ราชทัณฑ์ฉีดวัคซีนโควิดให้ผู้ต้องขังแล้ว 2.3 หมื่นราย ในเรือนจำ 18 แห่ง

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2021.06.11
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ราชทัณฑ์ฉีดวัคซีนโควิดให้ผู้ต้องขังแล้ว 2.3 หมื่นราย ในเรือนจำ 18 แห่ง ภาพเรือนจำกลางคลองเปรม ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งวันต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด จำนวน 2,835 ราย ในสองเรือนจำในกรุงเทพฯ
รอยเตอร์

ในวันศุกร์นี้ กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าสามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขังแล้วกว่า 2.3 หมื่นราย ในเรือนจำ 18 แห่ง จากเรือนจำทั้งหมด 143 แห่งทั่วประเทศ จากจำนวนนักโทษกว่าสามแสนคนทั่วประเทศ หลังจากที่พบการระบาดในเรือนจำต่าง ๆ อย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้

ด้านกระทรวงแรงงาน ได้ประกาศปิดศูนย์ฉีดวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้ง 45 แห่ง โดยอ้างว่าปรับปรุงสถานที่ โดยเลื่อนให้เปิดในวันที่ 28 มิถุนายน 2564

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยผ่านเอกสารว่า ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มดีขึ้น โดยพบติดเชื้อรายใหม่ 294 ราย มีผู้ต้องขังที่ยังรักษาตัวจากโควิด-19 รวม 8,747 ราย และเสียชีวิตจากการติดเชื้อสะสม 26 ราย

“กรมราชทัณฑ์ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกรมควบคุมโรคมาแล้ว 40,000 โดส และยังอยู่ระหว่างการจัดสรรเพิ่มเติมจนครอบคลุมทั้งหมด… ซึ่งได้ดำเนินการฉีดวัคซีน แก่ผู้ต้องขังไปแล้ว 23,329 ราย ในเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 18 แห่ง… อยู่ระหว่างดำเนินการ 21 แห่ง ซึ่งได้สั่งการเร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด” นายอายุตม์ กล่าว

นายอายุตม์ ระบุว่า เรือนจำที่ฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขังแล้ว คือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษปทุมธานี เรือนจำกลางระยอง เรือนจำพิเศษพัทยา ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำกลางนครปฐม ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำอำเภอไชยา เรือนจำอำเภอธัญบุรี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานหญิงธนบุรี เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต

“เรือนจำและทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดเท่าเดิมที่จำนวน 129 แห่ง ขณะที่ยังพบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม และในวันนี้ มียอดผู้ติดเชื้อที่รักษาหายเพิ่มขึ้นมากถึง 3,021 ราย… มียอดหายป่วยสะสมแล้ว 21,559 ราย หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 30,488 ราย” นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 กรมราชทัณฑ์ได้เริ่มเปิดเผยจำนวนผู้ต้องขังซึ่งติดโควิด-19 ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง นับเป็นครั้งแรก โดยที่ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อรวมกันกว่า 2.8 พันคน หลังจากที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎรที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง เปิดเผยว่า ตนเองติดโควิด-19

และต่อมาทำให้กรมราชทัณฑ์เริ่มเปิดเผยจำนวนผู้ติดเชื้อในเรือนจำอื่น ๆ ทั่วประเทศ เป็นรายวัน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ระบุว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมี ผู้ต้องขังทั้งหมด 311,693 ราย จากเรือนจำทั้งหมด 143 แห่ง

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ ทำให้มีการเรียกร้องจากประชาชน ให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน เพื่อบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาด และให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขังด้วยเช่นกัน

กระทรวงแรงงานปิดศูนย์ฉีดวัคซีน 45 แห่ง เลื่อนฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนเป็น 28 มิ.ย. 64

กระทรวงแรงงาน ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า สำนักงานประกันสังคมจะหยุดให้บริการศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเขตกรุงเทพฯ 45 แห่ง เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 12-27 มิถุนายน 2564

“เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งในเรื่องความต่อเนื่อง สถานที่ การให้บริการ สำนักงานประกันสังคม จึงขอปิดปรับปรุงระบบการให้บริการศูนย์เป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ จะแจ้งให้สถานประกอบกิจการ และผู้ประกันตน ทราบคิวนัดหมายใหม่อีกครั้ง” เอกสารข่าวกระทรวงแรงงาน ระบุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อมวลชนสอบถามไปยังกระทรวงแรงงานให้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานมิได้ตอบเรื่องนี้

มติ ศบค. ยกเลิกสเตทควอรันทีนทางอากาศ

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค. มีมติให้ยกเลิกสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) และจะให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศใช้สถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative Quarantine) แทน

“ทางอากาศก็จะยกเลิกเลย ทางบกกำลังพิจารณาอยู่… ก็เป็นไปตามมติของ ศบค. เมื่อปลายมีนา เพราะพบว่า คนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยน้อยมากแล้ว อาจจะไม่มีแล้วก็ได้ ศบค. ก็มองว่าอาจจะเป็นภาระด้านงบประมาณของรัฐบาล ก็เลยพิจารณาที่จะให้ผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่ก็กำลังพิจารณาว่าจะทำอย่างไรที่จะใช้ อัลเทอร์เนทีฟควอรันทีน ที่เหมาะสม” พล.อ.ณัฐพล กล่าวแก่สื่อมวลชน ที่ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า หากมติยกเลิกสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ก็จะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ที่ประชุม ศบค. จะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการจัดการสถานกักกันโรคทางเลือกให้มีราคาที่เหมาะสมสำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรฐาน ศบค.

วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ขอขึ้นทะเบียน อย. แล้ว

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นเอกสารขออนุญาต สำหรับวัคซีนโคเมอร์เนตี (Comirnaty Vaccine) ซึ่งเป็นวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค โดยขณะนี้กระบวนการอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. ในขณะที่รัฐบาลไทยได้สั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

นพ.ไพศาล ระบุว่า ปัจจุบัน อย. ได้ขึ้นทะเบียนให้แก่วัคซีนโควิด-19 จาก 5 บริษัทแล้ว ประกอบด้วย วัคซีนแอสตราเซนเนกา นำเข้าโดยบริษัท แอสตราเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด, วัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม, วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน นำเข้าโดยบริษัท แจนเซน-ซีแลค จำกัด, วัคซีนโมเดอร์นา นำเข้าโดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด และวัคซีนซิโนฟาร์ม นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด และมีวัคซีนจากอีก 2 บริษัท ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร คือ วัคซีนโควาซิน นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด และวัคซีนสปุตนิก วี นำเข้าโดยบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด

ในวันเดียวกัน พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 189,828 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 27 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 1,402 ราย คิดเป็น 0.74 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วย ปัจจุบัน

โดยประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 5,667,058 โดส เป็นเข็มแรก 4,143,444 ราย และเข็มที่สอง 1,523,614 ราย

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง