นราธิวาสพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ 3 ราย

มาตาฮารี อิสมาแอ และมารียัม อัฮหมัด
นราธิวาส และปัตตานี
2021-05-24
Share
นราธิวาสพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ 3 ราย แรงงานชาวเมียนมาวัย 21 ปี ยืนมองจากหน้าห้องพักที่ติดอยู่เป็นเวลา 12 วันแล้ว เนื่องจากมาตรการเข้มงวดของรัฐ หลังตรวจพบคนงานติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าพันราย ในที่พักคนงานแห่งหนึ้ง ในกรุงเทพฯ วันที่ 22 พฤษภาคม 2564
รอยเตอร์

ในวันจันทร์นี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ รวม 3 ราย โดยต้นตอเป็นชายไทยที่เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย และเข้าเมืองผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ปิดคลัสเตอร์การระบาดในตำบลเกาะสะท้อน เพื่อควบคุมโรค

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ชายไทยคนดังกล่าวเดินทางกลับมาจากมาเลเซีย ก่อนกลางเดือนเมษายนนี้

"การตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ในอำเภอตากใบ จากการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ ข้ามแม่น้ำที่กั้นระหว่างอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นชายอายุ 32 ปี และสมาชิกในครอบครัว" นายเจษฎากล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

“การติดเชื้อครั้งนี้ เป็นการติดเชื้อซึ่งผู้สัมผัสได้นำเชื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในพื้นที่ของตำบลเกาะสะท้อน จุดแรกที่เราพบ คือ หมู่ที่ 9... มาตรการ เราได้สั่งการให้สอดส่องผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หากพบก็ให้ดำเนินคดีทุกราย รวมทั้งดำเนินการมาตรการกักกันสาธารณสุขก่อน ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงให้ปฏิบัติตามมาตรการและควบคุมโรค” นายเจษฎา กล่าว

“เราได้มีคำสั่งปิดตำบลเกาะสะท้อน ทั้ง 9 หมู่บ้าน ไม่กำหนดห้วงเวลาสิ้นสุดของคำสั่ง เนื่องจากเราพบว่า มีการแพร่กระจายเชื้อในตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ ค่อนข้างมีตัวเลขที่มากขึ้น” นายเจษฎา กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดเชื้อดังกล่าวเกิดขึ้นในผู้ป่วยคลัสเตอร์ ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยพบผู้ป่วยรายแรก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เป็นเพศชายอายุ 32 ปี อาศัยอยู่ หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จากการสอบสวนโรคพบว่า มารดา ภรรยา และบุตร ลักลอบเข้าจากประเทศมาเลเซีย และมาพักอาศัยร่วมกัน ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564 ได้รักษาตัว เก็บสิ่งส่งตรวจ และรายงานผลว่าตรวจพบเชื้อ COVD-19 ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2564

“เราได้เฝ้าระวังสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ตามข่าวที่เราได้ทราบมาว่า พบที่ประเทศมาเลเซีย โดยการส่งตรวจหาสายพันธุ์แอฟริกาใต้ เราก็พบเชื้อจำนวน 3 ราย ขณะนี้ ผู้ป่วยทั้ง 3 รายได้รักษาหายแล้ว และกลับบ้านแล้วทั้ง 3 ราย” นพ. วิเศษ กล่าว

"ทีมสอบสวนโรคได้ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 698 ราย พบเชื้อจำนวน 81 ราย และค้นหาเชิงรุกในชุมชน จำนวน 160 ราย พบเชื้อ 2 ราย รวมพบเชื้อ จำนวน 83 ราย เป็นผู้ป่วย ตำบลเกาะสะท้อน จำนวน 76 ราย ตำบลไพรวัน จำนวน 2 ราย ตำบลศาลาใหม่ จำนวน 5 ราย ซึ่ง

ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในครอบครัวและเครือญาติ มีกิจกรรมร่วมกัน ได้แก่ การร่วมละหมาดในมัสยิด รวมกลุ่มสูบบารากู่ "

นอกจากอำเภอตากใบแล้ว จังหวัดนราธิวาส ได้มีคำสั่งปิดเพิ่มเติมอีก 2 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา คือ อ.บาเจาะ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อ 26 คน และ อ.สุไหงปาดี หลังพบเชื้อ 15 คน

ด้าน นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สายพันธุ์แอฟริกาใต้นั้น มีลักษณะใกล้เคียงกับการพบการระบาดที่ประเทศมาเลเชีย และมีประวัติสอดคล้องกับผู้ป่วยรายแรกที่พบเชื้อดังกล่าว สำหรับสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และการตอบสนองกับวัคซีนจะไม่ดีเท่ากับสายพันธุ์อื่น ๆ ที่เข้ามา อย่างไรก็ตาม วัคซีนทุกชนิดมีความสามารถลดการรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตได้ ส่วนความสามารถกระจายโรค ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่พบในประเทศขณะนี้ เช่น สายพันธุ์อังกฤษ อินเดีย เป็นต้น ส่วนความรุนแรงของโรคไม่มากกว่าสายพันธุ์อื่น ตัวอย่างจากผู้ติดเชื้อที่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง

ในวันนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระบุว่า มีผู้ตอกเชื้อรายใหม่ 2,713 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 132,213 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 806 ราย ขณะที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 2,910,664 โดส เป็นเข็มแรก 1,941,565 ราย และเข็มที่สอง 969,099 ราย

210524-TH-covid-narathiwat-inside.jpg

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมรณรงค์ให้ชาวบ้านลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในจังหวัดนราธิวาส วันที่ 22 พฤษภาคม 2564 (เอเอฟพี)

รองนายกฯ สั่งคุมเข้มชายแดนป้องกันโควิด-19

ในวันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อกำชับมาตรการดูแลชายแดน ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

“พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำสั่งการขอให้ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ กระทรวงแรงงาน ประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด ร่วมกันคุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติด และสินค้าผิดกฎหมาย ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตั้งแต่พื้นที่ชายแดน ต่อเนื่องเข้ามาพื้นที่ชั้นใน และเขตเมืองอย่างเป็นระบบ” พล.ท.คงชีพ กล่าว

การสั่งการครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ คือ สายพันธุ์อินเดีย และแอฟริกาใต้ โดย พล.ท.คงชีพ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ กรกฎาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ทหาร ตำรวจได้ร่วมจัดตั้งจุดตรวจร่วม 1,086 จุด สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง 32,812 คน โดยจับได้ในพื้นที่ชายแดน 23,258 คน พื้นที่ชั้นใน 9554 คน เป็นผู้นำพา 264 คน ทำลายเครือข่ายไปแล้ว 105 เครือข่าย

ภูเก็ตหวังฉีดวัคซีน 4.1 แสนคน เตรียมรับต่างชาติ 1 ก.ค. นี้

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในการประชุมร่วมกับปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดเทศบาล อบต. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า จังหวัดมีแผนที่จะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรเพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

“จังหวัดภูเก็ตมีเป้าหมายที่จะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ตามโมเดลภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ จำเป็นที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรที่อยู่ในภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมา ภูเก็ตได้รับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาลและได้มีการฉีดไปแล้ว 2 เข็มกว่า 100,000 คน โดยกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนมีทั้งหมด 417,402 คน” นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนของภูเก็ตประกอบด้วย คนที่มีทะเบียนบ้านในภูเก็ต 310,537 คน ฉีดให้ 100 เปอร์เซ็นต์ แรงงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่มีทะเบียนบ้านในภูเก็ต 94,100 คน ฉีดให้ 100 เปอร์เซ็นต์ แรงงานในธุรกิจอื่นที่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน 7,500 คน เป้าหมายฉีด 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 5,250 คน แรงงานต่างด้าว 81,000 คน เป้าหมาย 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 56,700 คน โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภูเก็ตได้ทำการยกเลิกคิวฉีดวัคซีน กว่า 29,000 คน เนื่องจากไม่ใช่คนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดภูเก็ต

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ