กองทัพยืนยันเหตุชาวบ้านถูกยิงตายที่ปัตตานี ไม่ผิดเงื่อนไขรอมฎอนสันติสุข

บีอาร์เอ็นอ้างเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน แม้ตกลงยุติความรุนแรงช่วงรอมฎอน
มารียัม อัฮหมัด
2022.04.06
ปัตตานี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
กองทัพยืนยันเหตุชาวบ้านถูกยิงตายที่ปัตตานี ไม่ผิดเงื่อนไขรอมฎอนสันติสุข เจ้าหน้าที่ทหารตระเวนรักษาการณ์ที่ตลาดริมน้ำตากใบ พรมแดนไทย-มาเลเซีย จังหวัดนราธิวาส วันที่ 24 ตุลาคม 2562
เอเอฟพี

กองทัพยืนยันเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย ที่อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ไม่เกี่ยวกับเรื่องความไม่สงบ และไม่ใช่การผิดเงื่อนไขรอมฎอนสันติสุข ซึ่งตัวแทนคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฝ่ายไทยได้ตกลงร่วมกับฝ่ายบีอาร์เอ็น หลังเฟซบุ๊กเพจบีอาร์เอ็นอ้างว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงเคลื่อนไหวลาดตระเวน แม้ตกลงกันว่า จะยุติความรุนแรงช่วงรอมฎอน และให้สมาชิกบีอาร์เอ็นเดินทางกลับบ้านมาประกอบศาสนกิจช่วงรอมฎอนอย่างสะดวก

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม-1 เมษายน 2565 เจ้าหน้าที่ไทยและบีอาร์เอ็นได้พบปะกันแบบตัวต่อตัว ในการตกลงพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าทั้งสองฝ่ายจะยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว และไทยจะอนุญาตให้สมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบกลับบ้านเพื่อประกอบศาสนากิจได้โดยไม่ถูกคุมตัว โดยเรียกข้อตกลงดังกล่าวว่า “ความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข”

แต่ในวันอังคารที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายแวสะมาแอ แวคาเต อายุ 49 ปี ประชาชนในพื้นที่ ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น เสียชีวิต ทำให้บีอาร์เอ็นแสดงความกังวลผ่านเฟซบุ๊กเพจ

พล.ท. ธิรา แดหวา แม่ทัพน้อยที่ 4 ในฐานะเลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เหตุยิงประชาชนเสียชีวิตนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบและขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ

“กรณีที่บีอาร์เอ็นโพสต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากมือที่สาม เป็นเรื่องส่วนตัว และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งสามารถจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งขณะนี้ เราเน้นปฏิบัติตามอัลกุรอ่าน ซูเราะห์ 49 อะยะห์ 6 ไม่เชื่อคนชั่ว ไม่เชื่อข่าวลือ ใช้ดุลยพินิจไตร่ตรองหาข้อเท็จจริง” พล.ท. ธิรา กล่าวในวันพุธ

ด้าน พ.ต.อ. ต่อลาภ เล็งฮะ ผู้กำกับการ สภ.ไม้แก่น เปิดเผยว่า ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงนายแวสะมาแอได้แล้ว

“เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายอัสมาน อายุ 35 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น พร้อมอาวุธปืนพกสั้น และกระสุนขนาด .38 ซึ่งนายอัสมันให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองเป็นคนก่อเหตุยิงนายแวสะมาแอ เพราะมีอาการประสาทหลอน กลัวว่านายแวสะมาแอจะใช้ไสยศาสตร์ใส่ตน” พ.ต.อ. ต่อลาภ กล่าว

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ. สราวุฒิ ไฝนุ้ย รักษาราชการแทน สารวัตร สภ.กรงปินัง เปิดเผยในวันพุธนี้ว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงได้หนึ่งราย แม้อยู่ในช่วงรอมฎอนสันติสุข

“นายรุสดี อายุ 30 ปี จากตำบลตะเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา ยะลา เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดยะลาที่ 182/2560 ลงวันที่ 21 กรกฏาคม 2560 ซึ่งเคยก่อเหตุความไม่สงบในยะลา และถูกตั้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร รวมถึงมีระเบิด และอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ร.ต.อ. สราวุฒิ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในวันอังคาร เฟซบุ๊กเพจ BRN Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani ได้เขียนข้อความพาดพิงถึงข้อตกลงที่ทำร่วมกับตัวแทนฝ่ายไทย

“คล้อยหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงเพียงไม่กี่วินาที เกิดปรากฏการณ์การลาดตระเวน เคลื่อนย้ายกำลัง มีคำสั่งให้กองกำลังประชาชน (พรานล่าสัตว์) ปฏิบัติการเท่าทวีคูณทันที ซึ่งก่อนการลงนามก็ได้ติดตาม และสังหารบุคคลในครอบครัวสมาชิกผู้เจรจาสันติภาพ 1 ราย เพื่อกดดันให้มีการถอนตัวจากการลงนามดังกล่าว แต่ด้วยจิตใต้สำนึกและความปรารถนาอันแรงกล้าของสมาชิก และตัวแทนประชาชนปาตานี บีอาร์เอ็นจำต้องลงนามในบันทึกดังกล่าว” ตอนหนึ่งของข้อความบนเฟซบุ๊กเพจ

“ล่าสุดมีข่าวว่าประชาชนปาตานี 1 ราย เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนสงคราม ในการนี้บีอาร์เอ็นปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ RTG (รัฐบาลไทย) แสดงออกถึงความจริงใจอันบริสุทธิ์ สืบสวนสาเหตุการสังหารอาจารย์หรืออุสตะอ์ และการสังหารประชาชนรายล่าสุด ด้วยความยุติธรรม” ข้อความระบุ

ด้าน ผศ. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า ทั้งฝ่ายไทยและบีอาร์เอ็นควรใช้ความอดทนและแสดงความจริงใจ เพื่อนำจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สันติสุข

“ข้อตกลงระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษาข้อตกลงหยุดยิง ไม่ให้มีการละเมิด หรือมีการกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้กระทำความรุนแรงก่อน ซึ่งจะเป็นชนวนเหตุทำให้ความรุนแรงกลับมาขึ้นสูงอีกครั้ง แต่ถ้าลดเหตุความรุนแรงได้จริงในเดือนรอมฎอน คือ ตลอดรอดฝั่งจนถึง 30 วัน ก็จะเป็นความก้าวหน้าสำคัญของกระบวนการสันติภาพ ขณะนี้ถือเป็นระหว่างทางที่ทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทน และแสดงความจริงใจต่อกัน” ผศ. ศรีสมภพ กล่าว

ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระลอกใหม่ มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 7,300 ราย และมีผู้ได้บาดเจ็บกว่า 13,500 ราย ซึ่งรัฐบาลไทยและกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐได้เริ่มกระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบร่วมกันตั้งแต่ปี 2556

ทั้งนี้ บีอาร์เอ็น ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 62 ปีก่อน เดิมมีจุดประสงค์ที่จะสถาปนาเอกราชในพื้นที่ “ปาตานี ดารุสสลาม” ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยปัจจุบันเชื่อว่า บีอาร์เอ็นอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงมกราคม 2565 บีอาร์เอ็นได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมพูดคุยกับฝ่ายไทย มีความคืบหน้ากระทั่งมีการทำข้อตกลงความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข ในต้นเดือนเมษายน 2565 นี้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ