Follow us

โป๊ปฟรานซิส จะเข้าเฝ้าในหลวง ร.10 เมื่อเสด็จเยือนไทย

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพ
2019-10-02
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อ่านประกาศการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของโป๊ปฟรังซิส ซึ่งจะเข้าเฝ้าในหลวง ร.10 ด้วย  วันที่ 13 กันยายน 2562
พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อ่านประกาศการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของโป๊ปฟรังซิส ซึ่งจะเข้าเฝ้าในหลวง ร.10 ด้วย วันที่ 13 กันยายน 2562
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันพุธนี้ สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวประกาศว่า ในการเสด็จเยือนประเทศไทยของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2562 นี้ จะเสด็จเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  เสด็จเยี่ยมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก  และพบปะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการ สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวแก่สื่อมวลชนในการแถลงข่าวที่จัดขึ้นที่สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ถนนนนทรี กรุงเทพฯ ในตอนบ่ายวันนี้ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะออกเดินทางจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี ถึงสนามบินกองทัพอากาศ (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.30 น.

มงซินญอร์ ดร.วิษณุ กล่าวว่า ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 จะมีพิธีต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส อย่างเป็นทางการ ณ ลานทำเนียบรัฐบาล และเสด็จพบปะบุคคลสำคัญต่างๆ ในประเทศไทย

“วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน… โอกาสเข้าเฝ้าส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ณ พระบรมมหาราชวังอัมพรสถาน แล้วก็จะจบวันด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือที่เราเรียกว่าพิธีมิสซา สำหรับปวงชนชาวไทย ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย” มงซินญอร์ ดร.วิษณุ กล่าว

“พบปะกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริเวณห้องรับรองห้องงาช้าง หลังจากนั้น ก็จะมีการเสวนากัน แล้วก็มีพบปะกับคณะรัฐบาล รวมทั้ง ข้าราชการ และ คณะทูตานุทูต จะกล่าวปราศรัย หลังจากนั้นเสด็จไปเสวนากับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ระบุ

ถัดมาในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 จะพบปะกับคณะบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต ผู้เตรียมตัวเป็นบาทหลวง ผู้ฝึกหัด ครูคำสอนภายในวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร อ.สามพราน จ.นครปฐม จากนั้น พบปะกับบรรดาบิชอปของไทย และสหพันธ์บรรดาบิชอปแห่งเอเชีย (FABC) ณ สักการะสถานบุญราศีนิโคลัส บุญเกิด กฤษบำรุง และพบปะส่วนพระองค์กับสมาชิกของคณะนักบวชเยซุอิต ที่สังกัดในประเทศไทย ภายในห้องด้านหลังสักการะสถาน  เสด็จมายังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพบปะผู้นำคริสตชนต่างนิกาย และผู้นำหรือผู้แทนผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ในประเทศไทย พร้อมกับบรรดาผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ และนิสิต นักศึกษา

ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 จะมีพิธีการอำลาส่งเสด็จ ณ สนามบินกองทัพอากาศ (กองบิน 6) ก่อนที่เครื่องบินจะออกจากสนามบินกองทัพอากาศ เวลา 09.00 น. เพื่อไปยังสนามบินโตเกียว-ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 17.40 น.

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ 266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เฮ มาริโอ เบร์โกกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และประกาศนียบัตรสาขาวิชาปรัชญา จากวิทยาลัยมักซิโม ซานโฮเซ ทรงเป็นอาจารย์วิชาวรรณกรรมและจิตวิทยาที่ วิทยาลัยอินมาคูเลด้า และเดล ซัลวาดอร์ ก่อนถวายพระองค์เป็นนักบวชบาทหลวงในคณะแห่งพระเยซูเจ้า

ก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญจอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา ให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอป แห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส และต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี 2544

ต่อมาในภายหลังที่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์  เมื่อปี 2556 จึงทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัล ในการประชุม “คอนเคลฟ (conclave)” ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2556 ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรานซิสกัส ผู้ถือความยากจน สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานว่า มิชชันนารีคณะโดมินิกันได้เข้าสู่ประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งแต่ปี 2054 และได้ตั้งรากฐานอย่างมั่นคงถาวร เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 ทรงสถาปนามิสซังสยามขึ้น (Apostolic Vicariate of Siam) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2212 ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรคาทอลิกจำนวน 388,468 คน และมี 11 เขตศาสนปกครอง (มิสซัง)  ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นการเยือนไทยของพระสันตะปะปาในรอบ 35 ปี

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ