ศบค. มีมติกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดเวลากักกันเหลือหนึ่งสัปดาห์

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2021.09.27
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ศบค. มีมติกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดเวลากักกันเหลือหนึ่งสัปดาห์ ภาพหาดแหลมสิงห์ เมื่อมองจากจุดชมวิวแหลมสิงห์ จังหวัดภูเก็ต ในระหว่างเปิดโครงการ "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์" สำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบสองโดสแล้ว เดินทางเข้าเกาะภูเก็ตได้ วันที่ 21 กันยายน 2564
เอเอฟพี

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมติในวันจันทร์นี้ ให้ลดระยะเวลากักกันผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ที่เดินทางจากต่างประเทศมายังพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว เหลือเพียงหนึ่งสัปดาห์ จากเดิมสองสัปดาห์ เพื่อการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมนี้

นอกจากนั้น ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ยังลดระยะเวลาการกักตัวผู้เดินทางมาโดยทางเรือและทางอากาศ (เว้นทางบก) ที่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนลงเหลืออย่างน้อย 10 วัน จากเดิมที่กำหนดไว้สองสัปดาห์เต็ม

ศบค. ระบุว่า “การปรับลดระยะเวลากักกันสำหรับผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกรูปแบบ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่นตามนโยบายรัฐบาล เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

ทั้งนี้ พื้นที่ท่องเที่ยวนำร่องสีฟ้า ประกอบด้วย เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เขาหลัก เกาะยาว ในจังหวัดพังงา และ เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก ในจังหวัดกระบี่  ซึ่งผู้เดินทางทุกกลุ่มต้องตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR สองครั้ง คือ เมื่อมาถึงและก่อนครบกำหนดกักกัน  

นอกจากนั้น ศบค. มีแนวทางเปิดพื้นที่เพิ่มเติม 10 จังหวัด ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา (ทั้งจังหวัด) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน หนองแก) จังหวัดเพชรบุรี (ชะอำ) จังหวัดชลบุรี (พัทยา บางละมุง จอมเทียน บางเสร่) จังหวัดระนอง (เกาะพยาม) จังหวัดเชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) จังหวัดเลย (เชียงคาน) และจังหวัดบุรีรัมย์ (อ.เมือง)

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ ประสงค์ที่จะขยายรูปแบบ sandbox เพิ่มในส่วนกิจการและกิจกรรมอื่น ๆ ให้มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวและการเปิดประเทศต่อไป

ขณะที่ นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หากรัฐบาลฉีดวัคซีนให้กับประชากรได้ร้อยละ 70 และเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ในสี่เดือนตามที่ พลเอก ประยุทธ์ เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมนี้ ก็จะทำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และจะสร้างรายได้ 1.5 ล้านล้านบาทในปีหน้า

ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

นอกจากนั้น นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เป็นครั้งที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน และปรับลดเวลาการห้ามออกนอกเคหะสถานจากเดิมเวลา 21.00 - 04.00 เป็นเวลา 22.00 - 04.00 ไปอีกอย่างน้อย 15 วัน

ในรายละเอียดอื่น ๆ ยังมีการขยายเวลาการเปิดศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า จากเดิม 20.00 น. มาเป็น 21.00 น. โดยอนุญาตให้เปิดสถาบันกวดวิชา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (นวด-สปา) ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ร้านทำเล็บ ร้านสัก การเล่นดนตรีในร้านอาหาร แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการในส่วนของศูนย์แสดงสินค้า ตู้เกม เครื่องเล่น สวนสนุก สวนน้ำ ห้องประชุมจัดเลี้ยง

นายกรกต เตียรตระกูล นักดนตรีกลางคืน ซึ่งเล่นประจำอยู่ในจังหวัดราชบุรี-นครปฐม อายุ 32 ปี กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการ ไม่ได้มีผลกับการแพร่เชื้อมากนัก

“ผลกระทบส่วนตัว ผมเป็นนักดนตรี ต้องหยุดงานมาประมาณ 6 เดือน ถ้าตีเป็นเงินก็ประมาณ 1 แสนบาท ที่สูญเสียไป เรื่องร้าน เท่าที่รู้ตอนนี้ในอำเภอเมืองนครปฐม ก็มีร้านที่ต้องปิดถาวรไปแล้วอย่างน้อย 3 ร้าน” นายกรกตกล่าว

“ถ้าเสนอแนะรัฐได้ ก็อยากให้ผ่อนคลายให้กลับมาเปิดปกติ เพราะการเปิดถึงแค่สามทุ่ม นักดนตรีก็อาจจะยังไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะร้านอาหาร อาจจะไม่จ้างนักดนตรี เพราะเวลามันน้อยเกินไป เขาอาจจะคิดว่าเปิดเพลงเอา ไม่ต้องมีดนตรีสดอาจจะคุ้มกว่าการจ้างนักดนตรี ถ้าเป็นไปได้ก็คิดว่า ควรผ่อนคลายมาตรการเรื่องเคอร์ฟิวให้ถึง 5 ทุ่ม หรือเที่ยงคืน” นายกรกต กล่าวเพิ่มเติม

และในวันนี้ บริษัท เดอะเนฟเวอร์ เอนดิง ซัมเมอร์ จำกัด ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและ/หรือเครื่องดื่ม และตัวแทนของสมาชิกกลุ่มประกอบกิจการประกอบกิจการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและ/หรือเครื่องดื่ม ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มรวม 39 คน ได้ยื่นฟ้อง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ต่อศาลแพ่ง โดยขออนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ 50 ล้านบาท เพราะทางรัฐได้ทำการโดยประมาท ทำให้โรคโควิดระบาดอย่างรุนแรง

ศาลแพ่ง ให้นัดไต่สวนคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 นี้

คุณวุฒิ บุญฤกษ์ ในเชียงใหม่ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ