ผบ.ตร. เผยให้ตำรวจออกราชการ 6 นาย หลังพบเกี่ยวทุนจีนสีเทา

นนทรัฐ​ ไผ่เจริญ และคุณวุฒิ บุญฤกษ์
2023.01.12
กรุงเทพฯ และเชียงใหม่
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ผบ.ตร. เผยให้ตำรวจออกราชการ 6 นาย หลังพบเกี่ยวทุนจีนสีเทา พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นบาร์คาราโอเกะหรู ย่านยานนาวา วันที่ 26 ตุลาคม 2565
กองบัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ว่า ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ออกจากราชการแล้ว หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีทุนจีนสีเทา-ฟอกเงิน เผย จับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว 19 คนจากทั้งหมด 37 คน และสามารถสอบปากคำพยานได้แล้วกว่า 400 ปาก เชื่อว่า จะสามารถส่งสำนวนคดีให้กับอัยการได้ภายในสัปดาห์นี้

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตำรวจกำลังดำเนินการทำสวนคดีทุนจีนสีเทา ซึ่งมีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญในการกระทำซึ่งอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน โดยเชื่อว่าจะสามารถส่งสำนวนให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อส่งสำนวนฟ้องศาลภายในวันที่ 20 มกราคม 2566

“เราได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ทั้งหมด 6 คน ในเรื่องตำรวจที่เกี่ยวข้องทำผิดคดีนี้ เราแยกเป็นคดีหลัก คือ คดีฟอกเงินซึ่งภรรยาตู้ห่าว หรือ พันตำรวจเอกหญิง วันทนารีย์ (กรณ์ชายานันท์) ถือว่าเกี่ยวข้องกับคดีหลักเลยคดีฟอกเงิน ส่วนอีก 5 คนไม่ว่าจะเป็น รองผู้การ (ตำรวจนครบาล) 6 พลขับ รองผู้กำกับจราจรลาดพร้าว พนักงานสอบสวนยานนาวา 2 คน รวมทั้งหมด 6 คนเนี่ย เราได้ตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงไปแล้ว แล้วก็ส่งสำนวนคดีไปที่ ป.ป.ช.” พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ ระบุ

“ส่วนตัวผมเองก็มั่นใจในพยานหลักฐานว่า เพียงพอที่จะลงโทษผู้กระทำผิดได้ในคดีนี้ ซึ่งผู้ต้องหาหลักเราจะมีทั้งหมด 37 คน จับกุมได้แล้ว 19 หลบหนี 18 เรามีหลักฐานทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล แล้วก็พยานหลักฐานอย่างอื่นต่าง ๆ จำนวนมาก เราสอบพยานไปไม่ต่ำกว่า 400 ปาก” พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ในวันเดียวกัน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า พบการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งผิดปกติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำผิดด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนหรือชื่อผู้กระทำผิด

“ตรวจพบกระทำความผิดต่าง ๆ ที่ชัดเจน เช่น การต่อวีซ่าโดยใช้มูลนิธิ การออกวีซ่าในรูปแบบของการใช้โรงเรียน หรือแม้แต่การปลอมแปลงลายเซ็น แอบลักลอบใช้บ้าน และเล้าไก่ตั้งเป็นมูลนิธิ มีตำรวจ ตม. บางคน ไปเป็นเจ้าของมูลนิธิเอง โดยใช้เอเย่นต์ในการทำหลักฐานเท็จ คาดว่าในสัปดาห์หน้าก็เตรียมที่จะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าว

ต่อประเด็นดังกล่าว ดร. เอียชา การ์ตี สำนักนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า การเกี่ยวข้องกับทุนข้ามชาติในลักษณะนี้ ต้องอาศัยเครือข่ายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเครือข่ายข้าราชการ

“นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น นอกจากข้าราชการตำรวจ เชื่อว่ามีหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าไม่ใช่แค่เฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น รัฐบาลทราบปัญหานี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ความพยายามที่จะจัดการปัญหาควรจะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนไทย ซึ่งอาจเป็นเหยื่อในธุรกิจสีเทาเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด” ดร. เอียชา ระบุ

คดีทุนจีนสีเทา สืบเนื่องจากวันที่ 26 ตุลาคม 2565 พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้น อาคารร้านจินหลิง, ร้านลีลา และวิบวับคาร์วอช ที่ตั้งบนถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพฯ ซึ่งพบว่า ดำเนินการเป็นสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีน 99 คนข้อหามั่วสุมเสพยาเสพติด และในการตรวจค้นยังพบ ยาเสพติด รวมถึงรถยนต์ราคาแพงอีกหลายรายการ

สถานบันเทิงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคนจีน โดยมีบุคคลสำคัญในขบวนการคือ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ชาวจีนซึ่งปัจจุบัน ได้รับสัญชาติไทย ดำเนินธุรกิจหลายอย่างซึ่งอาจเข้าข่ายฟอกเงิน หลังจากนั้น 3 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย 2 หลังในเขตประเวศ และคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท พบชาวจีน 10 คน และคนไทย 5 คน สามารถยึดรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ที่ได้หลายรายการ รวมถึงยึดเงินสดได้กว่า 42.5 ล้านบาท

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 นายชัยณัฐร์เข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังถูกออกหมายจับ โดยเจ้าตัวยังปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัว สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยผลการยึดทรัพที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายชัยณัฐร์ มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวรวมถึงเครื่องบินเจ็ท

ตำรวจยังขยายผลการตรวจค้นเพิ่มอีก 34 จุด รวมถึงบ้านในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ยึดพยานหลักฐาน เอกสาร ตลอดจนรายการทรัพย์สินอื่น ๆ ประเมินมูลค่าทรัพย์สินกว่า 5,000 ล้านบาท จากการสอบสวนพบว่า ปี 2563 มีกลุ่มคนจีนเข้ามาซื้อบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลาซาล เขตบางนา กรุงเทพฯ เกือบทั้งหมู่บ้าน ในราคาหลังละ 35-60 ล้านบาท

และพบว่า นายชัยณัฐร์ มีภรรยาเป็น พ.ต.อ. หญิง วันทนารีย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งพบความเชื่อมโยงของตำรวจกับเครือข่ายทุนจีนสีเทาของนายชัยณัฐร์ด้วย จึงมีการขยายผลกระทั่งมีการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ออก เพื่อความสะดวกในการสอบสวนดำเนินคดี

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง