เรือนจำส่งตัวเพนกวินไป รพ.รามาฯ หลังเสี่ยงภาวะช็อค

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และวิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2021-04-30
Share
เรือนจำส่งตัวเพนกวินไป รพ.รามาฯ หลังเสี่ยงภาวะช็อค นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ "เพนกวิน" ชิวารักษ์ แกนนำการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งถูกข้อหาหมิ่นพระบรมฯ โกนผมและร่วมการแระท้วง ที่หน้าศาลอาญา กรุงเทพฯ วันที่ 30 เมษายน 2564
รอยเตอร์

ในวันศุกร์นี้ กรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ส่งตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยคดีการชุมนุม 19 กันยายน 2564 ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว หลังเสี่ยงที่จะมีภาวะช็อคจากการอดอาหารประท้วง จากการที่ตนเองและพวกไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว จากข้อหา ม.112 ด้าน นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ ได้โกนหัวที่หน้าศาลอาญา เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้แก่บุตรชาย รวมทั้งยื่นประกันตัวนายพริษฐ์อีกครั้ง แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งและนัดไต่สวนคำร้องประกันตัว ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดี และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยผ่านแฟนเพจ ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ว่า ปัจจุบัน ได้ย้ายตัวนายพริษฐ์ ออกจากเรือนจำไปยังโรงพยาบาลแล้ว

“กรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้สมัครใจอดอาหาร ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน จนทำให้น้ำหนักตัวลดลงจาก 107 กิโลกรัม เหลือ 94.5 กิโลกรัม นั้นแม้ว่าที่ผ่านมาจะยังไม่มีอาการบ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะวิกฤติ ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงไปแล้ว แต่เนื่องจากนายพริษฐ์ฯ ได้อดอาหารเป็นเวลานาน จนร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ อีกทั้งในวันนี้ (30 เมษายน 2564) นายพริษฐ์ เริ่มดื่มน้ำเกลือแร่ได้น้อยลง และมีอาการปวดบริเวณที่ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ จึงต้องถอดสายน้ำเกลือไว้ก่อน” นายธวัชชัย กล่าว

“แพทย์และพยาบาลมีความกังวลว่า อาจเกิดภาวะช็อคได้ จึงมีความเห็นว่าควรส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ เพื่อรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จึงได้ส่งตัวนายพริษฐ์ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี รับมอบผู้ป่วยเข้าทำการรักษา ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด หากนายพริษฐ์ ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว จะดำเนินการส่งตัวกลับเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ต่อไป” นายธวัชชัย ระบุ

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ และพวก ถูกควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการร่วมชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม 2564 โดยศาลปฏิเสธการให้ประกันตัวมาตลอดด้วยเหตุผลเกรงว่า จำเลยจะกระทำผิดซ้ำ และหลบหนี

ต่อมานายพริษฐ์ และน.ส. ปนัสยา ประกาศอดอาหารเพื่อประท้วงการไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวของจำเลยทั้งหมด ถึงปัจจุบัน นายพริษฐ์ อดอาหารมาแล้ว 46 วัน และ น.ส. ปนัสยา อดอาหารแล้ว 32 วัน อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ก่อนจำเลยในคดีเดียวกันเช่น นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้รับการประกันตัว ขณะที่เดือนก่อน นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ก็ได้รับการประกันตัว โดยทั้งหมดมีเงื่อนไขการประกันตัวว่า จะไม่ยุ่งกับการชุมนุมทางการเมือง และปราศรัยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตาม ทนายความของนายพริษฐ์และพวกได้ยื่นขอประกันตัวจำเลยทั้งหมดในวันพฤหัสบดี ด้วยเงื่อนไขเดียวกันกับจำเลย 3 รายที่ได้รับการประกันตัวแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ

ในวันเดียวกัน นางสุรีรัตน์ พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางไปยังศาลอาญาและทำคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายพริษฐ์ รวมถึง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยในคดีเดียวกันอีกครั้ง และได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการโกนผม เพื่อเรียกร้องให้ศาลอนุมัติการปล่อยตัวชั่วคราวให้แก่บุตรชาย

“ลูกยังยอมสูญเสียสิ่งที่รัก แม่ก็จะสูญเสียสิ่งที่รักสิ่งนึง นอกจากเพนกวินแล้ว แม่จะเริ่มต้นด้วยการโกนผมทิ้ง ขอให้ทุกท่านได้เห็นดิฉันเดินไปไหนด้วยการไม่มีผมบนศีรษะ ก็คงน่าเกลียดพอสมควร ก็ขอให้ท่านรู้ว่า นี่คือความยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมันน่าเกลียดกว่านี้… ลูกดิฉันไม่ได้รับความยุติธรรมในการต่อสู้คดี ลูกดิฉันกำลังเจ็บป่วยจากการอดอาหาร และขับถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ ซึ่งวันนี้เพนกวินอาจจะอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะน้ำเกลือไม่สามารถเข้าถึงตัวเพนกวินแล้ว” นางสุรีรัตน์ กล่าวแก่สื่อมวลชนที่ศาลอาญา

โดย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า “จากการที่ทนายความเข้าไปเยี่ยมน้องเพนกวินที่เรือนจำวันนี้อาการไม่ดีอย่างมาก เกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขา คิดว่าวันนี้จะมายื่นให้ศาลเห็นในประเด็นนี้ เร่งด่วน ถ้าศาลท่านจะไต่สวนก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่อนุญาตให้ประกันตัว เราเทียบเคียงเหตุผลทุกอย่างมาตามคำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวคุณไผ่ กับคุณสมยศ ทั้งหมดทุกประเด็น”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 17.39 น. ศูนย์ทนายความฯ ระบุว่า ศาลได้นัดไต่สวนการขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 โดยจะได้เบิกตัวคนทั้งคู่จากที่คุมขังมาฟังการไต่สวนด้วย

แม่รุ้ง-นักวิชาการยื่นจดหมายกรมราชทัณฑ์ร้องส่งเพนกวินไป รพ.

ในวันเดียวกัน นางสุริยา สิทธิจิรวัฒนกุล มารดาของ น.ส.ปนัสยา พร้อมด้วยตัวแทน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ได้เดินทางไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขอให้ส่งตัวนายพริษฐ์ ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับหนังสือแทน และในช่วงเย็นนายพริษฐ์ ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่ออยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

“เมื่อวานนี้ได้พยายามยื่นขอประกันตัวไปแล้ว แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธเหมือนเดิม ซึ่งก็คงต้องพยายามยื่นขอประกันตัวไปเรื่อยๆ พร้อมกับหาแนวทางอื่นต่อไป ในวันนี้อยากขอความเมตตาจากกรมราชทัณฑ์ให้เมตตากับเด็กๆ ได้ออกมารักษาข้างนอกก่อน อาการของรุ้งในตอนนี้มีอาการมือชา เท้าชา และตัวชา ทำกิจกรรมไม่ไหวแล้ว” นางสุริยา กล่าวแก่สื่อมวลชน

ขณะที่ ประชาชน และนักศึกษาจากกลุ่มแนวรวมธรรมศาสตร์และการชุมนุมหลายสิบคน ได้จัดกิจกรรมขึ้นที่หน้าศาลอาญาในช่วงเย็น เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับนายพริษฐ์ และจำเลยคดีการเมืองรายอื่นๆ มีนักกิจกรรมบางคนได้ตัดสินใจโกนผม เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในแนวทางเดียวกันกับมารดาของนายพริษฐ์

ด้าน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายพริษฐ์ และยืนยันสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีการเมือง

“การไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมโดยไม่มีเหตุอันชอบธรรม ตอกย้ำว่าทางการไทยไม่เคารพสิทธิในการได้รับพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม อีกทั้งยังขัดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาทุกคนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยืนยันว่ารัฐบาลต้องปล่อยตัวนักกิจกรรมเพื่อให้พวกเขามีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งยุติการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมเพียงเพราะการชุมนุมเเละการเเสดงออกทางการเมือง” นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ประเทศไทย กล่าว

กลุ่ม “ราษฎร” เริ่มชุมนุมในเดือนกรกฎาคม 2563 ที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดการชุมนุมในลักษณะนี้หลายครั้งในหลายจังหวัด โดยมี 3 ข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วย 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่ง 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3. ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อมาการชุมนุมดังกล่าว นำมาซึ่งการถูกดำเนินคดีของนักกิจกรรม โดยเฉพาะแกนนำปราศรัย

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 88 ราย ใน 81 คดี โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดคือ นายพริษฐ์ 20 คดี, นายอานนท์ 12 คดี, น.ส.ปนัสยา 9 คดี และนายภาณุพงศ์ 8 คดี โดยปัจจุบัน มีผู้ที่ต้องถูกควบคุมตัวด้วย ข้อหา ม.112 จากคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง และวิพากษ์-วิจารณ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ในปี 2563-2564 จำนวน 17 คน

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ