เพนกวินถอนทนาย ไม่ยอมรับกระบวนศาล คดีม็อบเฟส ม.112

เพนกวินถูกปฏิเสธประกันครั้งที่ 11 ไม่มีโอกาสหาพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดี
นนทรัฐ ไผ่เจริญ และคุณวุฒิ บุญฤกษ์
กรุงเทพฯ
2021-04-19
Share
เพนกวินถอนทนาย ไม่ยอมรับกระบวนศาล คดีม็อบเฟส ม.112 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ขณะปราศรัยในการชุมนุม บนรถบรรทุก ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 ในกรุงเทพฯ วันที่ 29 พ.ย. 2563
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันจันทร์นี้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน กล่าวแก่ศาลอาญา ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานคดีจัดกิจกรรม ม็อบเฟส 14-15 พฤศจิกายน 2563 ข้อหา ม.112 และ ม. 116 ว่า ขอถอนทนายความ และไม่ร่วมกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะไม่ได้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี ด้าน นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ กล่าวว่า บุตรชายน้ำหนักลดลงกว่า 20 กิโลกรัมหลังอดอาหารมาแล้ว 35 วัน เพื่อประท้วงการไม่ได้ประกันตัว ด้านนักวิชาการชี้ ผู้ต้องหายังถือว่าบริสุทธิ์ ควรได้สิทธิประกันตัว

นายพริษฐ์ ได้รับการเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ มายังศาลอาญาในช่วงเช้าเพื่อเข้าฟังการตรวจสอบพยานหลักฐานตามนัด ในคดีจัดกิจกรรมม็อบเฟสเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน โดยนายพริษฐ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยืนฟ้องเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวหลังกระบวนการในศาลระบุว่า นายพริษฐ์ ได้ปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม หลังจากไม่ได้สิทธิประกันตัว ทำให้ต้องอยู่ในเรือนจำมาแล้วเป็นเวลา 71 วัน

“เพนกวินก็แถลงต่อศาลว่า เนื่องจากเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีนี้ ไม่ได้สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ไม่มีโอกาสไปแสวงหาพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีได้เต็มที่ เขาขอไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม… ก็ให้โจทก์สืบพยานไป แล้วขอถอนผมจากทนายคนอื่น ๆ อีกสองคน ออกจากการเป็นทนายความ  โดยให้เหตุผลว่า หากมีทนายความไป ก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้” นายกฤษฎางค์ กล่าว

“ศาลเบิกตัวคุณพริษฐ์ นั่งรถเข็นมา ศาลก็อนุญาตให้พ่อแม่กับเพื่อนที่เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์มาพูดกัน เพราะว่า เพนกวินเขามีปัญหาเรื่องการเรียน เพราะไม่ได้เข้ามาสอบ อาจจะต้องถึงกับถูกรีไทร์… วันนี้ อัยการแถลงสืบพยานทั้งหมด 32 ปาก ประมาณ 9 นาย เพนกวินถ้าติดคุก ติดไม่ต่ำกว่า 50 ปี ตามกฎหมาย ในคดีนี้นะ เฉพาะคดีนี้ จำเลยก็อาจจะอยู่ไม่ถึงวันนั้น หรืออาจจะอยู่แล้วไม่ได้ฟัง ไม่สนใจใยดี” นายกฤษฎางค์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ กล่าวหลังได้พบบุตรชายในศาลว่า ตนเองมีความเป็นห่วงสุขภาพของบุตรชาย เนื่องจากนายพริษฐ์ดูอ่อนแรงกว่าปกติมาก

“ดูว่าเขาผอมลง นี่น้ำหนักลดไปเกือบ 20 กิโลกรัม แล้วนะ หลัง ๆ ไม่ถึงอาทิตย์สายน้ำเกลือหลุดจากแขน 2-3 รอบแล้ว แขนพรุนจนแทบจะไม่มีเส้นแล้ว เขาคุยกับศาล มือเขาสั่น วันนี้เขาต้องมานั่งคิด โต้ตอบกับศาล เขาคงหมดแรงจริง ๆ แต่ว่า เธอ (นายพริษฐ์) ทำเป็นว่าเธอเข้มแข็ง เธอแข็งแรงไม่ให้เราเป็นห่วง แต่เรารู้ได้ว่า สภาพเขามาด้วยรถเข็น น้ำเกลือ ไม่สามารถพยุงตัวเองอะไรได้” นางสุรีย์รัตน์  กล่าว

“ตอนได้พบลูกก็ดีใจเนาะ เพราะไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ไม่เคยได้เจอกันตัวเป็น ๆ แบบที่มานั่งเจอ มานั่งคุย ก็สังเกต เขาเป็นยังไงบ้าง สุขภาพเขาเป็นยังไง วันนี้เขาได้เจอทั้งพ่อแม่น้อง สดชื่น เวลาเขาเจอคนอื่น คนข้างนอกเป็นสิ่งที่ชื่นชูจิตเขา” นางสุรีย์รัตน์ กล่าวเพิ่มเติม

ในวันเดียวกัน ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่า นางสุรีย์รัตน์ ได้ยืนขอปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์ เป็นครั้ง 11 ด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท เนื่องจากเห็นว่าบุตรชายมีสุขภาพทรุดโทรมเข้าขั้นอันตราย และขอนำตัวนายพริษฐ์ไปรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ศาลได้ปฏิเสธที่จะคำขอดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนคำสั่งเดิม ทั้งนี้ ศาลยังมิได้ระบุวันนัดพิจารณาครั้งต่อไป

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 หลังจากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ในคดีม็อบเฟส และการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2564 และศาลได้รับฟ้องและไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า กลัวนายพริษฐ์จะกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายพริษฐ์ ได้ประกาศระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานในศาลว่า ตนเองจะอดอาหาร จนกว่าจะศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว โดยในคดีเดียวกันกับเพนกวินนั้น มีผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำอีกหลายราย เช่น น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายอานนท์ นำภา, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายภานุพงษ์ จาดนอก หรือไมค์ รวมถึงจำเลยรายอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ทนายความและครอบครัวพยายามยื่นขอประกันตัวนายพริษฐ์ และจำเลยรายอื่น ๆ แต่ศาลได้อนุญาตให้ประกันเพียง นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ รายเดียว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 โดยมีเงื่อนไขไม่ให้ร่วมการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และห้ามพูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ขณะที่จำเลยรายอื่น ๆ ปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้ยังไม่เคยได้รับการประกันตัว

คดีของนายพริษฐ์ เป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมโดยกลุ่มประชาชน ที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” ที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 ที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดการชุมนุมในลักษณะใกล้เคียงกันหลายครั้งในหลายจังหวัด โดยมี 3 ข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วย 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่ง 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3. ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ด้วยในการปราศรัยมีการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้ มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 86 ราย ใน 79 คดี และมีผู้ที่ถูกควบคุมตัวจากคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างน้อย 20 ราย ตามการเก็บข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนนำโดยกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จัดกิจกรรม “ยืนหยุดขัง 112 นาที” ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังคดีการเมือง ก่อนที่จะเกิดกิจกรรมลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ เช่น ลานสามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ หรือหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยล่าสุด กิจกรรมเปลี่ยนรูปแบบ โดยลดเวลาการยืนเหลือ 1 ชั่วโมง 12 นาที เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ไผ่ ดาวดินเป็นเพื่อนผม ไม่มีทางอื่นที่จะช่วยได้มากกว่านี้ กิจกรรมที่พอทำได้ เราไม่ถนัดปราศรัย กิจกรรมนี้ถือเป็นสันติวิธิ รู้สึกว่ามันเงียบกว่าปกติ เรื่องคนที่ติดคุก อยากให้สังคมช่วยกระจายข่าวบ้าง และตำรวจควรจะให้ความเห็นกับศาลว่า ควรให้ประกันจำเลย เพราะเขาไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี ที่ผ่านมาก็มาตามนัด ศาลเองก็ควรจะมีสามัญสำนึกว่า เขายังไม่เป็นผู้กระทำผิด ควรได้ออกมาปรึกษาทนาย รัฐควรจะทำความเห็นได้ไหมว่า ไม่ควรจะจับเขาขัง เพราะคนเหล่านี้ไม่มีพฤติกรรมที่กระทบต่อคดี และในอนาคตก็อยากให้ยกเลิก ม.112” นายสมานฉันท์ พุทธจักร หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมยืนหยุดขัง ที่จังหวัดขอนแก่น กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

นายซาไล บาวี นักวิชาการสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ว่า ตอนนี้เป็นช่วงที่กระบวนการยุติธรรมไทยถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากในและนอกประเทศ เพราะการคุมขังผู้ต้องหาที่ยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าทำความผิดนั้น ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างรุนแรง

“เรื่องนี้มันผิดตั้งแต่แรกแล้ว เพนกวิน และคนอื่น ๆ ยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าทำผิด จึงต้องไม่แยกพวกเขาไปอยู่แดนนักโทษเด็ดขาด มันผิดต่อทั้งหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น เราจะเห็นว่าเพนกวินและรุ้งก็อดข้าวประท้วง แต่ดูเหมือนว่า จะไม่ได้สร้างความกดดันอะไรให้กับระบบยุติธรรมเลย” นายซาไล กล่าว

“การถูกปฏิเสธการให้ประกันตัวถึง 11 ครั้งนี่ มันบอกถึงความไม่ใส่ใจ ไม่แยแส อะไรกับผู้ถูกกล่าวหาแล้ว มันเกินเลยกว่าการที่กระบวนการยุติธรรมจะถูกบังคับใช้ได้แล้ว ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า การอดข้าวประท้วงในเชิงสัญลักษณ์นั้น กำลังสร้างความกดดันกลับมาที่พวกเดียวกันเอง ให้ออกมาทำอะไรมากกว่านี้ ก่อนที่คนที่ถูกคุมขังจะเป็นอะไรไปเสียก่อน” นายซาไล กล่าวเพิ่มเติม

มข. ยกเลิกรับรองวีซ่านักวิชาการอเมริกัน เจ้าของวิจัยเรื่อง ม.112

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการเผยแพร่ข่าวออนไลน์ว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ทำการยกเลิกการรับรองวีซ่าทำงานของนายเดวิด สเตร็คฟัสส์ ชาวสหรัฐอเมริกา อดีตผู้อำนวยการ โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ (Council on International Educational Exchange - CIEE) และเจ้าของหนังสือ Truth on Trial in Thailand ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ม.112 ในประเทศไทย โดยอ้างว่า ผู้บริหาร มข. ได้รับการกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขอนแก่น

นายเดวิด เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า มข. ได้ยกเลิกการรับรองวีซ่าการทำงานของเขาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ทำให้วีซ่าของเขาหมดอายุลงในวันที่ 18 มีนาคม 2564 อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์นี้เขาได้ยื่นเรื่องขอต่อวีซ่ากับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภาคที่ 4 จังหวัดขอนแก่น

“ตม. ให้รอฟังผลวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ แนวทางแก้ปัญหาของผมคือ ขอวีซ่าแต่งงาน ถ้าขอไม่ได้ก็คงต้องไปอยู่สหรัฐฯ ที่ผ่านมาผมศึกษาเรื่อง ม. 112 ทำงานวิจัย เขียนบทความ และเขียนหนังสือ ซึ่งทั้งหมดเป็นความสนใจส่วนตัวของผม ผมทำโดยไม่ได้หวังตำแหน่งทางวิชาการ ผมไม่ใช่อาจารย์สอนหนังสือ ผมแค่ทำไปเพราะคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์เท่านั้นเอง ผมจะพยายามเพื่อให้ได้อยู่อีสานต่อไป เพราะที่นี่คือบ้านของผม” นายเดวิด ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 30 ปี กล่าวผ่านโทรศัพท์

ขณะเดียวกัน เบนาร์นิวส์ พยายามติดต่อไปหา พันตำรวจเอก ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เพื่อขอคำชี้แจงเรื่องนี้แล้วแต่โทรศัพท์ปิดเครื่อง ขณะเดียวกัน ยังไม่สามารถต่อต่อ มข.ได้

ยศธร ไตรยศ ในกรุงเทพฯ ร่วมรายงานข่าว

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ