ตำรวจจับ “โกลัก” เจ้าของอาบอบนวดนาตารี หลังหลบหนีคดีมาห้าปี

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2021-10-04
Share
ตำรวจจับ “โกลัก” เจ้าของอาบอบนวดนาตารี หลังหลบหนีคดีมาห้าปี พนักงานรอลูกค้านอกบาร์ บนถนนในพัทยา วันที่ 1 กันยายน 2563
เอเอฟพี

พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยในวันอังคารนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายประเสริฐ สุขขี หรือ โกลัก เจ้าของอาบอบนวดนาตารี ผู้ต้องหาคนสำคัญของคดีร่วมกันค้ามนุษย์และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งหลบหนีมาตั้งแต่ปี 2559 หลังจากเจ้าหน้าที่บุกค้นสถานบันเทิงพบหญิงจากเมียนมากว่าร้อยราย รวมทั้งเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี   

พล.ต.ท. จิรภพ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า นายประเสริฐ ได้หลบหนีหมายจับมาเป็นเวลาประมาณ 5 ปี ก่อนถูกจับกุมตัวได้ในที่พักย่านวังหลัง เมื่อวานนี้

“ผู้ต้องหารายนี้ ถือว่าเป็นผู้ต้องหาที่สำคัญที่สุด คือ โกลัก หรือนายประเสริฐ สุขขี ซึ่งเป็นเจ้าของอาบอบนวดแห่งนี้ (นาตารี) และหลบหนีมาประมาณเกือบ 5 ปี… ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ขอไปสู้คดีที่ศาล คดีนี้จับไปแล้วทั้งหมด 6 คน ยังหลบหนีอยู่ 3 คน ได้ทำการขยายผลไปสู่คดีฟอกเงิน ซึ่งสามารถอายัดเงิน 1 พันล้านบาท” พล.ต.ท. จิรภพ กล่าว

“เราต้องทำให้เทียร์เราดีขึ้น ในรอบ 1 ปี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้เห็นว่าเรามีความจริงใจในการปราบปรามการค้ามนุษย์ ทำให้ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศรับรู้ว่า เราเอาจริง” พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวเพิ่มเติม

จากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report หรือ TIP) ของปี 2564 ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 เฝ้าระวัง เป็นการลดอันดับลงจากที่เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 มาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ มองว่า ไทยดำเนินการเแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไม่เพียงพอระบุว่า รัฐบาลลดความพยายามในการระบุตัวและปกป้องผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยปี 2563 มีผู้เสียหายในคดีการค้ามนุษย์เพียง 230 ราย ซึ่งน้อยกว่าปี 2562 และปี 2561 ซึ่งมีผู้เสียหาย 868 ราย และ 631 รายตามลำดับ และไม่มีการรายงานการคัดกรองแรงงานข้ามชาติว่า ผู้ใดเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

พล.ต.ท. จิรภพ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีเดียวกันที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายธีรเดช ลูกชายของนายประเสริฐ นายสมหมาย ผู้ดูแลสถานบริการ และนางสาวสมใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสนิทของนายประเสริฐ โดยปัจจุบัน ยังไม่พบการโอนเงินระหว่างนายประเสริฐกับบุคคลที่ยังหลบหนี และเชื่อว่า นายประเสริฐ ไม่ได้มีผู้มีอำนาจช่วยเหลือในการหลบหนีคดีในเวลาที่ผ่านมา

การจับกุมนายประเสริฐในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก วันที่ 7 มิถุนายน 2559 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจได้เข้าตรวจสอบ นาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อาบอบนวด ถนนรัชดาภิเษก และสามารถจับกุมพนักงานบริการ 121 คน ซึ่งส่วนมากเป็นคนสัญชาติเมียนมา โดยในนั้นเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี 8 คน หลังจากนั้นมีการออกหมายจับบุคคล 9 คน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน

ในวันที่ 19 เมษายน 2560 ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้จัดการอาบอบนวดแห่งนี้เป็นเวลา 11 ปี 24 เดือน ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ แต่นายประเสริฐ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าของอาบอบนวดได้หลบหนีไป ระหว่างการจับกุมครั้งดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบสมุดบัญชีซึ่งเชื่อมโยงกับการจ่ายเงินให้บุคคล ข้าราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเงิน 5,000 - 80,000 บาท รวมกว่า 600,000 กว่าบาทต่อเดือน และจากการสอบสวนทำให้เชื่อว่า อาบอบนวดแห่งนี้ มีพนักงานบริการรวมกว่า 400 ราย และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 19 ล้านบาทต่อเดือน

ต่อการจับกุมครั้งนี้ น.ส. มัจฉา พรอินทร์ นักสิทธิสตรี ผู้อำนวยการองค์กรสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ชี้ว่า รัฐควรทำให้อาชีพบริการทางเพศเป็นอาชีพถูกกฎหมาย เพื่อให้พนักงานบริการเข้าสู่การดูแลโดยรัฐ

“เรื่องพนักงานบริการทางเพศผิดกฎหมาย ทำให้ผู้หญิงไม่ได้รับการคุ้มครอง และถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ ทั้งหมดเกิดจากการที่ไทยไม่ยอมรับความจริงว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ทำรายได้” น.ส. มัจฉา กล่าว  

น.ส. มัจฉา กล่าวอีกว่า มีแรงงานข้ามชาติไม่น้อยที่ประกอบอาชีพนี้ แต่ประเทศไทยไม่ได้คุ้มครองเขาตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ทำให้เขาต้องเสี่ยงและถูกเอาเปรียบ ในขณะที่ทั้งโลกได้รณรงค์ให้อาชีพบริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น ไทยจึงควรคุ้มครองและปกป้องคนเหล่านี้

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช ในกรุงเทพฯ และคุณวุฒิ บุญฤกษ์ ในเชียงใหม่ ร่วมรายงาน

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ