คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นเพราะโควิด-19

เอ็นจีโอระบุ ปัญหาเศรษฐกิจและครอบครัว ทำให้คนไร้ที่อยู่มากขึ้น
ภิมุข รักขนาม และนนทรัฐ ไผ่เจริญ
2022.05.10
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นเพราะโควิด-19 ลุงไก่ ชัยฤทธิ์ นั่งมองการจราจรอยู่ข้าง ๆ พรรณี เพื่อนคนไร้บ้าน ขณะเธอปรุงรสข้าวต้มมื้อเย็น บนฟุตบาทถนนราชดำเนินกลาง วันที่ 14 เมษายน 2565
เบนาร์นิวส์

ในท่ามกลางมลพิษจากรถยนต์เหนียวเหนอะและไอร้อนหน้าแล้ง ลุงไก่ ชัยฤทธิ์ บอกว่าเขาชอบที่จะมาอาศัยอยู่บนฟุตบาทถนนราชดำเนินกลางเพราะมีความเป็นอิสระ

เมียผมดื่มเหล้าเก่ง แล้วคุยไม่รู้เรื่อง ผมเลยออกมาอยู่ที่นี่ราวตอนต้นปี 2564... ตอนนี้ผมสบายใจ อยู่ที่นี่ผมรู้สึกมีอิสระลุงไก่ วัย 74 ปี เล่าถึงเหตุผลที่ต้องหนีออกมาจากบ้านเช่าที่เคยอยู่กับเมียที่อายุน้อยกว่ารอบหนึ่ง

ในยามค่ำ ลุงไก่อาบน้ำประแป้งในร้านค้าใกล้ ๆ แล้วไม่ต้องใส่เสื้อ รับลมเย็นที่พัดมาบ้างอย่างอ่อน ๆ หลังพระอาทิตย์อัสดง ในเมืองแห่งทวยเทพแห่งนี้ แม้ว่าจะยังต้องทนอยู่กับกลิ่นควันพิษ

ก่อนออกมาจากบ้าน ลุงไก่เป็น รปภ. อยู่ที่ย่านปากคลองตลาด มีรายได้ 300 ถึง 400 บาทต่อวัน แต่ถูกเลิกจ้างเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันได้รับเงินสวัสดิการผู้สูงอายุ 700 บาท และเงินสวัสดิการแห่งรัฐ 200-300 บาทต่อเดือน แต่อาศัยว่ามีผู้คนให้อาหารบ้าง ให้เงินบ้าง เพราะลุงไก่ตื่นขึ้นมาช่วยกวาดถนนย่านนั้นตั้งแต่ตีสอง และที่สำคัญ ลุงไก่ได้พบเพื่อนคู่คิดคนใหม่ คือป้าพรรณี

ลุงไก่ เป็นหนึ่งในคนไร้บ้านราว 2,500 คนในกรุงเทพ ที่จำนวนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2563 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ตามข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งให้ความช่วยเหลือคนไร้บ้าน หรือบางครั้ง รัฐเรียกว่าคนเร่ร่อน-จรจัด

เอ็นจีโจและนักวิจัยกล่าวว่า แนวโน้มของการไร้บ้านยังสูงอยู่ เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและปัญหาครอบครัว

ลุงไก่ บอกว่าตนเองมีความโชคร้ายในชีวิต ทั้ง ๆ ที่มันควรจะดีกว่านี้ได้

แม่ผมเสียตอนผมอายุ 7 ปี ผมต้องไปอยู่กับป้า ๆ น้า ๆ เพราะพ่อมีเมียสองคน ผมต้องทำงานรับจ้างทุกอย่าง ตั้งแต่ก่อสร้าง ถีบสามล้อลุงไก่กล่าวและบอกว่า ก่อนแม่ตาย แม่หาบขนมขายอยู่ย่านวัดเชิงหวาย เขตบางซื่อ

ลูกสาวคนเดียวของผมก็ตายมาหลายปีแล้วจนผมจำไม่ได้

ถ้าลุงไก่จะโชคดีอยู่บ้าง ก็คงเป็นมิตรภาพกับผู้หญิงครั้งใหม่ คือ ป้าพรรณี ที่แม้ว่าจะพอมีเงินเช่าห้องราคาถูกอยู่ในย่านซอยวัดปรินายก อยู่ไม่ห่างไปมากนัก แต่ได้ออกมานอนเคียงข้างลุงทุกคืนเพราะป้าเห็นใจลุง

ผมก็ดีใจลุงไก่กล่าวปนยิ้มอย่างเขิน ๆ และบอกว่า เขาได้พบป้าพรรณีในตอนเช้าวันหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ป้าขึ้นรถเมล์เพื่อไปทำงานเป็นแม่บ้านในย่านนนทบุรี

220510-th-homeless-food.jpg

กลุ่มคนไร้บ้าน หรือคนเร่ร่อนเข้าแถวรอรับอาหารที่มีผู้ใจบุญนำมาแจก ในย่านถนนราชดำเนินกลางด้านฝั่งทิศใต้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 (เบนาร์นิวส์)

ผลกระทบจากโควิด

มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า ปัญหาหลักของการไร้บ้าน คือปัญหาของความด้อยโอกาส

พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มีต้นทุนชีวิตต่ำ ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีการศึกษา ไม่มีคอนเนคชั่น ไม่มีเครดิตในการกู้ บางคนต้องออกจากบ้าน เพราะมีปัญหากับที่บ้านด้วยปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัว หรือคนไร้บ้านบางคน อาจไม่มีเงินพอที่จะเช่าอยู่อาศัย เนื่องจากการเช่าต้องมีเงินมัดจำ ซึ่งถือเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับพวกเขานายสิทธิพล ชูประจง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงากล่าวกับเบนาร์นิวส์

ปัจจุบัน ในกรุงเทพ มีคนไร้บ้านประมาณกว่า 2,500 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 ระหว่าง 30-50 เปอร์เซ็นต์ ช่วงโควิดที่ผ่านมา คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นจากปัญหาการจ้างงานที่ลดลง คุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านก็ต่ำลง อดมื้อกินมื้อมากขึ้นสิทธิพล กล่าวเพิ่มเติม

มูลนิธิกระจกเงาพยายามช่วยเหลือคนไร้บ้านโดยการทำโครงการ “จ้างวานข้าเพื่อให้คนไร้บ้านมีงานทำ และมีรายได้ ขณะเดียวกันมีการทำโครงการรถซักผ้า เพื่อไปหาคนไร้บ้าน ให้คนไร้บ้านได้ทำความสะอาดเสื้อผ้าของตัวเอง เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไร้บ้าน

เมื่อครึ่งปีก่อน ธณิต กี่บัวสอน ชาวปัตตานี เพิ่งจะต้องออกจากงานพนักงานเครื่องใช้ไฟฟ้าจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ทำมานานร่วมสิบปี เพราะพิษเศรษฐกิจ และต้องมาพักพิงและรับอาหารจากผู้ใจบุญในย่านถนนแห่งนี้

ผมเพิ่งตกงาน เคยทำงานเป็นพนักงานพีซี (พนักงานขาย) รายได้เดือนละเกือบสองหมื่น เลยต้องมาหาอาหารกินที่นี่ บางทีก็นอนบ้านญาติ บางคืนผมนอนที่นี่ บางทีก็นอนและอาบน้ำที่ร้านอินเทอร์เน็ต 45 บาททั้งคืน... อยากได้งาน ผมไม่มีประกันสังคม ไม่มีเงินเก็บธณิตเล่าให้เบนาร์นิวส์ฟัง

คนไร้บ้านอีกคนที่มานอนอยู่ใกล้ ๆ กับลุงไก่และป้าพรรณี คือ สุชาติ สวัสดี อดีตพนักงานล้างจานในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ตกงานมาได้ 10 เดือน และต้องออกจากอพาร์ทเม้นต์ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท

ผมมานอนตรงนี้ ช่วยดูแลลุงแกด้วย ผมอยากได้งานสุชาติกล่าว

 220510-th-homeless-bandinso.jpg

คนไร้บ้านนอนหลับอยู่หน้าโรงแรมบ้านดินสอที่ปิดบริการหลังเกิดโควิด-19 ระบาด วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 (เบนาร์นิวส์)

เบนาร์นิวส์ ติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ไม่ได้รับคำตอบ

แต่สิทธิพล เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาล หรือกทม. มองโจทย์ปัญหาคนไร้บ้านผิด จึงแก้ปัญหาผิดทาง

รัฐคิดว่าคนไร้บ้านต้องการบ้าน จึงพยายามหาที่อยู่อาศัยหรือศูนย์พักพิงให้ แต่คนไร้บ้านส่วนใหญ่ต้องการอาชีพ เพื่อจะได้มีรายได้เป็นสิ่งแรก แล้วจึงหาที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง

รัฐบาลมีโครงการบ้านเอื้ออาทร แต่ราคาต่อหลังยังสูงสำหรับคนไร้บ้านที่ไร้อาชีพ เพราะในบางโครงการมีราคาถึง 1.5 ล้านบาท ราคาเกินเอื้อมสำหรับคนรายได้ต่ำ

มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า กรุงเทพมหานครพยายามสร้างชุมชนใหม่แล้วย้ายคนออกไปจากพื้นที่เดิม เช่น จากคลองเตยไปยังชานเมืองกรุงเทพ แต่กลับทำให้เกิดปัญหาการประกอบอาชีพ คนในชุมชนหลาย ๆ คน ประกอบอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขายอาหารริมถนน เป็นแม่บ้าน เมื่อย้ายออกไปก็ต้องเสียงาน หรือเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น

ด้าน นายปิยะพงษ์ พิมพลักษณ์ นักวิจัย ศูนย์วิจัยปัญหาสังคมและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ถึงรากหญ้า

แนวโน้มในช่วงต่อจากนี้ จำนวนคนไร้บ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน... ต้องเริ่มก่อนเลยคือ รัฐบาลต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจในระดับล่างให้ได้ ตอนนี้เราเห็นโครงการต่าง ๆ เห็นการเปิดประเทศ เห็นนโยบายฟื้นการท่องเที่ยว แต่มันเป็นระดับใหญ่ และใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงคนระดับล่างหรือแรงงานในเมืองนายปิยะพงษ์กล่าว

สำหรับลุงไก่ในวัยสูงอายุนี้ ลุงกล่าวว่า ตนพอใจกับเงินที่ได้รับเพียงไม่กี่สตางค์ แค่นี้ก็พออยู่ได้แล้ว ก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว ผมรู้สึกว่ามันมีอิสระดีที่อยู่ที่นี่

คุณวุฒิ บุญฤกษ์ ในเชียงใหม่ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง