บช.ปส. จับนักค้ายารายสำคัญ ในแถบเอเชีย-แปซิฟิก

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2021-02-09
Share
บช.ปส. จับนักค้ายารายสำคัญ ในแถบเอเชีย-แปซิฟิก ห้องประกอบยาเมทแธมเฟตามีนขนาดเล็ก ที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของหัวหน้าปฏิบัติการในเครือข่าย Sam Gor ในแม่สอด จังหวัดตาก ภาพเมื่อ 13 พฤษภาคม 2562
รอยเตอร์

พลตำรวจโท มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด กล่าวยืนยันในอังคารนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ได้จับกุมตัว นายลีชุงจัก (Lee Chung Chak) ตามคำร้องขอของสำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ประเทศออสเตรเลีย โดยในขณะนี้ นายลีกำลังอุทธรณ์คำสั่งของศาลอาญา รัชดา ที่ให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวนายลี ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งหนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิ่งเฮรัลด์ ของออสเตรเลีย กล่าวว่า ทางการออสเตรเลียได้พยายามจัดการกับกลุ่มค้ายาในออสเตรเลีย ที่มีชื่อว่า “The Company” ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติกล่าวว่า เป็นกลุ่มที่นำยาบ้าปริมาณมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนที่นำเข้าออสเตรเลีย และมีการฟอกเงินผ่านคาสิโน Crown Resorts โดยนายลี ถูกกล่าวหาว่า จัดทำทัวร์การพนันจากฮ่องกงและกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทเกมส์ได้ร่วมมือกับคราวน์รีสอร์ท เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการค้ายานับล้านเหรียญ ในคาสิโน ในออสเตรเลียใน ปี พ.ศ. 2555

“สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ประเทศออสเตรเลีย (Australian Federal Police) ขอความร่วมมือให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เอเอฟพีขอความร่วมมือมาตาม พ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามแดน เขาทำความผิด ต่างประเทศก็ขอศาลออกหมายจับ เราก็จับให้ เขาไม่ได้ทำผิดในประเทศนะ ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของศาล เขากำลังขออุทธรณ์อยู่ เขาไม่อยากกลับ” พลตำรวจโทมนตรี กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ทางโทรศัพท์

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ระบุว่า นายลี เป็นหนึ่งในสามบุคคลระดับหัวหน้าแก๊งค้ายา “14K” ที่เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่า เป็นกลุ่มค้ายาเสพติดที่ประกอบด้วยคนเชื้อสายจีน 14 คน ที่อาศัยอยู่ทั่วโลก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดผู้ไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า แหล่งผลิตยาเสพติดที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมของโลกอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยมีเครือข่ายที่เรียกว่า 14K เป็นผู้ค้า

“14K มาจากการรวมตัวกันของคนจีน 14 คน ซึ่งอาศัยในที่ต่าง ๆ รวมถึงเกาลูนและไต้หวัน ใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษดีเยี่ยม จึงทำการกระจายยาเสพติดไปทั่วภูมิภาคของโลก ประเทศไทยจึงกลายเป็นเส้นทางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศมาเลเซีย และกระจายไปทุกที่ที่มีคนจีนอาศัยอยู่ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ไต้หวัน แคนาดา และนิวยอร์ก” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ กล่าวว่า เรื่องราวผิดกฎหมายของนายลี ถูกเปิดโปงในปี พ.ศ. 2562-2563 โดยสื่อมวลชนในออสเตรเลีย และนำไปสู่การไต่สวนเรื่องคาสิโน ในนิวเซาธ์เวลส์

นอกจากนายลีแล้ว ในเดือนธันวาคม เจ้าหน้าที่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้จับตัวบุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นลูกพี่ของนายลี คือ นายเซะชีลบ (Tse Chi Lop) ที่ได้รับฉายาว่า “เอล ชาโป แห่งเอเชีย” ตามชื่อนักค้ายารายใหญ่ในประเทศเม็กซิโก ทั้งสองถูกระบุว่ามีบทบาทสำคัญใน The Company

ในวันอังคารนี้ เบนาร์นิวส์ ได้ติดต่อศาลอุทธรณ์เพื่อติดตามความคืบหน้าในการพิจารณาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของนายลี แต่ยังไม่ได้รับข้อมูล เนื่องด้วยต้องรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ

เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของไทย กล่าวว่า ว้า ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า เป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ที่มีคุณภาพสูง ทั้งเฮโรอีน ยาบ้า และยาไอซ์ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งกลุ่มว้ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกลุ่ม 14K  

“ประเทศไทย เป็นทางผ่านในการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ใต้หวัน ไปจนถึงแคนาดา และสหรัฐอเมริกา” เจ้าหน้าที่รายเดียวกันกล่าว และระบุว่า เจ้าหน้าที่ไทยได้จับตากลุ่มดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2561

เมื่อปี พ.ศ. 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำกับงานความมั่นคงให้ปราบปรามเครือข่ายให้ถึงผู้ที่มีอิทธิพลรายใหญ่ในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งทำให้สามารถจับกุมผู้ค้ารายใหญ่และยึดยาเสพติดได้เพิ่มขึ้นมากขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2558 สามารถจับกุมยาบ้าได้ 40,440,432 เม็ด เฮโรอีน 56.07 กก. โคเคน กัญชาแห้ง 4,461.21 กก. สามารถยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดได้ จำนวน 207.89 ล้านบาทขณะที่ในปีงบประมาณ 2561 (1 ต.ค. 2560 - 20 ส.ค. 2561) สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าได้ถึง 48,824,449 เม็ด ยาไอซ์ 5,314.30 กิโลกรัม เฮโรอีน 626.81 กิโลกรัม โคเคน 100.92 กิโลกรัม และกัญชาแห้งอีก 9,374.46 กิโลกรัม โดยยาเสพติดทั้งหมดมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,171,176,900 บาท

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Office on Drugs and Crime - UNODC) ได้นำเสนอรายงานการลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยได้กล่าวว่า ขบวนการผลิตยาเสพติดได้มีการใช้สารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดจากเดิมที่เป็นสารเอฟริดีน และซูโด-เอฟริดีน เป็นสารตัวอื่น โดยในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ยาเสพติดที่ผลิตในย่านสามเหลี่ยมทองคำได้เพิ่มขึ้นสี่เท่าตัว

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ