อาเซียนวอนให้ ‘ยับยั้งชั่งใจสูงสุด’ หลังจีนเริ่มฝึกยิงขีปนาวุธรอบเกาะไต้หวัน

จอห์น เบ็คเทล
2022.08.04
วอชิงตัน
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
อาเซียนวอนให้ ‘ยับยั้งชั่งใจสูงสุด’ หลังจีนเริ่มฝึกยิงขีปนาวุธรอบเกาะไต้หวัน ภาพถ่ายจากวิดีโอของสถานีวิทยุโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีน แสดงขีปนาวุธถูกยิงจากสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อในจีน ขณะที่รัฐบาลจีนประกาศฝึกซ้อมทางทหารด้วยการโจมตีแม่นยำเฉพาะจุดในช่องแคบไต้หวัน สร้างความตึงเครียดแก่ประเทศอื่นในภูมิภาค วันที่ 4 สิงหาคม 2565
CCTV ผ่านสำนักข่าวเอพี

บรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างเรียกร้องให้มี “การยับยั้งชั่งใจสูงสุด” ขณะที่จีนยิงขีปนาวุธเข้าสู่น่านน้ำรอบเกาะไต้หวัน เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ชาติตะวันตกขอให้จีนอย่าทวีความตึงเครียดขึ้น หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เพื่อร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากรัฐสมาชิกอาเซียนและประเทศอื่น ๆ เห็นว่าการฝึกด้วยกระสุนจริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนนี้ “เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและถูกต้อง เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน” ขณะที่จีนระบายความเดือดดาล เมื่อนางแนนซี เพโลซี เดินทางเยือนไทเป

เครื่องบินกว่า 100 ลำ และเรือรบกว่า 10 ลำ เข้าร่วมในการฝึกซ้อมวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดี และจะดำเนินต่อไปเป็นเวลาห้าวัน จนถึงวันอาทิตย์ สื่อทางการจีนรายงาน จีนเริ่มการฝึกซ้อมดังกล่าวหนึ่งวัน หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี เดินทางออกจากไต้หวัน นี่นับเป็นการเยือนไต้หวันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกาในรอบ 25 ปี

กระทรวงกลาโหมไต้หวันตอบโต้ ด้วยการรีบส่งเครื่องบินออกไปขับไล่เครื่องบิน 22 ลำของจีนที่บินเข้ามาในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน และยังยิงพลุเพื่อขับไล่โดรนสี่ลำที่ใช้ในการฝึกซ้อมนั้นด้วย ตามรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสัปดาห์นี้กำลังมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในกรุงพนมเปญ ร่วมกับนักการทูตระดับสูงจากจีน สหรัฐอเมริกา และมหาอำนาจชาติอื่น ๆ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่ไม่ค่อยทำกัน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน

แถลงการณ์นั้นกล่าวโดยไม่ได้เอ่ยชื่อจีนหรือสหรัฐฯ ว่า อาเซียนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่ “อาจทำให้เสถียรภาพในภูมิภาคนี้สั่นคลอน และนำไปสู่ความผิดพลาด การเผชิญหน้าอย่างรุนแรง ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึก และผลสืบเนื่องที่คาดเดาไม่ได้ในหมู่ชาติมหาอำนาจ”

ตามข้อความที่คัดย่อมาจากแถลงการณ์ดังกล่าว “อาเซียนเรียกร้องให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจมากที่สุด” และให้ชาติมหาอำนาจ “เว้นจากการกระทำยั่วยุ”

เราควรร่วมมือกัน และอาเซียนพร้อมที่จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเจรจาอย่างสันติระหว่างทุกฝ่าย รวมทั้งการใช้วิธีการต่าง ๆ ที่นำโดยอาเซียน เพื่อลดความตึงเครียด เพื่อปกป้องสันติภาพ ความมั่นคง และพัฒนาการในภูมิภาคของเรา” รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนกล่าว

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในกรุงพนมเปญเช่นเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวว่า เขาไม่ต้องการให้จีนสร้างวิกฤตขึ้น เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางทหารในภูมิภาคนี้ และสหรัฐฯ คัดค้าน “ความพยายามฝ่ายเดียวที่จะเปลี่ยนสถานภาพที่เป็นอยู่” เกี่ยวกับไต้หวัน

นางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย หนึ่งในสมาชิกอาเซียน กล่าวว่า อินโดนีเซีย “กังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ทวีขึ้นระหว่างสองชาติมหาอำนาจ”

และถ้าไม่จัดการความขัดแย้งนี้อย่างเหมาะสม ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึก ซึ่งแน่นอนว่าจะคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพ รวมทั้งในช่องแคบไต้หวันด้วย” เธอกล่าวเตือน

ในกรุงมะนิลา กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดกรณีไต้หวันด้วยเช่นกัน

การทูตและการเจรจาต้องมาก่อนกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าว

220804-th-sea-asean-response-map.jpeg

กัมพูชา ประธานอาเซียนปีนี้ ออกแถลงการณ์ของตนเอง โดยประกาศเช่นกันว่าตน “ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นและไม่เปลี่ยนแปลง” ต่อนโยบายจีนเดียว ซึ่งหมายถึงการยอมรับว่าจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องรัฐบาลเดียวของจีน

สหรัฐอเมริกาก็ถือนโยบายนี้ แต่รักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างไม่เป็นทางการกับไต้หวัน และมีหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านการป้องกันประเทศของไต้หวัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับคำกล่าวอ้างของจีนในอธิปไตยเหนือไต้หวันเท่านั้น แต่ไม่ได้ประกาศสนับสนุนคำกล่าวอ้างนั้น

ด้านกัมพูชากล่าวว่า ถือว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง เป็นประเด็นที่อยู่ “ภายใต้สิทธิอธิปไตยของสาธารณรัฐประชาชนจีน”

หวัง อี้ ตำหนิเพโลซี ขาดความรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศจีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี เขาเห็นว่าการกระทำนี้เป็นความพยายามต่อต้านจีน และประณามการกระทำดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นสิ่งที่ “บ้าคลั่ง ขาดความรับผิดชอบ และไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง” สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนรายงาน

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนยังไม่พอใจแถลงการณ์จากผู้นำของกลุ่ม 7 ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) เมื่อวันพุธ กรณีที่กลุ่มดังกล่าวแสดงความกังวลเกี่ยวกับการฝึกด้วยกระสุนจริงของจีน

ไม่มีเหตุผลที่จะใช้การเยือนเป็นข้ออ้างในการดำเนินกิจกรรมทางทหารอันอุกอาจในช่องแคบไต้หวัน การเดินทางไปต่างประเทศของสมาชิกสภานิติบัญญัติจากประเทศของเรา ๆ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ การตอบสนองเกินกว่าเหตุของจีนเสี่ยงที่จะเพิ่มความตึงเครียด และทำให้เสถียรภาพในภูมิภาคนี้สั่นคลอน” กลุ่ม G7 กล่าว

นายหวัง อี้ กล่าวหาว่า กลุ่ม G7 ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นสมาชิกด้วย เพิกเฉยต่อผลด้านลบที่เกิดจากการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี

กลุ่มนี้ติเตียนจีนอย่างไร้เหตุผลที่ใช้มาตรการดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและถูกต้องในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน” กระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างคำพูดของนายหวัง อี้ ที่ตอบโต้แถลงการณ์ของกลุ่ม G7

นายหวัง อี้ ยังท้าสหรัฐฯ ให้ยอมรับแผนของจีน

สหรัฐอเมริกาอย่าฝันที่จะขัดขวางการรวมประเทศของจีน ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน การรวมประเทศของจีน

220804-th-sea-asean-response2.jpeg

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พบปะกับนายโจเซพ บอเรลล์ ฟอนเทลเลส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง วันที่ 4 สิงหาคม 2022 (เอพี/แอนดรู ฮาร์นิก, ภาพใช้ร่วมกัน)

‘สนใจสืบสานในสันติภาพ

เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ตอกย้ำการสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกันที่มีต่อไต้หวัน ขณะเดียวกับที่ยังคงยึดนโยบายจีนเดียว

สหรัฐอเมริกายังคงมีความสนใจสืบไปในสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน” นายแอนโทนี บลิงเคน กล่าวในแถลงการณ์เปิดการประชุมอาเซียน โดยมีนางเร็ตโน มาร์ซูดี เข้ามาสมทบด้วย

เราคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวที่จะเปลี่ยนสถานภาพที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะด้วยการใช้กำลัง” เขากล่าว “และผมอยากย้ำ [ว่า] จุดยืนของเราไม่เปลี่ยน”

นายบลิงเคนยังกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องการให้จีน “สร้างวิกฤตขึ้น หรือหาข้ออ้างเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางทหารอันอุกอาจ” ตามคำถอดความจากการแถลงข่าวของเขาร่วมกับนางเร็ตโน มาร์ซูดี

เราและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเชื่อว่า การทวีความรุนแรงไม่เป็นประโยชน์แก่ใคร และอาจเกิดผลสืบเนื่องอันไม่คาดคิด ซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ใคร รวมทั้งสมาชิกอาเซียน และรวมทั้งจีนด้วย”

เขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ติดต่อกระทรวงต่างประเทศจีนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เพื่อสื่อข้อความนี้ให้ทราบ

การรักษาเสถียรภาพข้ามช่องแคบ เป็นประโยชน์แก่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้ รวมทั้งแก่เพื่อนทุกคนของเราภายในอาเซียน” นายบลิงเคนกล่าว

เจสัน กูเตียเรซ ในกรุงมะนิลา ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง