ศาลฎีกาตัดสินจำคุกเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน ในคดีล่าเสือดำ

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2021.12.08
กาญจนบุรี
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ศาลฎีกาตัดสินจำคุกเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน ในคดีล่าเสือดำ นายเปรมชัย กรรณสูต (ปิดตาข้างซ้าย) จำเลยหมายเลขหนึ่งในคดีล่าเสือดำ เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ กาญจนบุรี เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 8 ธันวาคม 2564
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ กาญจนบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันพุธนี้ ให้จำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต อดีตประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากความผิดคดีที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร หรือที่สังคมเรียก “คดีล่าเสือดำ” โดยนายเปรมชัย และจำเลยอีก 2 ราย ถูกนำตัวไปยังเรือนจำอำเภอทองผาภูมิทันที

วันพุธนี้ นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 และทนายความ รวมถึงจำเลยคนอื่นในคดี ได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิก่อนเวลา 09.00 น. ตามนัดฟังคำพิพากษา นายเปรมชัยเดินทางมายังศาลด้วยรถยนต์ส่วนตัว ปิดตาข้างซ้ายด้วยผ้าพันแผล และใช้ไม้เท้าพยุงตัว ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว ขณะที่ศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังในห้องพิจารณาเพราะเกรงการติดเชื้อโควิด-19

“ผลของคำพิพากษาศาลฎีกา สรุปได้ว่าการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันมีซากเสือดำที่ร่วมกันฆ่าไว้ในครอบครอง และสถานที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติ การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงกรรมเดียว” เอกสารข่าวของศาลฎีกา ระบุ

เอกสารข่าวของศาลฎีการะบุว่า ศาลฯ พิพากษายืนสั่งจำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 14 เดือน, จำคุกนายยงค์ โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 17 เดือน, จำคุกนายธานี ทุมมาศ (นายพราน) จำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือน และจำคุกนางนที เรียมแสน (แม่ครัว) จำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี

ศาลยังสั่งให้ จำเลยทั้งหมดร่วมกันจ่ายค่าเสียหายจากการกระทำของต่อสัตว์ป่า ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชระบุว่า มีมูลค่า 2 ล้านบาท โดยต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ นับแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561

หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา นายเปรมชัยและพวก ถูกนำตัวไปขังยังเรือนจำอำเภอทองผาภูมิทันที โดยทนายของนายเปรมชัยกล่าวเพียงว่า ยอมรับคำตัดสิน แต่ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในครั้งที่นายเปรมชัย ขึ้นศาลชั้นต้นเพื่อฟังคำตัดสิน เมื่อเดือนมีนาคม 2562 นายเปรมชัยกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า “ขอโทษครับ” ก่อนขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางออกจากศาลไป

ด้าน นายชาติชาย แกดำ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทีชาล่า ซึ่งรณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมในคดีนี้ตลอด 3 ปี กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า ตนพึงพอใจกับผลคำตัดสิน และการตัดสินครั้งนี้ถือว่าเป็น “การสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับกระบวนการยุติธรรม”

“ผลตัดสินจำคุกถือว่าเป็นที่พึงพอใจ เพราะไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหน ถ้าทำผิดก็ต้องรับโทษ หลายปีที่ผ่านมาทุกคนเชื่อว่า คุณเปรมชัยน่าจะไม่ต้องถูกรับโทษแม้ผิดจริง แต่ผลตัดสินวันนี้ถือว่าเหนือความคาดหมาย” นายชาติชาย กล่าวกับเบนาร์นิวส์

“คุณเปรมชัยเองยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเข้าไปในเรือนจำแล้วจะสำนึกกับสิ่งที่ตนได้กระทำไหม พ้นโทษออกมาจะใช้ประโยชน์จากการเป็นอภิสิทธิ์ชน และเจ้าของบริษัทที่ได้สัมปทานจากรัฐทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ หรือจะใช้ชีวิตเหมือนเดิม” นายชาติชาย กล่าวเพิ่มเติม

211209-th-black-panther-tycoon.jpeg

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ถูกจับในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 (ภาพ เจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร)

ล่าเสือดำ

ในคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมตัวนายเปรมชัย และพวกอีกสามราย เนื่องจากพบการครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทา, หมูป่า และเสือดำ ซึ่งถูกนำมาประกอบอาหาร พร้อมด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ขณะพักแรมในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ต่อมาอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 1, นายยงค์ เป็นจำเลยที่ 2, นางนที เป็นจำเลยที่ 3 และนายธานี เป็นจำเลยที่ 4 โดยตั้งข้อหา ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในเดือนมีนาคม 2562 ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทั้งหมดมีความผิดจริง ซึ่งในส่วนของนายเปรมชัย ได้พิพากษาจำคุก 16 เดือน แต่ระบุว่า นายเปรมชัยไม่ได้มีส่วนในการครอบครองซากเสือดำ และรอลงอาญานางนที จำเลยที่ 3

ในเดือนธันวาคม 2562 ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุกนายเปรมชัย เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน, นายยงค์ โดดเครือ 2 ปี 17 เดือน, จำคุกนายธานี ทุมมาศ 2 ปี 21 เดือน และจำคุกนางนที เรียมแสน 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญานางนที โดยจำเลยทั้งหมด ยกเว้นนางนที ยื่นต่อสู้ในชั้นฎีกา จนกระทั่งมีคำตัดสินในวันพุธนี้

นอกจากคดีล่าสัตว์แล้ว ในต้นปี 2561 นายเปรมชัย ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้านและนำมาสู่การถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการครอบครองงาช้างแอฟริกา และปืนที่ไม่มีใบอนุญาต ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม 2562 ศาลพิพากษายกฟ้องในคดีงาช้าง เนื่องจากนายเปรมชัยยืนยันได้ว่า งาช้าง 2 คู่ที่พบในบ้านเป็นงาช้างไทยที่ได้รับเป็นมรดก ไม่ใช่งาช้างแอฟริกาซึ่งผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบัน คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ สำหรับคดีครอบครองปืนไรเฟิลผิดกฎหมาย วันที่ 11 สิงหาคม 2563 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัยเป็นเวลา 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา และปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการฎีกา

และการที่นายเปรมชัย และพวกพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เมื่อครั้งถูกควบคุมตัวหลังจากล่าสัตว์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นำไปสู่การดำเนินคดีนายเปรมชัย กระทั่งวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ศาลอุทธรณ์คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัย 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ปัจจุบัน คดีอยู่ระหว่างการฎีกา

ผลกระทบต่ออิตาเลียนไทย

นายเปรมชัย ปัจจุบันอายุ 67 ปี ก่อนมีคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล่าเสือดำ เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหาร และกรรมการผู้จัดการของบริษัท อิตาเลียนไทย และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทกว่า 628 ล้านหุ้น หรือ 11.90 เปอร์เซ็นต์ รวมมูลค่า 1.34 พันล้านบาท โดยนายเปรมชัย รับช่วงบริหารบริษัทต่อจาก นายชัยยุทธ กรรณสูต บิดาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2497

ปัจจุบัน บริษัท อิตาเลียนไทย มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 1.12 แสนล้านบาท ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 บริษัทได้ประกาศว่า นายธรณิศ กรรณสูต บุตรชายวัย 32 ปีของนายเปรมชัยได้เข้ารับตำแหน่ง ประธานบริหารบริษัท แทนนายเปรมชัยแล้ว

หลังจากถูกจับกุม และดำเนินคดีล่าเสือดำ นายเปรมชัย และบริษัท อิตาเลียนไทย ถูกวิพากษ์-วิจารณ์อย่างหนักจากสังคมในหลายประเด็น โดยอิตาเลียนไทย เคยต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 1.7 แสนบาทในเดือนมีนาคม 2561 เนื่องจากมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตพบว่า บริษัทในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้ตัดต้นไม้ซึ่งปลูกอยู่บนทางเท้าริมถนนพหลโยธิน โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรุงเทพมหานครล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นความผิด

ปีเดียวกันนั้น มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า นายเปรมชัย ครอบครองที่ดินหลายแปลงในพื้นที่ อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยที่ดินดังกล่าว ถือครองในชื่อของบริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต่อมาในเดือนเมษายน 2561 ที่ดินผืนนั้นถูกยึด และนำไปสู่การดำเนินคดีอาญา ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าภูหมี ภูขี้นาค กระทั่ง ปี 2563 บริษัท ซี.พี.เค. ได้ยื่นเรื่องต่อรัฐเพื่อขอใช้พื้นที่ซึ่งเคยถูกยึด แต่ถูกประชาชนในพื้นที่ยื่นเรื่องคัดค้าน แผนการดังกล่าวจึงหยุดไป

ในปี 2561 ยังมีการรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการดำเนินโครงการร่วมกับบริษัท อิตาเลียนไทย จนกว่าคดีของนายเปรมชัยจะถึงที่สิ้นสุด หรือนายเปรมชัยจะลาออกจากตำแหน่งบริหารด้วย

ในวันพุธนี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การลงโทษจำคุกนายเปรมชัย ไม่ได้มีผลกระทบต่อการบริหารบริษัทแต่อย่างใด เพราะได้แต่งตั้งนายธรณิศ ให้รักษาการประธานบริหารไปก่อนหน้านี้แล้ว

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช ในกรุงเทพฯ ร่วมรายงาน

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง