นายกฯ สั่งสอบ เก้งหายที่สงขลา ชนวนยิง ผอ.องค์การสวนสัตว์

มารียัม อัฮหมัด
2020.10.05
ปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
201005-TH-zoo-officials-1000.jpg พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในการประชุมเศรษฐกิจ ที่ศูนย์การประชุมเมืองทองธานี กรุงเทพฯ วันที่ 21 กันยายน 2563
ทำเนียบรัฐบาล/เอเอฟพี

ในวันจันทร์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสอบสวนเกี่ยวกับการหายไปของ เก้งเผือก ในสวนสัตว์สงขลา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่ นายภูวดล สุวรรณะ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลาใช้อาวุธปืนยิง นายสุริยา แสงพงค์ ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตต่อมา ในวันที่ 3 ตุลาคม 2563

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

“การลักลอบค้าสัตว์ป่าน่าจะยังคงมีอยู่ อันนี้ผมได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามในเรื่องนี้เป็นพิเศษ แล้วก็สอบสวนในส่วนที่เหตุการณ์เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เราเสียบุคลากรสองคน อาจจะด้วย อารมณ์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย ผมได้เน้นย้ำไปแล้วว่า เรื่องสัตว์ป่าที่หายไป สัตว์ป่าที่ตายต้องหาคำตอบให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“เสียชีวิตทั้งสองคนผมก็เสียใจ คนนึงก็ลงไปตรวจสอบยังไม่ทำอะไรเลย คนที่สอง สัตวแพทย์ก็อาจจะยังไม่เข้าใจ แล้วก็ถูกย้าย ก็น่าเสียใจกับครอบครัวทั้งสองท่าน ได้กำชับว่า ต้องรับผิดชอบกันทั้งหมดว่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องรักษาทรัพยากร คือ เก้งสีขาวไว้ให้ได้ เหลืออีกตัวนึง จากนี้ไปก็คงจะเป็นบทเรียนให้กับทุกองค์กร ให้เอาใจใส่ดูแลให้มากยิ่งขึ้น เพราะมีการสูญเสียมากมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ลูกเก้งเผือก ชื่อ ภูมิ ได้หายไปจากส่วนจัดแสดงสัตว์ของสวนสัตว์สงขลา ตามการบันทึกของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นภายในพื้นที่จัดแสดงไม่พบสิ่งผิดปกติ ต่อมา 18 เมษายน 2563 มีการตรวจพบกระดูกเก้งในส่วนจัดแสดง มีการส่งซากให้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบว่า เป็นเก้งเผือกที่หายไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นเก้งเผือกหรือไม่ กระทั่ง 22 กันยายน 2563 มีรายงานว่า เก้งเผือกชื่อ ภาค หายจากส่วนจัดแสดงอีกหนึ่งตัว กระทั่งมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดว่า เก้งตัวดังกล่าวถูกงูเหลือมกิน

ในปัจจุบัน สวนสัตว์สงขลา มีเก้งเผือก เหลือเพียงตัวเดียว

การสอบสวนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวดำเนินไป กระทั่ง วันที่ 1 ตุลาคม 2563 นายสุริยาได้ออกคำสั่งย้ายนายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ไปเป็นรักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต นายภูวดล ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญสวนสัตว์ สังกัดสำนักอนุรักษ์ และวิจัย นายอุทัย พูลยรัตน์ หัวหน้าโภชนาการสัตว์ สวนสัตว์สงขลา ไปเป็นหัวหน้างานบำรุงสัตว์เลื้อยคลาน ฝ่ายบำรุงสัตว์ สวนสัตว์ดุสิต และ นายพิเชษฐ์ ทัปนวัชร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ไปเป็นรักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2563

นายสุริยา ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 เพื่อตรว จสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง กระทั่งต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2563 นายจตุพร บุรษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสุริยา ถูกนายภูวดล ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ภายในพื้นที่สวนสัตว์สงขลา และต่อมานายภูวดลใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในบ้านพักของตนเอง

ในวันจันทร์นี้ พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก. สส. ภาค 9 จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการหายไปของเก้งทั้ง 2 ตัว รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างการหายไปของเก้ง และเหตุยิงกันภายในสวนสัตว์สงขลา

“เวลาประมาณ 10.00 น. หมอภูวดลได้เข้าไปพูดคุยกับนายสุริยาเรื่องคำสั่งปรับย้าย และมีปากเสียงกัน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงนายสุริยาทันที และไปยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพักในสวนสัตว์ พบหลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็นอาวุธปืน ปลอกกระสุนหลายนัด รวมถึงมีภาพในกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบทิศทางการยิงและการล้มลงของนายสุริยา สอดคล้องกับพยานแวดล้อม เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่า แรงจูงใจการก่อเหตุมุ่งไปที่ประเด็นถูกปรับโยกย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่น แต่จะเป็นเรื่องการเมืองภายในหรือไม่ อยู่ระหว่างการทำงานและขยายประเด็นอื่น ๆ พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จ.สงขลา กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ระบุว่า ตำรวจยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการหายไปของเก้งเผือก 2 ตัว โดยต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ด้าน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รายหนึ่ง (สงวนชื่อและนามสกุล) ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ป.ป.ท. เคยได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริตภายในสวนสัตว์สงขลา

“ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า คณะผู้บริหารองค์การสวนสัตว์สงขลา มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการทุจริต ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. ทุจริตโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำภายในสวนสัตว์สงขลา ปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 48,900,000 บาท ซึ่งการก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบและรายการในสัญญาจ้าง แต่มีการตรวจรับงาน และอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแล้ว 2. มีการนำทรัพย์สินของสวนสัตว์ไปขายเพื่อนำเงินมาใช้ส่วนตัว และ 3. มีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว เอื้อประโยชน์ประโยชน์ต่อพวกพ้อง มีส่วนได้ส่วนเสีย กับบุคคลภายนอก” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ผู้ร้องกลุ่มเดียวกันได้มีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ด้วย

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง