สภาผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 66 วาระแรก

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2022.06.02
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
สภาผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 66 วาระแรก พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ซ้าย) และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงรัฐสภาในระหว่างการโหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ และรัฐมนตรี 5 คน ที่กรุงเทพฯ วันที่ 4 กันยายน 2564
เอพี

สภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แม้ว่า ส.ส.ฝ่ายค้านติงว่ารัฐบาลจัดสรรงบให้กับกระทรวงกลาโหมมากกว่าการดูแลสวัสดิภาพของประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร มีมติรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3,185,000 ล้านบาท หลังจากสิ้นสุดการอภิปรายเป็นเวลาสามวัน ในตอนดึกของวันพฤหัสบดีนี้ ด้วยคะแนนเสียง 278 ต่อ 194 และ 2 งดออกเสียง ทั้งนี้ ปัจจุบัน ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรมี 485 ที่นั่ง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล 275 คน และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 210 คน

พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2566 มีวงเงิน 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เป็นเงิน 85,000 ล้านบาท โดยกระทรวงกลาโหม ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1.972 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับสี่ รองลงมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (3.259 แสนล้านบาท), กระทรวงมหาดไทย (3.255 แสนล้านบาท) และกระทรวงการคลัง (2.852 แสนล้านบาท) แต่มากกว่ากระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับ 1.564 แสนล้านบาท

“ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่จัดทำขึ้นมีเป้าหมายให้ประเทศได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และฟื้นฟูจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมทรัพยากรมนุษย์ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพตลอดชีวิต” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงจุดมุ่งหมายการใช้งบประมาณต่อที่ประชุม

อย่างไรก็ตาม ส.ส. พรรคฝ่ายค้านอภิปรายแย้งว่า การจัดสรรงบประมาณให้แก่กระทรวงกลาโหมมากกว่ากระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มีความเหมาะสม

“งบกลาโหมยังสูงเป็นอันดับ 4 มากกว่ากระทรวงสาธารณสุขที่เป็นอันดับ 6 กองทัพยังทุ่มงบประมาณกับการซื้อยุทโธปกรณ์ ทุกกองทัพมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเขี้ยวเล็บนะครับ แต่สังคมเขาตั้งคำถามตลอดว่า ภัยคุกคามของท่านคืออะไร” น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปราย

ขณะที่ นายวรภพ วิริยโรจน์ ส.ส. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า รัฐบาลควรที่จะจัดสวัสดิการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงวัยเกษียณ เช่น จัดให้มีเบี้ยเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาท เพื่อให้ได้รับอาหารและไม่ประสบปัญหาเงินทุนในการศึกษา ให้เงินบำนาญผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยึดอำนาจจากรัฐบาลนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ พ.ศ. 2557 และจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการเพิ่มงบประมาณสำหรับความมั่นคงโดยตลอด โดยในสองปีก่อนหน้านี้ รัฐบาลจัดงบประมาณกลาโหม 214,530 ล้านบาท และ 201,666 ล้านบาท ก่อนที่จะลดลงในปีนี้เหลือ 197,292 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเลื่อนการซื้ออาวุธ เช่น โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่สองจากประเทศจีนของกองทัพเรือ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน งบประมาณส่วนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดลงเหลือ 6.251 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ได้ 7.144 พันล้านบาท

ในเรื่องนี้ พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า การใช้งบของกระทรวงกลาโหมใช้เพื่อความจำเป็นเท่านั้น โดยลดลงจากปี 2565 ถึง 4.373 พันล้านบาท

“ได้มีการวางแผนที่จะทดแทนเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนที่จะปลดประจำการไป เพื่อดำรงขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่โจมตีไว้ปฏิบัติภารกิจให้ได้… การพัฒนาศักยภาพและเตรียมกำลังกองทัพให้มีความสมูบรณ์ที่จะพร้อมรองรับสถานการณ์มั่นคงของประเทศ ของภูมิภาค และของโลก ที่ปัจจุบันสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มีความผันผวน มีความไม่แน่นอน” พล.อ. ชัยชาญ กล่าว

สำหรับงบกระทรวงกลาโหม แบ่งเป็น กองทัพบก 96,573 ล้านบาท ลดลง 3,039 ล้านบาท กองทัพเรือ 40,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท และกองทัพอากาศ 36,112 ล้านบาท ลดลง 1,681 ล้านบาท

ในระหว่างการอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ตนพร้อมนำข้อติติงขอฝ่ายค้านไปพิจารณาปรับปรุุง แต่งบประมาณที่เสนอมานั้นได้ผ่านกระบวนการมาจากส่วนท้องถิ่น และมีการรายงานขึ้นมายังกระทรวง ทบวง กรม เพื่อจัดสรรงบประมาณ  

ด้าน นายเนียง ลิน อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เห็นว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในปี 2566 นั้นยังคงไม่ให้ความสำคัญกับประชาชน หากเทียบกับเรื่องความมั่นคง

“งบกระทรวงกลาโหมยังถูกให้ความสำคัญมากที่สุด ขณะที่ประชาชน และเศรษฐกิจรายย่อย ๆ ก็ไม่ถูกให้ความสำคัญเหมือนเดิม ไม่รู้ว่ารัฐบาลทำเรื่องนี้เป็นปกติได้อย่างไร เพราะในต่างประเทศ ช่วงที่โควิดระบาดหนัก ๆ เขาก็พยายามจะฟื้นฟูประเทศผ่านการใช้งบประมาณที่กระจายไปยังระบบสาธารณสุข และฟื้นฟูการท่องเที่ยว เรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องรอง ๆ ก็แตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง” นายเนียง กล่าว

คุณวุฒิ บุญฤกษ์ ในเชียงใหม่ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง