สมบัติ ทองย้อย การ์ดคณะราษฎร รับทราบข้อหา ม.112

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2020-12-15
Share
สมบัติ ทองย้อย การ์ดคณะราษฎร รับทราบข้อหา ม.112 ผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยชูสามนิ้ว ขณะเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในกรุงเทพฯ วันที่ 10 ธันวาคม 2563
เอเอฟพี

ในวันอังคารนี้ นายสมบัติ ทองย้อย การ์ดคณะราษฎร ได้เข้ารับทราบข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆแล้ว โดยยืนยันว่า การกระทำของตนเองเป็นการวิพากษ์-วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับคนทั่วไป และการดำเนินคดีจะไม่ทำให้ตนเองหยุดการเคลื่อนไหว ด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่า มีประชาชนถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 26 คน ใน 17 คดี นับตั้งแต่มีการชุมนุมในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

นายสมบัติ ทองย้อย การ์ดคณะราษฎร ได้เดินทางไปยัง สน.ทุ่งมหาเมฆในเวลาประมาณ 10.00 น. หลังจากได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อหาที่อาจเข้าข่ายความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ออกมาเมื่อวานนี้

สิ่งที่ผมทำ มันไม่น่าจะผิด เพราะเป็นการวิจารณ์แบบทั่ว ๆ ไป เหมือนที่คนทั่วไปก็ทำ และเคยถูกพูดในที่สาธารณะอยู่แล้ว สำหรับผม ผมมองว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะ มาตรา 112 จริง ๆ แล้ว ตามมาตรฐานกฎหมาย ผู้ที่เป็นเจ้าทุกข์ต้องมาเป็นผู้แจ้งความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่คดี 112 เป็นลักษณะของคนที่ไม่ใช่เจ้าทุกข์ แต่สามารถมาร้องทุกข์แทนเจ้าทุกข์ได้ ซึ่งถ้าหากไม่พอใจใคร ก็ใช้กฎหมายเอาผิดเขาได้ มันไม่แฟร์กับผู้ถูกร้อง” นายสมบัติ กล่าวอิงตามเอกสารข่าวที่เผยแพร่โดยศูนย์ทนายฯ

ปัจจุบัน ผมถูกแจ้งข้อหา คดี พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จากการชุมนุมวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ราชประสงค์ ของ สน. ลุมพินี, พ.ร.บ. ชุมนุมฯ ของ สน.พญาไท จากการชุมนุมที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 8 พฤศจิกายน และ สน. ทุ่งมหาเมฆ คดี 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดนคดี ผมคงไม่หยุดเคลื่อนไหว เพราะ คดีก็มีทนายความดูแล ส่วนตัวผมจะยังเคลื่อนไหว ตราบใดที่ยังเคลื่อนไหวได้ สำหรับผมเองถือว่า ยังโดนคดีน้อยกว่าน้อง ๆ แกนนำคนอื่น” นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติม

ต่อคดีนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า คดีของนายสมบัติ มีผู้กล่าวหา คือ นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง โดยแจ้งความต่อ สน. ทุ่งมหาเมฆ มี พ.ต.ท.ประจํา หนุนนาค รองผู้กํากับการ (สอบสวน) และพ.ต.ต.คณศร นักเรียน สารวัตร (สอบสวน) เป็นผู้ออกหมายเรียกลงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 โดยระบุว่า นายศรายุทธ ฟ้องร้องครั้งนี้ สืบเนื่องจากเห็นว่า ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสมบัติ 3 ข้อความ ซึ่งเขียนขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม และ 2 พฤศจิกายน 2563 อาจเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งนี้ หลังรับทราบข้อกล่าวหา นายสมบัติได้ปฏิเสธการลงลายมือชื่อในเอกสารการแจ้งข้อกล่าวหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติม ภายใน 30 วัน โดยเจ้าพนักงานได้ปล่อยตัวนายสมบัติ และนัดส่งสำนวนให้อัยการ ในวันที่ 22 มกราคม 2563 ในเวลา 10.00 น.

การชุมนุมของราษฎร ครั้งล่าสุดจัดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 2563 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เป็นการจัดเสวนา และนิทรรศการ “ยกเลิก 112 สิแล้วเราจะเล่าให้ฟัง” รวมถึงผู้ชุมนุมยังได้มีการเดินเท้าไปยื่นหนังสือต่อสหประชาชาติเกี่ยวกับการใช้ กฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง และมีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิคนพิการ ที่หน้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ประชาชนในนามคณะราษฎรชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา โดยข้อเรียกร้องหลักคือ การให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามปราบปรามการชุมนุมของผู้เห็นต่างจากรัฐบาลด้วยกฎหมาย โดยนับแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2563 มีประชาชนอย่างน้อย 90 ราย ถูกควบคุมตัวระหว่างการต่อต้านรัฐบาล และมีการพยายามสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และแก๊สน้ำตาอย่างน้อย 3 ครั้ง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า การ์ดของผู้ชุมนุมใช้อาวุธปืนยิงกันเอง และทำร้ายกันเองอีกด้วย

โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีการชุมนุมในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 26 คน ใน 17 คดี โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมถูกดำเนินคดีทั่วประเทศ อย่างน้อย 119 คดี (รวมคดี ม.112) มีผู้ถูกดำเนินคดี 220 คน ในนั้นมีเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ถูกดำเนินคดี 5 รายจาก 7 คดี

ผู้ที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดคือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ถูกดำเนินคดี 29 คดี ในนั้น เป็น ม.112 อยู่ 7 คดี นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์ ถูกดำเนินคดีรวม 16 คดี, นายอานนท์ นำภา ถูกดำเนินคดีรวม 14 คดี ในนั้นเป็น ม.112 อยู่ 3 คดี, น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง ถูกดำเนินคดีรวม 12 คดี ในนั้นเป็น ม.112 อยู่ 2 คดี และนายภาณุพงษ์ จาดนอก หรือไมค์ ถูกดำเนินคดีรวม 12 คดี ในนั้นเป็น ม.112 อยู่ 2 คดี

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ