สภาเผยผลศึกษา ประชาชน 36 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ไทยมีคาสิโนถูกกฎหมาย

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และคุณวุฒิ บุญฤกษ์
2023.01.12
กรุงเทพฯ และเชียงใหม่
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
สภาเผยผลศึกษา ประชาชน 36 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ไทยมีคาสิโนถูกกฎหมาย นักท่องเที่ยวชมโรงแรมมารีนาเบย์แซนด์ รีสอร์ท และคาสิโน จากท่าเรือ บริเวณเมอร์ไลออนพาร์ค ในประเทศสิงโปร์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2557
รอสลัน ราห์มาน/เอเอฟพี

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการมีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย นำผลการศึกษาเสนอต่อที่ประชุม โดยระบุว่า ประชาชน 36.38 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับการมีคาสิโนถูกกฎหมาย และ 80.67 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการมีสถานบันเทิงแบบครบวงจร

ด้าน ส.ส. ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ได้อภิปรายแย้งไม่เห็นด้วยกับการมีคาสิโนถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชาชนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่ นักวิชาการชี้ คาสิโนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็อาจสร้างปัญหาสังคม แต่เชื่อว่าคาสิโนถูกกฎหมายในไทยจะยังไม่เกิดขึ้นภายในเร็ววันนี้

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. วิสามัญสถานบันเทิงฯ ยืนยันว่า การศึกษาครั้งนี้ เพื่อจัดทำแนวทางการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย โดยมีต้นแบบคือ มารินาเบย์ ของประเทศสิงคโปร์ โดยมีการศึกษาปัจจัยในหลายด้าน ทั้งด้านดี และด้านไม่ดี

“ธุรกิจคาสิโนน่าลงทุนอยู่หรือเปล่า ตั้งแต่วิกฤตโควิด ข้อมูลจากฟอร์บส์ ปี 2563 รายได้ของคาสิโนลดลงถึงเกือบหนึ่งในสาม 2-3 ปีข้างหน้าอาจจะเสี่ยงเกินไปด้วยซ้ำที่เราจะบอกว่า ต้องมีคาสิโนในประเทศไทย แต่ถ้ามองว่า คุ้มแล้วที่จะทำ เราต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่นการป้องกันผลกระทบเชิงลบ จำกัดคนไทยที่จะไปเล่นได้ ต้องมีสถานะทางเศรษฐกิจที่มากพอ ได้รับการอนุมัติจากคนในครอบครัว ไม่มีประวัติอาชญากรรม ทั้งอาชญากรรมทั่วไปและฟอกเงิน” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

“ออนไลน์ เราจะต้องเลิกคิดไปก่อนได้เลย ตราบใดที่เรื่องดิจิทัลไอดี การยืนยันตัวตนทางออนไลน์ของคนไทยยังไม่สมบูรณ์ การเปิดการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายในประเทศไทย ไม่ว่ารัฐบาลเป็นเจ้าของเอง หรืออะไร ก็ยังเสี่ยงเกินไป ที่จะเกิดการปลอมแปลงตัวตนเข้าไปเล่นการพนันได้” นายปกรณ์วุฒิ ระบุ

ผลการศึกษาความคิดเห็นจากประชาชน 3796 คน ในห้วงเวลา 240 วัน ระบุว่า “ประชาชน 80.67 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้เปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย และ 36.38 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้มีคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดย 56.13 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า กรุงเทพฯและจังหวัด EEC (ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) เป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุดสร้างสถานบันเทิงแบบครบวงจร”

ข้อเสนอของการศึกษา ยังให้จำกัดอายุผู้เล่น โดยระบุว่า สำหรับคนไทย ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท มีการเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้บริการ และต้องมีการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสพติดการพนัน เสนอให้จัดตั้งในพื้นที่ 1. กรุงเทพฯ และ EEC ซึ่งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา 2. จังหวัดท่องเที่ยวหลัก 22 จังหวัด และ 3. จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายผลการศึกษาดังกล่าวโดยไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะหากเปิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“พื้นที่ชายแดน จังหวัดนราธิวาส ยะลา หรือสตูล ต้องยอมรับว่า นราธิวาส มีพี่น้องนับถือศาสนาอิสลาม น่าจะ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ ยะลา สตูลก็ใกล้เคียงกัน การที่จะให้การพนันไปในพื้นที่แห่งความเชื่อที่เห็นว่า คาสิโน หรือการพนัน หรือสถานบันเทิง ที่เป็นอบายมุขไปอยู่ มันขัด หรือแย้งกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

หลังการนำเสนอ และอภิปราย นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ได้สอบถาม ส.ส. ว่ามีใครเห็นแย้ง ผลการศึกษา หรือไม่ ซึ่งไม่พบ ส.ส. เห็นแย้ง ดังนั้นสภาผู้แทนราษฎรจึงจะส่งรายงานการศึกษาให้รัฐบาลนำไปพิจารณาและดำเนินการต่อไป

ต่อประเด็นการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ดร. ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้ว่า คาสิโนถูกกฎหมายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

“ผลดีคือ จะมีแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแหล่งรายได้ใหม่ของรัฐ มีการจ้างงานขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงการก่อสร้างไปจนถึงช่วงที่คาสิโนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของข้อเสีย จะมีความเสี่ยงในการเพิ่มปัญหาสังคม เช่น การติดหนี้สิน การหย่าร้าง การล้มละลาย ซึ่งกระทบต่อทั้งครอบครัว ที่ทำงาน ข้อกำหนดที่จะให้คนไทยสามารถร่วมเล่นได้ จึงต้องมีความรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้” ดร. ณัฐกร กล่าวกับเบนาร์นิวส์

“เชื่อว่า คาสิโนน่าจะไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพราะสภากำลังจะหมดวาระแล้ว รายงานฉบับนี้จึงเหมือนถูกผลิตขึ้นเพื่อนำไปเก็บไว้เพื่อรอให้รัฐบาลชุดใหม่มาตัดสินใจ และการอนุมัติประเด็นใหญ่แบบนี้ต้องอาศัยความเข้มแข็งทางการเมืองมาก รัฐบาลผสมอาจจะไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกันเพียงพอที่จะผ่านเป็นกฎหมาย” ดร. ณัฐกร กล่าว

ด้าน นายวิทวัส (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี พนักงานรัฐวิสาหกิจ ในฐานะผู้ที่เล่นการพนัน กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า คาดหวังให้ประเทศไทยเปิดคาสิโนถูกกฎหมายและมีมาตรฐานเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วเช่น สิงคโปร์ ไม่ใช่เพียงแค่เปิดแต่สภาพไม่มีความเป็นมืออาชีพ

“อยากให้มีครับ แต่ไม่อยากให้อยู่ไกลจากเมืองจนเกินไป คือเราไม่อยากเห็นคาสิโนตั้งอยู่ว่าง ๆ ในทุ่งโล่ง ๆ เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน มันควรจะเชื่อมโยงกับเมืองหรือชุมชนด้วย ทั้งคนทำงานและคนไปเล่น จะได้เดินทางสะดวก ไม่ต้องเหมารถไปอย่างเดียวเหมือนในกัมพูชาและลาว” นายวิทวัส ระบุ

ข้อมูลของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า 59.6 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปเคยเล่นการพนันในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.3 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับปี 2562 โดยประเภทของการพนันที่เล่นมากที่สุด คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน ไพ่ ทายผลฟุตบอล และอื่น ๆ ตามลำดับ

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีบ่อนการพนัน หรือ Casino ถูกกฎหมายให้บริการ มีเพียงการอนุญาตให้พนันบางชนิด เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล สลากออมสิน กีฬามวย กีฬาแข่งม้า กีฬาชนไก่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน มีบ่อนการพนันถูกกฎหมายหลายแห่ง ซึ่งคนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางไปเล่น เช่น คิงส์โรมัน แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ติดกับจังหวัดเชียงราย, สะหวันเซโน แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ติดกับจังหวัดมุกดาหาร, ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ติดกับจังหวัดสระแก้ว เป็นต้น

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง