Follow us

เจ้าหน้าที่อายัดตัวผู้ต้องหาไทยฐานค้ามนุษย์โรฮิงญา

มารียัม ฮัฮหมัด
สงขลา
2020-06-25
อีเมล
ข้อคิดเห็น
Share
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ (เสื้อแดง) ไปยังจุดควบคุมโรค ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ก่อนการดำเนินคดีค้ามนุษย์ต่างด้าว หลังจากที่เจ้าตัวถูกเจ้าหน้าที่มาเลเซียเนรเทศกลับมา วันที่ 25 มิถุนายน 2563
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ (เสื้อแดง) ไปยังจุดควบคุมโรค ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ก่อนการดำเนินคดีค้ามนุษย์ต่างด้าว หลังจากที่เจ้าตัวถูกเจ้าหน้าที่มาเลเซียเนรเทศกลับมา วันที่ 25 มิถุนายน 2563
เบนาร์นิวส์

ในวันพฤหัสบดีนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพรมแดนสะเดา ได้อายัดตัวนายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ ชาวสะเดา ไว้เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาและเมียนมา หลังจากพ้นโทษจำคุกในข้อหาเข้าประเทศมาเลเซีย โดยผิดกฎหมาย และทางการมาเลเซียเนรเทศบุคคลรายนี้กลับประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185/1 ม.4 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีหมายจับจากศาลนาทวี คดีของ สภ.สะเดา ว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันให้ที่พักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้บุคคลนั้นพ้นการจับกุม โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.62

นายสุบัณฑิตย์ ไชยแก้ว ปลัดอำเภอสะเดา กล่าวว่า นายมูฮัมหมัด ได้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2562 โดยในขณะนั้น ทหาร ร้อย ร.5021 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.สะเดา ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนเส้นทางสายบางควาย-โคกพันตัน ม.7 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้มีรถยนต์กระบะสีฟ้า ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ ทะเบียน บร 1958 สงขลา ขับฝ่าจุดตรวจหลบหนีไป ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบรถคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร

“จากการตรวจสอบรถพบชาวโรฮิงญา 22 คน และชาวพม่า 6 คน อยู่ในรถ โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล จนสามารถติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีแล้วรวม 3 คน ส่วน นายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ หลบหนีไปได้” นายสุบัณฑิตย์ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

นอกจากนั้น จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่านายมูฮัมหมัด หมินเย๊าะ ยังมีหมายจับอีก 3 หมาย ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด นำเข้าใบกระท่อม และให้ที่พักพิงช่วยเหลือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าว เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา อีกด้วย

นายมูฮัมหมัด กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนเองได้หลบหนีไปมาเลเซีย

“ผมได้หลบหนีเข้าไปในประเทศมาเลเซียทางด่านปาดังเบซาร์ เพื่อไปตั้งหลัก โดยไปอาศัยอยู่กับคนรู้จักเป็นคนไทย ในมาเลเซีย ชื่อบังเรี๊ยะ อายุประมาณ 35 ปี ซึ่งอยู่ในขบวนที่นำแรงงานเข้าประเทศ ผมเพิ่งเข้าไปร่วมในขบวนการนี้ และลงมือทำงานได้สองสามครั้งในหน้าที่ช่วยประสานงาน จะได้ค่าแรงหัวละ 300 บาท จ่ายเมื่อแรงงานข้ามผ่านแดนไปได้แล้ว” นายมูฮัมหมัด กล่าว

นายมูฮัมหมัด กล่าวอีกว่า หลังจากอยู่ในมาเลเซีย ก็ถูกตำรวจสากลจับได้ และถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาหลบหนีเข้าเมือง ถูกตัดสินจำคุก 4 เดือน แต่ตนเองรับสารภาพ จึงได้รับการลดโทษเหลือจำคุกเพียง 2 เดือน ก่อนถูกปล่อยตัวและผลักดันกลับประเทศในวันนี้

ทั้งนี้ ในวันนี้ ร.อ.กิตติคุณ ณ วาโย ฉก.ร.5  ร.ท.ปราโมทย์ นิลพันธ์  ร.ต.อ.ประวิง มั่นคง ร้อย ตชด.437 นายสุบัณฑิตย์ ไชยแก้ว ปลัด อ.สะเดา และ พ.ต.ต.ปฏิยุทธ ดำคง สว.ตม.จ.สงขลา รอรับตัวผู้ถูกเนรเทศกลับจากมาเลเซีย ซึ่งมีทั้งหมดรวม 20 คน โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียมาส่งที่ด่านสะเดา

ก่อนการควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้ฟัง แล้วจึงนำตัวไปที่จุดคัดกรองโรค ลงบันทึกประวัติ และคัดกรองเชื้อโควิด-19 ด้วย ซึ่งในเบื้องต้นพบว่านายมูฮัมหมัด มีอาการไข้ จึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลสะเดา เพื่อตรวจเพาะเชื้อต่อไป จากนั้นจึงจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีตามหมายจับ

ในส่วนผู้ถูกส่งตัวกลับอีก 19 คน พบว่ามีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่มีใบทำงาน แต่คดีสิ้นสุดแล้วทุกคน จึงส่งตัวคัดกรองเชื้อโควิด-19 และเข้าสู่ขั้นตอนการกักตัวตามปกติ

ความเห็น (0)
Share
ดูเวบไซต์เต็มรูปแบบ