ป.ป.ช. มีมติให้ยึดทรัพย์ สารวัตรโจ้ 1,358 ล้าน

วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
2022.11.14
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ป.ป.ช. มีมติให้ยึดทรัพย์ สารวัตรโจ้ 1,358 ล้าน พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล ถูกควบคุมตัวออกจากกองกำกับการตำรวจปราบปราม ในกรุงเทพ หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวการมอบตัว วันที่ 26 สิงหาคม 2564
เอเอฟพี

ในวันจันทร์นี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด อดีตพันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “สารวัตรโจ้” ว่าร่ำรวยผิดปกติ และให้ยึดสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 1,358 ล้านบาทเป็นของแผ่นดิน

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด อดีต พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ และเสนออัยการสูงสุดให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

“จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า รายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคาร ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัย รถยนต์ และเงินที่ใช้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน ได้มาโดยไม่สัมพันธ์กับรายได้ และเกินกว่าฐานะและรายได้ที่ได้รับจากราชการจะพึงมี จึงเป็นกรณีที่พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล ร่ำรวยผิดปกติ ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561” เอกสารข่าวแจกจาก ป.ป.ช. ระบุ              

“ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ยึดทรัพย์สิน” เนื้อความในข่าวแจกกล่าวเพิ่มเติม

สำหรับทรัพย์สินนั้น ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคาร A ประเภทสะสมทรัพย์ ชื่อบัญชีนายธิติสรรค์ อุทธนผล รวมเป็นเงิน 1,197,694,152.48 บาท, บัญชีเงินฝากธนาคาร A ประเภทสะสมทรัพย์ ชื่อบัญชีนายธิติสรรค์ อุทธนผล รวมเป็นเงิน 11,542,450 บาท, บัญชีเงินฝากธนาคาร B ชื่อบัญชี นายธิติสรรค์ อุทธนผล รวมเป็นเงิน 34,577,170 บาท, ที่ดินจำนวน 4 แปลง และบ้านพักอาศัย จำนวน 2 หลัง ตำบลบางชัน อำเภอคลองสามวา กรุงเทพมหานคร รวมมูลค่า 54,150,000 บาท, รถยนต์ 15 คัน ได้แก่ยี่ห้อปอรเช่, ออดี้, เบ๊นซ์, โฟล์คสวาเก้น และฟอร์ด มูลค่ารวม 6,190,000 บาท และเงินค่าเช่าซื้อรถยนต์ จำนวน 13 คัน ได้แก่ยี่ห้อ ลัมโบกินี, บีเอ็มดับบลิว, ปอร์เช่ ฟอร์ด, เบนท์ลีย์ และ เฟอร์รารี่ มูลค่ารวม 53,967,978.32 บาท

ป.ป.ช. ระบุว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า รายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคาร, ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัย, รถยนต์ และเงินที่ใช้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน ได้มาโดยไม่สัมพันธ์กับรายได้ และเกินกว่าฐานะและรายได้ที่ได้รับจากราชการจะพึงมี จึงเป็นกรณีที่ พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล ร่ำรวยผิดปกติ ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวม 32 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,358,121,750.80 บาท

ปัจจุบัน สารวัตรโจ้กับพวกอีก 5 คน ถูกจำคุกเพราะใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะและทรมาน นายจิระพงษ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 โดยจำเลยได้เรียกเงินสินบนจากจิระพงษ์ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี (มีจำเลยอีกหนึ่งคนถูกสั่งจำคุก 5 ปี 4 เดือน เพราะจำเลยทั้งหมดรับข้อเท็จจริงบางส่วน)

ในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ตัดสินจำคุกจำเลยทั้ง 6 คนตลอดชีวิต  โดยที่มารดาของสารวัตรโจ้ได้ยื่นถอนการขออุทธรณ์คดีในเวลาต่อมา เพราะสารวัตรโจ้ยอมรับผิดและขอชดใช้กรรม

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 

ทั้งนี้ หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแม้แต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังรับเรื่องไว้พิจารณาการที่ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ผู้ถูกกล่าวหา ขอเบิกจ่ายเงินสินบนรางวัลจากกรมศุลกากร กรณีจับกุมรถยนต์ลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย เป็นกรณีความปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการต่อไปอีกด้วย

ในระหว่างที่รับราชการในจังหวัดนราธิวาส ในปี 2554 ถึง 2560 พ.ต.อ. ธิติสรรค์ จับกุมรถยนต์นำเข้าผิดกฎหมายถึง 368 คัน ซึ่งนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจับกุมแต่ละคันจะได้รับส่วนแบ่งรางวัลนำจับประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ โดยกรมศุลกากรได้นำรถ 363 คัน ออกประมูลได้เงินถึงหนึ่งพันล้านบาท แต่ไม่ได้ระบุถึงสินบนนำจับที่สารวัตรโจ้ได้รับ

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง