Follow us

กกต. รับรอง ส.ส. ครบ 500 คนแล้ว

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2019-05-28
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวพูดคุยกับผู้สื่อข่าว หลังจากเดินทางไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล ถึงที่สำนักงานใหญ่ของพรรค ในกรุงเทพฯ วันที่ 27 พ.ค. 2562
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวพูดคุยกับผู้สื่อข่าว หลังจากเดินทางไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล ถึงที่สำนักงานใหญ่ของพรรค ในกรุงเทพฯ วันที่ 27 พ.ค. 2562
รอยเตอร์

ในวันอังคาร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงรับรองผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ว่า นางสาวศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ซึ่งส่งผลให้ พรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่มพรรคละ 1 ที่นั่งด้วย แต่พรรคไทยรักธรรม เสีย ส.ส. 1 ที่นั่ง และรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ครบ 500 คนแล้ว ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ต้องรอประชุมพรรคและยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

สำหรับสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ในวันจันทร์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แถลงข่าวร่วมกันโดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

“พรรคภูมิใจไทยอยู่มาตลอดครับ ใครรับจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 4 ข้อได้ เราก็พร้อมจะทำงาน เราไม่เคยโกหกประชาชน เราไม่มีวันที่จะโกหกประชาชน ไม่มีความคิดที่จะโกหกประชาชน หากไปดูคลิปหรือข้อชี้แจงที่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ไม่มีจุดไหนที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ปฏิบัติในสิ่งที่ตัวเองได้พูดไว้” นายอนุทิน กล่าวในการแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

และล่าสุดวันอังคารนี้ หลังจากที่นายอุตตม สาวนายน ได้เดินทางไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลถึงที่ทำการพรรค เมื่อวันจันทร์ แต่พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า พรรคจะตัดสินใจผ่านการประชุมพรรค วันนี้ ช่วงเย็นนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแก่สื่อมวลชนในวันนี้ว่า พรรคเลื่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. ออกไปจากกำหนดเดิมเย็นนี้อย่างไม่มีกำหนด

การแถลงร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ จะทำให้ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี ส.ส. 116 ที่นั่ง เมื่อรวมกับพรรคพันธมิตร คือ ภูมิใจไทย 51 ที่นั่ง, รวมพลังประชาชาติไทย 5 ที่นั่ง รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 ที่นั่ง พลังท้องถิ่นไทย 3 ที่นั่ง ประชาชนปฏิรูป, พลังชาติไทย, ประชาภิวัฒน์, ไทยศรีวิไลย์, พลังไทยรักไทย, ครูไทยเพื่อประชาชน, ประชานิยม, ประชาธรรมไทย, พลเมืองไทย, ประชาธิปไตยใหม่ และพลังธรรมใหม่ พรรคละ 1 ที่นั่ง จะมีเสียงทั้งหมด 188 ที่นั่ง

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมี ส.ส. 136 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 81 ที่นั่ง เสรีรวมไทย 10 ที่นั่ง ประชาชาติ 7 ที่นั่ง เศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง เพื่อชาติ 5 ที่นั่ง และ พลังปวงชนไทย 1 ที่นั่ง ที่ประกาศรวมตัวกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. ก่อนหน้านั้น จะมีเสียงรวมกันทั้งหมด 246 ที่นั่ง โดย พรรคประชาธิปัตย์ 53 ที่นั่ง ชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง และ ชาติพัฒนา 3 ที่นั่ง ที่ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะร่วมกับฝ่ายใดมีคะแนนเสียงรวมกัน 66 ที่นั่ง

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้รับรอง น.ส.ศรีนวล บุญลือ เป็น ส.ส. เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ หลังตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

“ผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งที่ 2 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง… คือ นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตที่ 8 ผลการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อครั้งที่ 2 รายชื่อพรรคการเมืองและผู้พ้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือ พรรคไทยรักธรรม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ผู้ได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมี 2 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี พรรคประชาธิปัตย์ นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ขอให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งรับหนังสือรับรองได้ นับแต่วันที่ออกประกาศ” นายแสวง กล่าว

“ตอนนี้เรามี สภาครบ 500 คนแล้ว พรรคการเมืองไหนจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนเท่าใด กกต.ไม่ได้เป็นคนกำหนด เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นกับสูตรคณิตศาสตร์ใดๆ… เลือกตั้งแต่ละครั้ง ก็จะอาจจะมีผลแบบนี้แหละครับว่า เมื่อไปคำนวณใหม่ก็อาจจะมีผลเปลี่ยนแปลงไปสัก 1-2 พรรค” นายแสวง กล่าว

นายแสวง ระบุว่า การจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นไปตามกฎหมาย โดยเป็นการนำผลคะแนนดิบจากผลการเลือกตั้งซ่อมในเขต 8 ไปรวมกับคะแนนดิบของทั้งประเทศที่มีอยู่เดิมแล้วนำมาคำนวนใหม่ ทำให้บางพรรคฯ ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น ส่วนพรรคไทรักธรรมที่พ้นสภาพไปก็แพ้คะแนนไปเพียงทศนิยม .33 คะแนน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายพีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กล่าวแก่สื่อมวลชน ถึงการพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ว่า น้อมรับคำสั่งของ กกต. เพียงแต่เสียดายทั้งที่ตั้งใจว่าจะโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามจะขอเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป

“ถือว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะอาจจะมีการเลือกตั้งซ่อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกหลายเขตภายใน 1 ปีนี้ และต้องมีการนับคะแนนรวมใหม่ ทำให้ผมยังมีลุ้น เพราะคะแนนทศนิยมของพรรคไทรักธรรม ห่างจากพรรคประชาธิปัตย์เพียง 0.33 เท่านั้น” นายพีระวิทย์ กล่าว

ในวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า ได้นำชื่อของ นายชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ ตันเจริญ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  คนที่ 1 และ นายศุภชัย โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 รวมทั้ง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และ นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทูลเกล้าฯ แล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรมที่ โรงพยาบาลมงกุฎฯ เหตุติดเชื้อในกระแสเลือด สิริอายุรวม 98 ปี โดยถือเป็นการสูญเสีียครั้งสำคัญ เนื่องจาก พล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่ ได้รับการเคารพอย่างสูงจากทหาร

ในวันอังคารนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้รักษาการประธานองคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562

โดย ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ การจากไปของ พล.อ.เปรม แก่เบนาร์นิวส์ว่า อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลหน้า ซึ่งอาจนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ

“ในแง่ของบารมี ก็คงไม่มีใครสามารถเทียบพลเอกเปรมได้ ไม่คิดว่าจะมีใครแทนได้ด้วย พลเอกเปรมมีทั้งบารมีทางการเมือง และเป็นคนที่ทหารยอมรับ เสียงของพลเอกเปรมเป็นเสียงที่คนหลายคนได้รับฟัง ทั้งฝ่ายทหาร และภาคธุรกิจก็ยอมรับ เนื่องจากเคยดูแลเศรษฐกิจสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลทั้งหมด เพราะเป็นไปตามเศรษฐกิจโลกในสมัยนั้นก็ตาม การจากของประธานองคมนตรีท่านนี้ ก็อาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะรัฐบาลพลเรือน และรัฐบาลทหาร ที่ผ่านมายังเห็นความสำคัญของการปรึกษาพลเอกเปรม” ดร.ฐิติพล กล่าว

“พลเอกเปรม ช่วยสร้างเครดิตให้รัฐบาล ในแง่ของรัฐบาลทหาร การจากไปอาจทำให้ การยอมรับทหารลดลงก็ได้ในอนาคต เพราะ ความน่าเชื่อถือทางการเมืองของทหาร หรือ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส และทุจริต ซึ่งหลายครั้งตัวรัฐบาลเอง หรือ ป.ป.ช. ไม่สามารถสร้างความกระจ่างให้กับสังคมได้ ที่ผ่านมา ทหารพยายามใช้คำพูดของลเอกเปรมมาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลเอง” ดร.ฐิติพล กล่าวเพิ่มเติม

ดร.ฐิติพล ระบุว่า ดังนั้น การจะเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งของพลเอกประยุทธ์ จึงท้าทาย เพราะต่อไปไม่มีใครที่จะมายืนยันความน่าเชื่อถือ หรือมาสร้างความน่าเชื่อถือของรัฐบาลให้แก่สังคม เพราะไม่คิดว่าเสียงของใครจะมีพลังเท่านี้ ที่ผ่านมาคนที่สนับสนุนพลเอกเประยุทธ์ก็เป็นกลุ่มที่ฟังพลเอกเปรมด้วย

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ