อัยการสั่งฟ้อง “ตู้ห่าว” และพวกรวม 41 คน ข้อหายาเสพติด-ฟอกเงิน

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2023.01.19
กรุงเทพ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
อัยการสั่งฟ้อง “ตู้ห่าว” และพวกรวม 41 คน ข้อหายาเสพติด-ฟอกเงิน ตู้ห่าว หรือนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ (เสื้อขาว) นั่งในรถยนต์สำหรับส่งตัวผู้ต้องหาหลังจากมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565
นาวา สังข์ทอง/เบนาร์นิวส์

วันนี้ อัยการสูงสุดได้แถลงข่าวมีความเห็นสั่งฟ้องคดีที่นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว และพวกรวม 41 คน เป็นผู้ต้องหากระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด-การฟอกเงิน และอื่น ๆ รวม 9 ข้อหา โดยได้ส่งสำนวนฟ้องคดี 332 หน้า ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว

น.ส. นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องคดีนี้ หลังจากที่ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 

“ในวันนี้เวลา 15.00 น. อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด นำคำฟ้องจำนวน 332 หน้า ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี มาส่งฟ้องต่อศาลภายในอายุความตามกฎหมายต่อไป” ข้อความตามจดหมายข่าว 

จดหมายข่าวสำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า นายชัยณัฐร์ และพวกรวม 41 คน ถูกฟ้องด้วยข้อหา 1. สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, 2. ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1, 3. ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 และ 4, 4. สมคบกันตั้งแต่ 2 คนกระทำผิดฐานฟอกเงิน, 5. เป็นอั้งยี่ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, 6. ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต, 7. ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต, 8. ร่วมกันรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และ 9. ร่วมกันให้ที่พักคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนการส่งสำนวนคดีให้แก่อัยการ เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยทำการสอบปากคำพยานบุคคลไปมากกว่า 400 ปาก สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 19 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 

คดี “ทุนจีนสีเทา” กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในวงการสีกากีอีกครั้ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นอาคารร้านจินหลิง, ร้านลีลา และวิบวับคาร์วอช ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2565 

พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า เจ้าของกิจการเปิดดำเนินการสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต และสามารถจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีน 99 คน ข้อหามั่วสุมเสพยาเสพติด พร้อมทั้งได้ยึดยาเสพติดและรถยนต์ราคาแพงอีกหลายรายการไว้เป็นของกลาง 

สถานบันเทิงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคนจีน โดยมีบุคคลสำคัญในขบวนการคือ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ชาวจีนที่ปัจจุบันได้รับสัญชาติไทย หลังจากแต่งงานกับ พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ 

ตู้ห่าว ดำเนินธุรกิจหลายอย่างที่อาจเข้าข่ายฟอกเงิน หลังจากนั้น วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย 2 หลังในเขตประเวศ และคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท พบชาวจีน 10 คน และคนไทย 5 คน สามารถยึดรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งยึดเงินสดได้กว่า 42.5 ล้านบาท 

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 นายชัยณัฐร์เข้ามอบตัวกับตำรวจหลังถูกออกหมายจับ และเจ้าตัวปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัว ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยผลการยึดทรัพที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายชัยณัฐร์ มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวรวมถึงเครื่องบินเจ็ท 

ตำรวจยังขยายผลการตรวจค้นเพิ่มอีก 34 จุด รวมถึงบ้านในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ยึดพยานหลักฐาน เอกสาร ตลอดจนรายการทรัพย์สินอื่น ๆประเมินมูลค่าทรัพย์สินกว่า 5,000 ล้านบาท จากการสอบสวนพบว่า ปี 2563 มีกลุ่มคนจีนเข้ามาซื้อบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลาซาล เขตบางนา กรุงเทพ เกือบทั้งหมู่บ้าน ในราคาหลังละ 35-60 ล้านบาท 

นอกจากการสอบสวน พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ แล้ว ยังพบว่ามีตำรวจนายอื่นที่มีความเกี่ยวโยงกับเครือข่ายทุนจีนสีเทาของตู้ห่าว สตช. จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ออกจากราชการ เพื่อความสะดวกในการสอบสวนดำเนินคดี

 

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช ร่วมรายงาน

 

 

 

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง