ ระบุว่า รัฐบาลไทยควรเปิดเผยที่อยู่ของนักกิจกรรมสามคนที่มีรายงานว่าถูกส่งตัวกลับจากกรุงฮานอยมายังกรุงเทพฯ การที่ทางการไทยยังไม่ยอมรับเรื่องการจับตัว และการควบคุมตัว สร้างกระแสความกังวลว่า ทั้งสามอาจตกเป็นเหยื่อของการถูกบังคับให้สูญหาย

“ต้นปี 2562 มีรายงานว่า ทางการเวียดนามได้จับกุมตัวชูชีพ ชีวะสุทธิ์ (รู้จักกันในชื่อลุงสนามหลวง) สยาม ธีรวุฒิ (รู้จักกันในชื่อสหายข้าวเหนียวมะม่วง) และกฤษณะ ทัพไทย (รู้จักกันในชื่อสหายยังบลัด) ด้วยข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายและปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง ขณะพยายามหลบหนีการดำเนินคดีของทางการไทย รายงานจากประชาไท และภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ทางการเวียดนามส่งตัวทั้งสามให้ทางการไทย เมื่อ 8 พ.ค.” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ

หากรายงานไม่ได้ระบุว่า ทางการเวียดนามส่งตัวพวกเขากลับให้ทางการไทยอย่างเป็นทางการ หรือเป็นการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งมีการรายงานเกิดขึ้น หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพียงไม่ถึงสัปดาห์

“ก่อนหน้านี้ ทางการไทยได้กล่าวหาว่า ทั้งสามมีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงจัดรายการวิทยุออนไลน์ต่อต้านสถาบันฯ และปลุกระดมผู้สนับสนุนองค์กรสหพันธรัฐไทของชูชีพให้จัดการประท้วงต่อต้านสถาบันฯ ด้วยการใส่เสื้อยืดสีดำในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด” แถลงการณ์ระบุ

โดย นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์ เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ทางโทรศัพท์ ระบุว่า รัฐบาลไทยควรรีบหาตัวนักเคลื่อนไหวทั้งสามรายให้พบ และเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน เนื่องจากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนทั้งหมด

“ทางการไทยยังปฏิเสธไม่รับรู้ว่า มีการคุมตัวหรือหายไปไหน ส่งตัวกลับมาไทยแล้วหายไปไหน ส่งตัวหรือไม่ส่งตัว กองปราบฯ หน่วยงานที่ออกหมายจับโดยหลักการถ้ามีการส่งตัวจริงใน 24 ชั่วโมง ก็ต้องมีการสอบสวน ตอนนี้ กองปราบฯ ปฏิเสธไม่ได้รับรู้อะไร” นายสุณัย กล่าว

“ทั้งรัฐบาลไทยและเวียดนาม ปฏิเสธการรับรู้เลย ซึ่งการปฏิเสธไม่รู้เห็น มักลงเอยด้วยการหาย และกลายเป็นศพในที่สุด เลยนำมาสู่ความกังวลอย่างมาก จากองค์กรสิทธิมนุษยชน และสหประชาชาติ เพราะการบังคับสูญหายเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งไทยลงนามในสัตยาบันไว้แล้วด้วย” นายสุณัย กล่าวเพิ่มเติม

เมื่อปลายเดือนมีนาคม เรดิโอฟรีเอเชีย ภาคภาษาเวียดนาม ได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการจากกรุงฮานอย ได้นำตัว นายตรวง ซุย งัต บล็อกเกอร์ชาวเวียดนาม ของสำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชีย ที่ได้หายตัวไป หลังยื่นขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่กรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลับประเทศเวียดนามแล้ว โดย บุตรสาวของนายงัต ได้ยืนยันกับเรดิโอฟรีเอเชีย กรณีการหายตัวไปของบิดาว่า ทางการไทยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เวียดนามลักพาตัวบิดาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำกรุงฮานอย

ด้าน องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล โดย มินาร์ พิมเพิล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก ก็ได้ออกแถลงร่วมสนับสนุนการเรียกร้อง

"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยชี้แจ้งว่า บุคคลทั้งสามถูกควบคุมตัวไว้ในค่ายทหารหรือสถานีตำรวจหรือไม่ และสืบหาว่าพวกเขาอยู่ที่ใด หากพวกเขาอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของทางการ เราขอให้ทางการรับประกันว่า หากบุคคลทั้งสามถูกรัฐควบคุมตัว ให้อยู่ในสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ และได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทนายความอิสระ แพทย์ และสมาชิกในครอบครัว ทันที"

แถลงการณ์ฉบับเดิมระบุว่า นายชูชีพและเพื่อนอีกสองคน ย้ายที่พำนักจากลาวไปยังเวียดนาม หลังจากเหตุการณ์หายตัวไป และอาจถูกสังหารของ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายไกรเดช ลือเลิศ และนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ นักกิจกรรมต่อต้านสถาบันฯ โดยเชื่อว่า ทั้งสามถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มคนนิรนามในลาว เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2561 ซึ่งก่อนหน้านั้น นายอิทธิพล สุขแป้น (ดีเจซุนโฮ) และนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็เชื่อว่าถูกลักพาตัวในลาว และยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เรื่องข้อมูล

ทั้งนี้ เบนาร์นิวส์ได้สอบถามไปยัง น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีการหายไปของนายชูชีพ และพวก แต่ได้รับคำตอบว่า “ไม่มีข้อมูล”

ทั้งนี้ ก่อนที่จะหายตัวไป นายชูชีพจัดรายการบนยูทูบ ในนาม 'ลุงสนามหลวง' อย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 2 วันเป็นอย่างน้อย กระทั่งมีการจัดครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 โดยจัดรายการในชื่อรายการ “คุณลุงสนามหลวง” หรือ “คุณลุงสนามหลวงกับ...” เมื่อจัดร่วมกับบุคคลอื่น โดยวิดีโอมักจะเผยแพร่ในหลายช่องทาง ทั้งช่อง “สหพันธรัฐไท แจ่มแจ้ง” หรือ “ชาวนา” หรือ “สหพันธรัฐไท ดีที่สุด” หรือ “HaunT89s” หรือ “TRUTH CHANNEL” เป็นต้น

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ