ศาลตัดสินจำคุก “อัญชัญ” ข้อหาหมิ่นสถาบัน 43 ปีครึ่ง

นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2021.01.19
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
ศาลตัดสินจำคุก “อัญชัญ” ข้อหาหมิ่นสถาบัน 43 ปีครึ่ง นางอัญชัญ ปรีเลิศ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทักทายกับเพื่อนที่มาให้กำลังใจ ที่ศาลอาญา วันที่ 19 มกราคม 2563
เอพี

ในวันอังคารนี้ ศาลอาญา พิพากษาให้จำคุกนางอัญชัญ ปรีเลิศ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สูงเป็นประวัติการณ์เป็นเวลา 87 ปี แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 43 ปี 6 เดือน เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ โดยศาลชั้นต้นส่งให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ประกันหรือไม่ ทำให้นางอัญชัญถูกนำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อรอการพิจารณา 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ในเช้าวันนี้ ศาลอาญา ได้พิพากษาคดีที่นางอัญชัญ อดีตข้าราชการกรมสรรพากร เป็นจำเลยในคดี ม.112 จากการนำคลิปเสียงรายการวิทยุใต้ดินของบรรพต หรือ นายหัสดิน อุไรไพรวัน เข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นความผิด โดยนับโทษ 29 กรรม กรรมละ 3 ปี รวม 87 ปี แต่เนื่องจากนางอัญชัญ รับสารภาพจึงให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 29 ปี กับ 174 เดือน (43 ปี 6 เดือน) โดยในการอ่านคำพิพากษาเป็นการอ่านทางลับ ซึ่งไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าฟังการอ่านคำพิพากษา

น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า ศาลอุทธรณ์จะเป็นผู้พิจารณาว่า จะอนุญาตให้ประกันตัวนางอัญชัญหรือไม่

“สิ่งที่คุณอัญชัญทำคือ เอาไฟล์ลงยูทูบ และแชร์บนหน้าเฟซบุ๊ก ซึ่งในชั้นศาลเขารับสารภาพ ถูกตัดสินจำคุก 87 ปี เป็นโทษจำคุกคดี 112 ที่มากที่สุด ตั้งแต่ศูนย์ทนายฯ เคยเก็บข้อมูลมา ทนายได้ยื่นหลักทรัพย์ 1 ล้านบาทเพื่อขอประกัน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งส่งให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาคำร้อง ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 วัน ตอนนี้ คุณอัญชัญถูกคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลาง” น.ส.ภาวิณี กล่าว 

ทั้งนี้ นางอัญชัญ ปัจจุบัน อายุ 63 ปี เป็นอดีตข้าราชการกรมสรรพสามิต และแม่ค้าขายสมุนไพร ถูกควบคุมตัวที่บ้าน ในวันที่ 25 มกราคม 2558 แล้วถูกนำตัวไปควบคุมในค่ายทหาร 5 วัน ก่อนถูกกล่าวหาว่า กระทำผิด ม.112 จากการนำเข้าและเผยแพร่คลิปเสียงของบรรพต ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557-24 มกราคม 2558 โดยนายหัสดิน อุไรไพรวัน ผู้จัดรายการวิทยุดังกล่าว ถูกควบคุมตัวในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 และถูกพิพากษาว่ามีความผิด ม.112 ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี แต่เนื่องจากรับสารภาพจึงให้ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี โดยปัจจุบัน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 

นางอัญชัญ ซึ่งได้เดินทางมาฟังคำพิพากษากล่าวแก่สื่อมวลชนว่า ตอนนั้นตนเองเห็นว่ามีการแชร์กันอย่างแพร่หลาย ถึงไม่คิดว่าจะเป็นความผิด เพราะมั่นใจในตัวเองและไม่คิดให้รอบคอบ ทำให้ต้องเสียงานที่ทำมา 40 ปี อดีตตนเคยรับราชการระดับซี 8 ที่กรมสรรพากร 

ทั้งนี้ นางอัญชัญ ถูกฝากขังและจองจำในเรือนจำ ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2558 โดยไม่ได้รับการประกันตัว เนื่องจากศาลทหารระบุว่าคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี กระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ศาลทหารได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้สลากออมสินมูลค่า 500,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้นางอัญชัญถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี เป็นเวลา 3 ปี กับอีก 10 เดือนเศษ ต่อมา 19 กรกฎาคม 2562 คดีของนางอัญชัญ ถูกโอนจากศาลทหารสู่ศาลอาญา และดำเนินการตามขั้นตอน กระทั่งมีคำพิพากษาในวันนี้ 

นางอัญชัญ นับเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา/จำเลย จำนวน 14 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการจัดทำและเผยแพร่คลิปเสียงของ “บรรพต” โดยแต่ละรายถูกฟ้องแยกเป็นคนละคดีกัน ด้วยจำนวนกรรมที่ไม่เท่ากัน โดยเธอเป็นผู้ที่ถูกฟ้องร้องด้วยจำนวนกรรมมากที่สุด คือ 29 กรรม และเป็นผู้ต้องหา/จำเลยเพียงคนเดียวที่ยังต่อสู้คดีอยู่ ขณะที่คดีของคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ “เครือข่ายบรรพต” ถูกฟ้องร้องเพียง 1 กรรม รวมทั้งตัวบรรพตเอง ซึ่งเป็นผู้กล่าวคลิปเสียงต่าง ๆ ทั้งหมดให้การรับสารภาพ และถูกศาลทหารพิพากษาลงโทษระหว่าง 3-5 ปี เกือบทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว

ทั้งนี้ ผลคำพิพากษา จำคุก 87 ปีของนางอัญชัญ เป็นการทำลายสถิติ คำพิพากษาให้จำคุก 70 ปี ก่อนลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง 35 ปี ของนายวิชัย (สงวนนามสกุล) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 จากคดีที่ นายวิชัย ปลอมเฟซบุ๊กด้วยชื่อเพื่อน แล้วเขียนข้อความบนเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง เนื่องจากมีปากเสียงกัน โดยศาลนับความผิด 10 กรรม ให้ลงโทษกรรมละ 7 ปี

นักสิทธิชี้รัฐใช้ ม.112 เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง 

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์ แสดงความคิดเห็นต่อการตัดสินคดีนางอัญชัญ ในวันนี้ว่า จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่แย่ลงไป

“การพิพากษาลงโทษของศาลอย่างรุนแรงในวันนี้ เป็นที่น่าตกใจ และยังได้ส่งสัญญานที่น่าหวั่นเกรงว่า นอกจากจะไม่มีการยอมรับการพาดพิงถึงสถาบันแล้ว การกระทำดังกล่าวจะต้องถูกลงโทษอย่างถึงที่สุด ดูเหมือนว่า ทางการไทยเลือกใช้การดำเนินคดีหมิ่นสถาบัน เป็นมาตรการขั้นสุดท้าย ในการตอบโต้การประท้วงที่นำโดยเยาวชนที่ต้องการจำกัดพระราชอำนาจและให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ” นายสุณัยกล่าว 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีแนวโน้มที่จะทำให้ความตึงเครียดทางการเมืองแย่ลงไปอีก กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยไม่มีความกลัว ในทางกลับกัน พวกเขาตอบโต้กลับด้วยการวิจารณ์สถาบันโดยไม่อ้อมค้อมและแรงมากยิ่งขึ้น” นายสุณัยกล่าว 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้พิพากษาตัดสินให้จำคุก นายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน ในความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อย่างไรก็ตาม นายสิรภพไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากเคยถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา 4 ปี 11 เดือน 18 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ถึง 11 มิถุนายน 2562 ซึ่งถือว่าเกินโทษจำคุกที่ศาลพิพากษาแล้ว แต่นายสิรภพยืนยันว่า จะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ 

ส่วนในวันเสาร์ นายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล หนึ่งในสมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ที่ประท้วงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อ้างว่า ถูกกลุ่มบุคคลควบคุมตัวด้วยรถตู้จากพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วมีข่าวลือว่าถูก กอ.รมน. ควบคุมตัวไป อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย นายมงคลได้รับการปล่อยตัว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนที่ กอ.รมน. จะออกมาชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวครั้งนี้

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง