อนุทินสั่งล่าตัวผู้ป่วยฝีดาษวานรชาวไนจีเรียที่หลบหนีการรักษา

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2022.07.22
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
อนุทินสั่งล่าตัวผู้ป่วยฝีดาษวานรชาวไนจีเรียที่หลบหนีการรักษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางถึงที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 14 พฤษภาคม 2565
เอพี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งล่าตัวชายชาวไนจีเรีย ผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกของประเทศไทยที่หลบหนีการรักษาให้ได้โดยเร็ว และพร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มเติม

ในวันศุกร์นี้ สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวว่า ชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี ซึ่งแพทย์ตรวจพบว่าติดเชื้อฝีดาษลิง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ได้หลบหนีการรักษา โดยได้ย้ายโรงแรมที่พักและปิดโทรศัพท์มือถือจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเร่งค้นหาเพื่อนำตัวเข้าสู่การรักษา

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันผลแล็บโดยไม่ได้ระบุชื่อผู้ป่วย และยังไม่ได้ชี้แจงเรื่องผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา ขณะที่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุชื่อผู้ติดเชื้อว่า คือ Osmond Chihazirim Nzerem อายุ 27 ปี สัญชาติไนจีเรีย

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งให้ติดตามตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด

“ขณะนี้ กำลังให้ทางตำรวจตามล่าเพราะมีการหลบหนีจากสถานรักษาพยายาล ยืนยันว่ามีบทลงโทษและใช้กฎหมายทุกอย่างที่มี รวมทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ และอาจมีการเนรเทศและดำเนินคดี โดยผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวเข้ามาทางจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่ากำลังเร่งติดตาม โดยต้องจับกุมตัวให้ได้ และขึ้นรูปทั่วทั้งประเทศ” นายอนุทิน กล่าวในวันศุกร์นี้

ด้านนายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุในการแถลงข่าวว่า ชายชาวไนจีเรียคนดังกล่าว เดินทางเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2564 เข้าพักอาศัยในคอนโดฯ แห่งหนึ่งบริเวณหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต หลังจากรู้ผลในเบื้องต้นว่าติดเชื้อฝีดาษลิง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นี้ ชายชาวไนจีเรียคนดังกล่าว ไม่ให้ความร่วมมือในการบอกประวัติและปฏิเสธการรักษา

“ประวัติเสี่ยงคือ ค่อนข้างชอบเที่ยวในสถานที่บันเทิง โดยเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว ก็มีประวัติไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่เขาไม่บอกว่าเป็นชาติไหน ไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่” นพ. กู้ศักดิ์ กล่าว

นพ. กู้ศักดิ์ ระบุด้วยว่า ทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่วันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่อติดตามหาผู้สัมผัสใกล้ชิด โดยได้สอบสวนบุคคลจำนวน 142 คน ในสถานบันเทิง 2 แห่ง ยังไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ขณะที่การสอบสวนโรคในชุมชนที่ผู้ป่วยพักอาศัย คือ ในโรงแรมและร้านซักผ้า พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลการตรวจสอบว่าติดเชื้อหรือไม่

และเมื่อวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทีมสอบสวนยังได้ลงพื้นที่คอนโดฯ ที่ผู้ป่วยอาศัย พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นชายชาวไนจีเรีย และ แฟนสาว ซึ่งส่งตัวอย่างตรวจสอบไม่พบเชื้อฝีดาษวานร แต่ต้องให้กักตัวเพื่อสังเกตุอาการ 21 วัน

“จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย ที่เป็นเพื่อนของผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการ ส่งตรวจหาเชื้อไม่พบฝีดาษวานร แต่ต้องสังเกตอาการหรือกักตัวเป็นเวลา 21 วัน และค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง เช่น สถานบันเทิง ที่ไปใช้บริการ นอกจากนี้ทีมสอบสวนยังได้เข้าไปกำจัดเชื้อในห้องผู้ป่วยด้วย” นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้รายงานข้อมูลการพบผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกไปยังองค์การอนามัยโลกแล้ว ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ 2548 ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกยังไม่ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับโลก เนื่องจากไม่ได้เข้าเกณฑ์เรื่องความรุนแรงสูง แพร่ระบาดได้ง่าย และต้องจำกัดการเดินทางการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ สถานการณ์ระดับโลกตั้งแต่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรรายแรกวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 พบผู้ป่วยเพียง 12,608 ราย กระจาย 66 ประเทศทั่วโลก ไม่ได้เพิ่มขึ้นรวดเร็ว หากเทียบกับโควิดที่ในไม่เวลากี่เดือนพบผู้ติดเชื้อหลักล้านคน

สำหรับผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปและอเมริกา ข้อมูลทางระบาดวิทยา ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้ป่วย และเชื่อว่าอาจเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ต้องรอองค์การอนามัยโลกยืนยันข้อมูลก่อน ส่วนการติดทางเดินหายใจไม่ใช่ลักษณะเด่นของโรคนี้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง