แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งกดดันมือป่วนใต้

มาตาฮารี อิสมาแอ และมารียัม อัฮหมัด
นราธิวาสและปัตตานี
2021-02-01
Share
แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งกดดันมือป่วนใต้ สภาพรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร โดนระเบิดบนถนน ในหมู่บ้านไอร์กาแซ ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส วันที่ 31 มกราคม 2564
มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์

ในวันจันทร์นี้ พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่เกิดเหตุระเบิดตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร และเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ต่าง ๆ สนธิกำลังสกัดกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุรุนแรงตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแม่ทัพกล่าวว่า ทางผู้ก่อความไม่สงบต้องการแสดงความมีตัวตนในพื้นที่ หลังจากที่โดนเจ้าหน้าที่จำกัดความเคลื่อนไหวมานาน

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คนร้ายได้ลอบวางระเบิดรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส จนได้รับบาดเจ็บ 5 นาย บนถนนในหมู่บ้านไอร์กาแซ ม.6 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ขณะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และแขวนป้ายผ้าต่อต้านทางการไทย นอกจากนั้น ยังได้เผากล้องของตำรวจ บริเวณตลาดชุมชนเมาะตาโกะ ม.4 บ้านเมาะตาโกะ ต.ผดุงมาตร แขวนป้ายผ้า ห้ามไทยพุทธเข้ามาทำมาหากินพื้นที่ไทยมุสลิม บริเวณกูโบ บ้านสุแฆ และลอบวางเพลิงเผาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ของบริษัททรู และดีแท็ค ในพื้นที่ ม.6 บ้านไอร์กาแซ ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส อีกด้วย

พลโทเกรียงไกร กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่และใกล้เคียงวางกำลังเชิงรุกคุมเข้ม พร้อมกระจายกำลังปิดล้อม ตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 2 กิโลเมตร เชื่อว่าคนร้ายน่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุลอบเผาเสาส่งสัญญาณมือถือ และเหตุก่อกวนในหลายจุด โดยบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับอาสาสมัครประจำพื้นที่ จัดตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บริเวณเส้นทาง-พื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี และหลบซ่อนตัว รวมไปถึงการลาดตระเวนเส้นทางและจรยุทธ์ในพื้นที่ล่อแหลม

“เชื่อว่าผู้ก่อเหตุหวังผลในการแสดงตน สร้างสถานการณ์ก่อกวน ถึงแม้ว่าจะถูกรัฐจำกัดเสรีในการก่อเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่เคยละความพยายามในการที่จะก่อเหตุ โดยอาศัยช่องว่าง โอกาส ทางหนีไว้พร้อม และลงมือปฏิบัติการทันที ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะลดน้อยลง” พลโทเกรียงไกร กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในวันจันทร์นี้

ในวันนี้ คนร้ายยังคงปฏิบัติการต่อเนื่องด้วยการเผากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้า บริเวณสามแยกทางเข้าวัดโมลีนิมิต (วัดบ้านหรั่ง) ในพื้นที่ บ้านชะเมา ม.2 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียหาย 2 กล้อง และในพื้นที่บ้านคลองขุด ม.6 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เสียหายอีก 10 กล้อง ส่วนที่ สภ.จะนะ จ.สงขลา คนร้ายได้เผากล้องวงจรปิด เสียหายไป 3 กล้อง

ส่วนเจ้าหน้าที่ในนราธิวาส ได้เข้าเก็บกู้ระเบิดอีกสองลูก ที่บริเวณใกล้เคียงกับเหตุระเบิดเมื่อวานนี้ เป็นวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่อง ใช้ถังแก๊สเป็นภาชนะบรรจุวัตถุระเบิด อยู่ห่างจากจุดแรก 50 และหนึ่งกิโลเมตร ตามลำดับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิดกล่าวว่า เชื่อลูกระเบิดอีก 2 จุดที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้นั้น กลุ่มคนร้ายตั้งใจหมายที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เช่นเดียวกับจุดแรกที่มีการลอบวางระเบิดบนถนน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบและเก็บกู้ระเบิดไว้ได้เสียก่อน  

ในวันนี้ พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายจำนวน 1 คน ซึ่งกำลังกรีดยางอยู่ในละแวกใกล้จุดเกิดเหตุ ไปทำการสอบปากคำเพื่อขยายผล ที่ศูนย์ซักถามภายในหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 อ.เมือง นราธิวาส

โดยแหล่งข่าวความมั่นคงได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกเชิญตัวไปสอบปากคำรายนี้ เป็นน้องชายของนายมะรอพี บาเหม ซึ่งก่อเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ในปี 2553 ที่ยังคงหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะจัดทำประวัติไว้ก่อนที่จะปล่อยตัวไป

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร ที่ด้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย ล่าสุดทาง ร.ต.อ.พนมกร แซ่ฮ่อน รองสารวัตรสืบสวน สภ.ศรีสาคร ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ส่วนอีก 3 ราย คือ ส.ต.อ.นเรศ สัญกูล, ส.ต.ท.ปิยพงษ์ เพ็ชรจำรัส และ ส.ต.อ.ธีรศักดิ์ พรภักดี ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสิริรัตนรักษ์ จ.ยะลา ส่วนอีกรายคือ ด.ต.ยุทธกร เรืองเพ็ง นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ในหลวงพระราชทานตะกร้าดอกไม้เป็นกำลังใจ

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ได้เชิญตะกร้าดอกไม้สิ่งของพระราชทานเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.ศรีสาคร จำนวน 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย 1. ส.ต.อ.ธีรศักดิ์ พรภักดี อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่หางตาซ้าย ถลอกที่มือและขาขวา แผลฉีกขาดที่นิ้วก้อย  2. ส.ต.ท.ปิยพงศ์ เพ็ชรจำรัส อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะด้านขวา ยาว 10 ซม. ลึกถึงกระดูก ศีรษะซ้ายยาว 2 ซม. และ 3. ส.ต.อ.นเรศ สัญกูล อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าซ้ายแตก มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดบริเวณจมูกและขา

โอกาสนี้ ได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสามนาย ซึ่งขณะนี้ แพทย์ได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือ อาการปลอดภัย รู้สึกตัวดี แต่อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด การได้รับพระราชทาน พระมหากรุณาธิคุณ ในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว  

เหตุรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นก่อนเหตุครั้งนี้ คือ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 63 ผู้ต้องสงสัยเชื่อว่า เป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้สองคน ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ตามประกบ โดยคนข้างหลังใช้อาวุธปืนสงคราม คาดว่าเป็นปืน เอ็ม.-16 ยิงร.ต.ท.วีระศักดิ์ สารพร อายุ 54 ปี รองสารวัตร สภ.โคกโพธิ์ ผู้ตาย ประมาณ 10 กว่านัด จนล้มลงเสียชีวิต ใกล้ทางเข้าพีพีรีสอร์ท ตรงข้ามกับโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ในพื้นที่บ้านมะกรูด หมู่ที่ 6 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ