กรุงเทพยังซบเซา แม้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ชาวต่างชาติเดินทางเข้าเมืองไทยกว่า 7 พันคนแล้ว ในสามวันแรก
นนทรัฐ ไผ่เจริญ
2021.11.05
กรุงเทพฯ
Share on WhatsApp
Share on WhatsApp
211104-TH-ss-tourism1.jpg

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism2.jpg

นักท่องเที่ยวชาวไทยถ่ายรูปเจดีย์ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism3.jpg

นักท่องเที่ยวขณะนั่งกินอาหาร และร่วมดื่มที่บาร์ย่านถนนสุขุมวิท วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism4.jpg

ร้านรวงย่านถนนข้าวสารที่ปกติจะคึกคักทั้งช่วงกลางวันและคราคร่ำไปด้วยลูกค้าในยามค่ำคืน ยังปิดตายเป็นส่วนมาก กรุงเทพฯ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism5.jpg

พ่อค้าย่านถนนข้าวสารเล่นโทรศัพท์มือถือฆ่าเวลาที่หน้าโรงแรม D & D Inn ที่ปิดตายเพราะโควิด วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism6.jpg

ร้านขายของและร้านอาหารย่านถนนเยาวราชยังไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism7.jpg

ร้านปลาหมึกย่างรสเด็ด ริมถนนเยาวราช มีลูกค้ามาอุดหนุนพอสมควร วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

211104-TH-ss-tourism8.jpg

ร้านก๋วยจั๊บเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านริมถนนเยาวราชที่ยังได้รับความนิยม โต๊ะค่อนข้างเต็ม มีลูกค้าเวียนมานั่งไม่ขาดสาย วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 (นนทรัฐ ไผ่เจริญ/เบนาร์นิวส์)

ถนนข้าวสาร วัดพระแก้ว สุขุมวิท เยาวราช ล้วนเป็นย่านท่องเที่ยวสำคัญ ๆ สำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งยังคงเงียบเหงา แม้ว่ารัฐบาลได้เปิดประเทศให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว เดินทางเข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ตาม

นับเป็นวันที่สามของการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติจาก 67 ประเทศ เข้ามา โดยมีผู้เดินทางมาถึงแล้ว 7,124 คน แต่ย่านนี้ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติบางตา ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประมาณการว่า การเปิดประเทศจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว โดยในไตรมาสที่สี่ของปี 2564 และ ไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน และจะมีรายได้ 1 ล้านล้านบาทในปีหน้า

ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีนี้ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ มีผู้เยี่ยมชมส่วนใหญ่เป็นคนไทย คะเนด้วยสายตาไม่ถึงหนึ่งร้อยคน และมีชาวต่างชาติเข้าชมเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ส่วนย่านบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืน เช่น สุขุมวิท ถนนข้าวสาร และเยาวราช มีชาวต่างชาติมาผ่อนคลายไม่มากเท่าที่ควรเช่นกัน

เบนาร์นิวส์ได้พูดคุยกับนายเจมส์ บีเวลล์ (James Bevelle) ชาวออสเตรเลีย อายุ 30 ปี ที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อมาทำงานตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 และจะเดินทางไปพักผ่อนต่อที่เชียงใหม่ก่อนกลับบ้านเกิดในเดือนหน้า ซึ่งนายเจมส์กล่าวว่า บรรยากาศประเทศไทยเปลี่ยนไปมาก

“ผมเคยมาประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ซึ่งต่างกับตอนนี้มาก เพราะตอนที่มาครั้งที่แล้วเมืองคึกคักกว่านี้ ถนนข้าวสาร หรือว่าเกาะสมุยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา” นายเจมส์กล่าว

“น่าเสียดายที่ร้านอาหารไม่ขายเบียร์ในช่วงที่ผมมาปีนี้ สถานที่เที่ยวกลางคืนของไทยเลยน่าสนใจน้อยลง ผมหวังว่าเมื่อผมกลับมาครั้งหน้า ประเทศไทยจะกลับมาเหมือนเดิม”

ส่วนย่านถนนข้าวสาร มีร้านค้าที่เปิดกิจการอยู่ไม่ถึงครึ่ง โรงแรมเกือบทั้งหมดปิดให้บริการ บ้างมีป้ายขายกิจการ เซ้งกิจการ บ้างติดป้ายปิดชั่วคราว ขณะที่ร้านอาหารรถเข็นก็ยังคงบางตา ส่วนมากลูกค้ายังเป็นคนไทยด้วยกันเอง นาน ๆ ครั้งจะมีชาวต่างชาติเดินผ่านไปมาให้เห็น

ภาพเหล่านี้ผิดกับเมื่อสองปีก่อน ซึ่งโควิด-19 ยังไม่ระบาด สถานที่บันเทิงบนถนนข้าวสารที่ปกติจะคราคร่ำไปด้วยลูกค้าในยามค่ำคืน แต่กลางวันก็ยังถือว่าคึกคักเช่นกัน แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว

ตั้งแต่มีโควิด ร้านค้าก็เปิดเร็วขึ้น และปิดก็เร็วขึ้น พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปแล้ว ช่วงนี้คนก็ยังไม่กลับมา” นายวิชัย บุญธัญ พนักงานร้านอาหารย่านถนนข้าวสาร กล่าวกับเบนาร์นิวส์

 

ช่องแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นโดยการกรอกแบบฟอร์มด้วยอักษรธรรมดา ความเห็นจะได้รับการอนุมัติ ตามเงื่อนไข Terms of Use ความคิดเห็นจะไม่แสดงในทันที อาร์เอฟเอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อเนื้อหาในข้อคิดเห็นนั้นๆ กรุณาให้เกียรติต่อความคิดเห็นของบุคคลอื่น และยึดถือข้อเท็จจริง