แม่ไผ่-เพนกวิน-รุ้ง พบอุปทูตสหรัฐฯ ร้องช่วยกดดันไทยปล่อยตัวนักกิจกรรมคดี ม.112

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
กรุงเทพฯ
2021-03-19
Share
แม่ไผ่-เพนกวิน-รุ้ง พบอุปทูตสหรัฐฯ ร้องช่วยกดดันไทยปล่อยตัวนักกิจกรรมคดี ม.112 นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน รับดอกไม้จากผู้สนับสนุน ขณะประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัวลูกชายและนักกิจกรรมทั้งหมด ที่ถูกจับกุมในคดีมาตรา 112 ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ วันที่ 10 มีนาคม 2021
รอยเตอร์

ในวันศุกร์นี้ กลุ่มมารดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ได้เข้าพบ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อขอร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ช่วยกดดันรัฐบาลไทย อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมทางการเมือง 12 คน ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีกฎหมายอาญา ม.112 ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า นักกิจกรรมที่ถูกฝากขังมีสุขภาพดีและปลอดภัย โดยอาจจะมีการฟ้องผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับกรมราชทัณฑ์

เมื่อเวลา ประมาณ 10.00 น. คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) นำโดย รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำนางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของนายจตุภัทร์, นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ และมารดา น.ส. ปนัสยา (สงวนชื่อและนามสกุล) เข้าพบและยื่นหนังสือต่อนายไมเคิล พร้อมทั้งได้พูดคุยเป็นระยะเวลา 20 นาที

“เรามาแจ้งให้ทูตฯ สหรัฐอเมริกา ทราบถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ว่ามันเกิดขึ้นยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ชุมนุม ปัจจุบัน กำลังถูกฟ้องข้อหา และดำเนินคดีมาตรา 112 เราให้ข้อมูลไปว่า ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศิจกายน ปีที่แล้ว ถึงตอนนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อหา ดำเนินคดี 73 คน ใน 63 คดี แล้วตอนนี้ถูกควบคุมตัวไป 18 คน มีเพียงแค่ 6 คนได้รับประกันตัว ส่วนอีก 12 คนไม่ได้รับการประกันตัว” รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว

“พบกับท่านทูต ใช้เวลาประมาณ 20 นาที… เรามาที่นี่ เพราะประเทศสหรัฐอเมริกาโดยพื้นฐานสนับสนุนประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิในการแสดงออกของประชาชน เป็นประเทศที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรม… ในการที่จะเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว เพราะจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้าการพิพากษายังไม่ถึงที่สุด… ยังให้ช่วยรณรงค์แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมาย มาตรา 112 เพราะกฎหมายฉบับนี้มันมีความล้าหลัง และมันถูกตีความและบังคับใช้อย่างอำมหิตเป็นอย่างมาก” รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว ระบุ

ด้าน นางพริ้ม ระบุว่า “เราเห็นว่า มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เรามีสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เราก็อยากให้ไทยเป็นสากล บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ในเมื่อศาลยังไม่ตัดสิน ก็ควรให้เขาออกมาสู้คดี”

ขณะเดียวกัน นางสุรีย์รัตน์ กล่าวหลังการเข้าพบนายไมเคิล ระบุว่า ต้องการให้นานาประเทศช่วยเหลือในการปล่อยตัวชั่วคราวบุตรของพวกตนเอง

“ก็มาบอกความจริงกับท่านทูต ให้ท่านได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกพวกเราทั้งหลาย อยากให้ท่านช่วยดู กฎหมายไทยบางมาตรา แต่กฎหมายนี้มันไม่เป็นสากล ก็อยากให้สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่น ๆ ช่วยพวกเราด้วย” นางสุรีย์รัตน์ กล่าว

โดยหลังการพบปะกับมารดานักกิจกรรม สถานทูตสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า “อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต ไมเคิล ฮีธ พบกับมารดาของนักเคลื่อนไหว 3 คน ที่กำลังถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ โดยเป็นการพบปะกันตามคำขอของพวกเธอ ซึ่งได้แสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับบุตรของพวกเธอ”

“อุปทูตฮีธ และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ คนอื่น ๆ ได้พบปะกับชาวไทยในหลากหลายภาคส่วนอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล เจ้าหน้าที่ทหาร นักธุรกิจ นักวิชาการ หรือผู้นำเยาวชน ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงเป้าหมาย ความกังวล และประเด็นที่ชาวไทยให้ความสำคัญ การพบปะกันเช่นนี้สะท้อนถึงงานหลักของเจ้าหน้าที่การทูต อันได้แก่ การแสวงหาความเข้าใจเกี่ยวกับมุมมองที่กว้างขวางในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง และอื่น ๆ ของพลเมืองในประเทศที่ประจำการอยู่” แถลงการณ์ ระบุ

โดยนอกจากจะเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แล้ว มารดานักกิจกรรมยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่ สถานเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลระหว่างประเทศช่วยพูดคุยกับรัฐบาลไทย เพื่อให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมทั้ง 12 คน ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการต่อสู้คดี ม.112 โดยหากไม่ปล่อยตัว อย่างน้อยที่สุดก็ให้รับประกันความปลอดภัยของนักกิจกรรมที่อยู่ภายในที่คุมขัง และขณะเดียวกัน ให้ช่วยเรียกร้องเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ม.112

การเรียกร้องครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอานนท์ นำภา หนึ่งในจำเลยคดี ม.112 ซึ่งถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เขียนหนังสือร้องต่อศาลอาญาว่า ในช่วงกลางดึกของวันจันทร์ต่อเนื่องวันอังคาร เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พยายามที่ย้ายตัว 7 ผู้ต้องหาทางการเมืองออกจากแดนที่คุมขังในเวลาดึก โดยอ้างว่าเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามเนื่องจากเกรงว่า จะได้รับอันตราย เพราะเคยมีกระแสข่าวว่ามีคำสั่งให้ทำร้ายผู้ถูกฝากขังคดี ม.112

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จำเลยและผู้ต้องหาคดี ม.112 จากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถูกควบคุมตัวระหว่างการพิจารณา และสอบสวนจำนวน 12 คนประกอบด้วย 1. นายจตุภัทร์ 2. นายพริษฐ์ 3. น.ส.ปนัสยา 4. นายอานนท์ 5. นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์) 6. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ 7. นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม (หมอลำแบงค์) ซึ่งถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงใน วันที่ 19-20 กันยายน 2563

8. นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ (แอมมี่) 9. นายพรหมศร วีระธรรมจารี (ฟ้า) ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 10. นายอนุชา (สงวนนามสกุล) 11. นายพรชัย (สงวนนามสกุล) ซึ่งทั้งคู่ถูกดำเนินคดีจากการเขียนข้อความบนอินเทอร์เน็ตพาดพิงสถาบันกษัตริย์ และ นายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) ซึ่งถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ อั้งยี่และซ่องโจร แต่เป็นผู้ต้องหาคดี ม.112 ด้วย

รมว. ยุติธรรม : เพนกวินและทุกคนสุขภาพดีและปลอดภัย

สืบเนื่องจากการประกาศอดอาหารประท้วงกระบวนการยุติธรรม ของนายพริษฐ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยผ่าน เอกสารข่าวกรมในวันศุกร์นี้ระบุว่า กรมราชทัณฑ์ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง

ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องขัง เพื่อสังเกตอาการ และป้องกันการทำร้ายตัวเอง... ปัจจุบันนายพริษฐ์ ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำหวาน นม โอวัลติน ส่วนผลการตรวจสุขภาพ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 พบว่า ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ” นายธวัชชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยข้อมูลของ นายอานนท์ ในวันอังคารที่ผ่านมา ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ ได้จัดแถลงข่าวที่กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นักกิจกรรมทุกคนที่ถูกควบคุมตัว ยังสุขภาพดี โดยหากมีการแก้กฎหมายให้เปิดเผยภาพผู้ถูกควบคุมตัวได้ก็จะมีการนำภาพมาเปิดเผยในอนาคต

“ในส่วนของผู้ต้องขังที่ฝากขังอยู่ ก็โพสต์ออกมาจะมีคนอื่นทำให้ หรือทำเองก็เป็นที่วิพากษ์-วิจารณ์กัน และสุขภาพร่างกายเสียหายอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น… ยืนยันว่า น้อง ๆ ทั้งหลาย อยู่ในนั้นปลอดภัย สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะอดข้าว แต่ก็ไม่ได้อดน้ำ ไม่ได้อดนม ร่างกายก็ยังแข็งแรงสมบูรณดี” นายสมศักดิ์ กล่าว

“ทุกครั้งถ้ามีการถูกควบคุมตัว ก็จะมีข่าวออกมาว่าถูกทำร้าย ผมก็เคยไปพบผู้ที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา มันก็มีลักษณะนี้ออกมาเรื่อย ๆ ก็เป็นเทคนิควิธีการของการทำงานแต่ละฝ่าย.. ถ้าเป็นการใส่ร้ายส่วนราชการเสียหาย ก็คงรักษาสิทธิ.. เพื่อรักษาสถานภาพของตัวเองไว้” นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

การชุมนุมของกลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 ที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดการชุมนุมในลักษณะใกล้เคียงกันหลายครั้งในหลายจังหวัด โดยมี 3 ข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วย 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่ง 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3. ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ ในการชุมนุมบางครั้งมีการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดย น.ส. พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายฯ ระบุว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 382 ราย จากอย่างน้อย 223 คดี ตามข้อมูลในวันที่ 3 มีนาคม 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 73 ราย ใน 63 คดี โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดคือ นายพริษฐ์ 19 คดี, นายอานนท์ 12 คดี, น.ส.ปนัสยา 9 คดี และนายภาณุพงศ์ 8 คดี

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ