ศาลปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหารวม 9 ราย ที่ถูกจับมาในช่วงสองวันนี้

นนทรัฐ ไผ่เจริญ และ วิลาวัลย์ วัชรศักดิ์เวช
กรุงเทพฯ
2020-08-20
Share
200820-TH-protesters-released-1000.jpg นายบารมี ชัยรัตน์ (หมวกดำ) นายเดชาธร บำรุงเมือง “ฮอคกี้” (กลาง) และนายอานนท์ นำภา (ด้านขวาสุด) ให้สัมภาษณ์ที่ศาลอาญา รัชดา หลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราว วันที่ 20 สิงหาคม 2563
นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์

ในวันพฤหัสบดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ได้จับกุมผู้ร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเพิ่มอีก 5 ราย รวมทั้ง นายเดชาธร บำรุงเมือง แร็ปเปอร์ที่โด่งดังจากเพลงเสียดสีทางการเมือง “ประเทศกูมี” หลังจากที่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหารายอื่นไปแล้วจำนวน 4 ราย

ตามเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย เมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้ จากกรณีการจัดกิจกรรมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ซึ่งมีการกระทำผิดกฎหมาย ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์

เอกสารดังกล่าว ระบุชื่อผู้ต้องหาดังนี้ คือ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก, นายบารมี ชัยรัตน์, นายกรกช แสงเย็นพันธ์ (ถูกจับเมื่อวานนี้) นายทศพร สินสมบุญ, นายเดชาธร บำรุงเมือง “ฮอคกี้” นักร้องเพลงแร็ปวง Rap Against Dictatorship (RAD), นายธานี สะสม, นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ "บุ๊ค" แร็ปเปอร์วง Eleven Finger วัย 19 ปี (ถูกจับวันนี้)

ส่วนอีกรายหนึ่ง คือ นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ถูกจับเมื่อวานนี้ เพราะการขึ้นเวทีวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นี้

อย่างไรก็ตาม ในตอนค่ำของวันนี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย

“เราจะเคลื่อนไหวต่อไป เพราะเป็นทางเดียวที่เราจะเรียกร้องและแสดงออกทางเสรีภาพได้ แม้ศาลจะมีเงื่อนไขประกันว่า ห้ามเรากระทำผิดซ้ำก็ตาม ศาลจะนัดอีกครั้งวันที่ 7 ตุลาคม เรื่องประกัน” นางสาวสุวรรณา ตาลเหล็ก หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ภายหลังการถูกปล่อยตัว

ด้านนายอานนท์ กล่าวว่า ตนเองจะเดินหน้าปราศรัยต่อไปเช่นกัน

“เราจะเดินหน้าปราศรัยปกติ ถ้ามีคนติดต่อมา ศาลมีนัดพิจารณาว่าจะถอนประกันหรือไม่อีกครั้ง ในวันที่ 3 ตุลาคม สำหรับคดีแฮร์รี่ พอตเตอร์ ศาลเองไม่ได้ว่าอะไรเรื่องเงื่อนไขประกัน ผมยืนยันว่าเราทำถูกต้องแล้ว” นายอานนท์ กล่าวแก่เบนาร์นิวส์ที่ศาลอาญา

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “กลุ่มประชาชนปลดแอก” ได้จัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทรโอชา ขึ้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ให้รัฐบาลเลิกคุกคามประชาชน ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 จากนั้น ได้มีนักเรียนนักศึกษาจัดการชุมนุมในลักษณะเดียวกันในสถานการศึกษาและในพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ

บนเวทีชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาประชาชนกว่า 200 คน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นี้ นายอานนท์ ซึ่งแต่งตัวในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ยังได้ขยายข้อเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย เพื่อให้การปกครองของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างเหมาะสม

ตามเอกสารของตำรวจนครบาล ผู้ต้องหา 8 ราย (ยกเว้นนายอานนท์) ถูกแจ้งข้อหาสำคัญ คือ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุม หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคฯ เป็นต้น

ส่วนนายอานนท์ ถูกตั้งข้อหา กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ, เป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุมไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะฯ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ

นักวิชาการเชื่อสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณะบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า การจับกุมเป็นเพียงการสร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มนักศึกษา

“การจับกุมผู้ชุมนุมเป็นเรื่องการสร้างความหวาดกลัว ไม่ให้กลุ่มเยาวชนหรือนักศึกษา ออกมารวมตัวกัน ผมว่า ณ ตอนนี้อาจจะไม่ได้นำมาสู่ความรุนแรงในระยะสั้นๆ นี้ เพราะว่ามันมีทั้งข้อดีและเสียกับรัฐบาล” นายฐิติพล กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

“ส่วนหนึ่งกระตุ้นให้นักศึกษาที่ไม่กลัวออกมามากขึ้น แต่อีกส่วนนึงก็กลัวผลที่จะตามมาหากเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวนักศึกษา ผู้ปกครองก็กลัว และห้ามเยาวชนไม่ให้ออกมา เพราะกลัวสิ่งที่จะตามมา แต่ผมมองว่ามันคงไม่นำมาสู่ความรุนแรง จนมีการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับผู้ประท้วง”

เมื่อวานนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนต่างประเทศที่ถามเรื่องการรับฟังคำเรียกร้องของนักศึกษา รวมทั้งเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า

“ในเรื่องของสถาบันนั้น พวกคุณต้องเข้าใจว่าสถาบันฯ กับประเทศไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ตอบในประเด็นนี้ เพราะผมเองก็ไม่เคยก้าวล่วงต่างประเทศ ไม่เคยสนับสนุนการเมืองต่างชาติที่มาเคลื่อนไหวในประเทศไทยแล้วไปต่อต้านประเทศอื่น... ผมต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสมดุล” พลเอกประยุทธ์ กล่าว

“แม้แต่นักเรียนนักศึกษา ผมก็รับรู้ทุกข้อเรียกร้องของพวกเขา ขอร้องอย่างเดียวไม่อยากให้มาแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนเคารพนับถือ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม สื่อท้องถิ่นในกรุงเทพ ระบุว่า น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และการชุมนุมประท้วงของนิสิต นักศึกษา โดยไม่เคยคิดว่าอยู่เหนือการเมืองแต่อย่างใด และพยายามหารือทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันหาทางออก จึงได้ก่อให้มีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อสะท้อนมุมมอง ความต้องการ ว่าอยากเห็นอนาคตของตนเองและประเทศเดินไปในทิศทางใด

“ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่ได้มีการสั่งการ แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และย้ำอีกว่า นายกฯ ไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่” น.ส.ไตรศุลี ระบุ

ความเห็น (0)

ดูทุกความคิดเห็น.

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง

ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ