ชาวมุสลิมในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมฉลองเทศกาลรายอ

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
2019.06.05
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
190605-eid-1.jpg

ชาวมุสลิมในบังกลาเทศ หลายร้อยคนร่วมสวดละหมาดในวันเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี ที่มัสยิด ในกรุงธากา วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (เมกห์ โมเนอร์/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-2.jpg

ชาวมุสลิมร่วมสวดละหมาดตอนเช้าที่สวนเบิร์นแฮม ในเมืองบากิโอ ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (โจโจ ริโนซา/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-3.jpg

ชาวบ้านในปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมพิธีละหมาดรายออีดิ้ลฟิตตรี เป็นจำนวนมาก ที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (มารียัม อัฮหมัด/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-4.jpg

พ่อและลูกชายพากันไปเยี่ยมสุสานบรรพชน ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่ออ่านอัลกุรอ่านและะสวดดุอาให้กับผู้ล่วงลับ ที่สุสานยะกัง ในอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-5.jpg

ผู้ใหญ่ให้เงินและขนมแก่เด็ก ๆ ในจังหวัดนราธิวาส วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (มาตาฮารี อิสมาแอ/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-7.JPG

หญิงฟิลิปปินส์ในชุดแต่งกายแบบดั้งเดิม ขณะสวดในเทศกาลวันอีดิ้ลฟิตรี ที่สวนสาธารณะ ในกรุงมะนิลา วันที่ 5 มิถุนายน 2562 (ลูอิส ลีวานัก/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-8.jpg

กลุ่มชายมุสลิมช่วยกันบรรจุข้าวลงถุง ที่มัสยิด ในบันดาอาเจะห์ อินโดนีเซีย เพื่อนำไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ สำหรับเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี วันที่ 2 มิถุนายน 2562 (เนอร์ดิน ฮัซซัน/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-9.jpg

พ่อค้าเนื้อชั่งเนื้อวัว ให้ลูกค้าไปเตรียมทำอาหารในเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี ที่ตลาดอุลี-กาเร็ง ในบันดาอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 3 มิถุนายน 2562 [เนอร์ดิน ฮัซซัน/เบนาร์นิวส์]

190605-eid-10.jpg

ฟาตาห์ มูนีร์ นำกลุ่มนักนักดนตรี เดินเล่นดนตรีเพื่อปลุกให้ชาวบ้านตื่นกินอาหารมื้อแรก ก่อนฟ้าสาง ในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอน ที่หมู่บ้านบูกิตเปียตู ในรัฐมะละกา ของมาเลเซีย วันที่ 2 มิถุนายน 2562 (เอส.มาฟุซ/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-11.jpg

เนอร์ สยาฟิกาห์ มุสตาฟฟา กับธุรกิจครอบครัวขายไฟสำหรับตกแต่งในเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันที่ 2 มิถุนายน 2562 (เอส. มาฟุซ/เบนาร์นิวส์)

190605-eid-12.jpg

รามลี บาเซอร์ (ขวา) และคนในหมู่บ้านบูกิตเปียตู ในรัฐมะละกา มาเลเซีย ร่วมกวนอาหารแบบโบราณจานพิเศษ “โดโดล” ทำจากแป้งข้าวเหนียว กะทิ และน้ำตาลปี๊บ สามวันก่อนเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี วันที่ 1 มิถุนายน 2562 (เอส. มาฟุซ/เบนาร์นิวส์)

ชาวมุสลิมทั่วเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉลิมฉลองเทศกาลอิดิ๊ลฟิตรี ร่วมกับชาวมุสลิมหลายล้านคนทั่วโลก ในวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดเดือนรอมฎอน หรือเทศกาลถือศีลอด บรรยากาศการฉลองเทศกาลฮารีรายอ มีขึ้นที่ประเทศบังกลาเทศ ถึง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์

ครอบครัวจากทั้งใกล้และไกลได้พากันเดินทางมารวมกัน ในวันหยุดเทศกาลอิดิ๊ลฟิตรีนี้ เพื่อเฉลิมฉลอง สวดอธิษฐานสำหรับวันพิเศษ รวมถึงมีการบริจาคทาน ของกำนัล และอาหาร ร่วมกัน

ในอินโดนีเซีย ประเทศที่ประชาชนนับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก ชาวท้องถิ่นมีคำที่เรียกว่า “มูดิค” หมายถึงการโยกย้ายเดินทางมากที่สุด ในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอน

ส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ดีหลายคนยอมที่จะหายืมมา เพื่อจับจ่ายในวันสำคัญ

นายซาการียา กาเล็ง อิหม่ามในจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า "ฮารีรายอ เป็นภาษามลายูปัตตานี ส่วนในภาษามลายูกลาง แปลว่า วันใหญ่ หรือ วันอีด เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของชาวมุสลิม"

"วันรายอ ชาวมุสลิมจะจะทำพิธีละหมาดรายอที่มัสยิดในชุมชน .. ลูกหลานที่อยู่ต่างภูมิลำเนาต่างกลับบ้าน เมื่อมาขออภัยและอำนวยพรให้พ่อแม่ ทุกครัวเรือนจะมีความอบอุ่นไปด้วยบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ กลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน"

ในบางพื้นที่ ชาวบ้านนิยมไปเยี่ยมสุสานบรรพชนตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่ออ่านอัลกุรอ่านและะสวดดุอา ให้กับผู้ล่วงลับ

ประเทศมาเลเซีย จะเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน แม้ต่างศาสนา ในหมู่บ้านบูกิตเปียตู ในรัฐมะละกา มีการกวนอาหารที่ทำเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลนี้ คือ โดดอล ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว กะทิ และน้ำตาลปี๊บ

“มันทำให้สนุกสนานขึ้น ด้วยการรักษาประเพณีนี้ไว้ ในการทำอาหารร่วมกัน เพราะจะช่วยเพิ่มความผูกพันระหว่างเรา” นายรามลี บาเซีย กล่าวกับเบนาร์นิวส์ ขณะปรุงอาหารพร้อมคนในหมู่บ้าน

หลายคนก็พากันซื้อของประดับตกแต่งบ้าน รวมทั้งไฟสีสันสดใส สำหรับตกแต่งงานรื่นเริงฉลองวันหยุดสำคัญนี้ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง